สมัยรัชกาลที่ 7 ท่านทรงโปรดให้มีการร่างรธน.ขึ้นมาใช้ในประเทศ มีทั้งสิ้น 12 มาตรา โดยผู้ร่างท่านหนึ่งคือ พระยากัลยาณไมตรี (ฟรานซิส บี. แซร์) ชาวอเมริกัน อ.คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยฮาร์เวิร์ด และเป็นผู้เชี่ยวชาญกฎหมายระหว่างประเทศ โดยท่านได้ให้ความเห็นเอาไว้ว่า…
“การจะมีรัฐสภาที่ใช้งานได้จะต้องอาศัยปชช.ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ที่เข้าใจระบอบการปกครองแบบนี้ดี หากไม่มีปชช.ที่มีสติปัญญามากำกับควบคุม รัฐสภามีแต่จะเสื่อมถอยไปเป็นองค์การที่เลวร้ายและเผด็จการ ตราบใดที่ปวงประชาชาวสยามทั้งหลายยังไม่ได้รับการศึกษาสูงกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน การพยายามตั้งองค์กรเชิงรัฐสภาที่ปชช.เลือกตั้งมามีแต่จะนำอันตรายใหญ่หลวงมาให้ ดังนั้น..
จึงดูไม่มีทางเลือกนอกจากการคงไว้ซึ่งระบอบการปกครองที่อำนาจเด็ดขาดยังคงอยู่กับพระมหากษัตริย์ อย่างน้อยที่สุดในช่วงปัจจุบันนี้”
……………
สรุปสั้นๆคือ คนยังขาดการศึกษา ขาดสติปัญญา จึงยังไม่พร้อมกับระบอบประชาธิปไตย ร่างรธน.ของ รัชกาลที่ 7 จึงยังจำเป็นต้องคงอำนาจสูงสุดไว้ที่พระมหากษตริย์
แต่แล้วความหายนะของชาติก็บังเกิด
24 มิ.ย. 2475 คณะราษฎรไปชิงสุกก่อนห่าม ยึดอำนาจรัชกาลที่ 7 เปลี่ยนแปลงการปกครอง ไปยึดถือตำราฝรั่งโดยไม่นำความเป็นจริงของชาติและปชช.มาพิจารณา
ก่อนเลิกทาส คนสยาม 1 ใน 3 เป็นทาส ผ่านมาถึงสมัยรัชกาลที่ 7 ปชช.เพิ่งพ้นจากความเป็นทาส ยังไม่ทันได้มีความรู้มีการศึกษา กับแค่อ่านออกเขียนได้ยังน้อย แล้วจะไปเข้าใจอะไรกับการปกครองระบอบปชต.
ขนาดถึงวันนี้แล้วปชช.ครึ่งค่อนประเทศก็ยังเข้าใจว่าปชต.คือการเลือกตั้ง แล้วนับประสาอะไรกับคนสมัยนั้น
ส่งผลให้รัฐสภาไทยกลายเป็นองค์ที่เลวร้ายและเผด็จการและนำอันตรายมาสู่ชาติอย่างใหญ่หลวงไม่ผิดเพึ๊ยนไปจากที่พระยากัลยาณไมตรีเป็นห่วง จนวันนี้เมืองไทยใกล้จะเหลือแต่ชื่อ
คนรักประชาธิปไตย กรุณาคลิ๊กอ่าน
คนไทยกำลังใกล้จะสิ้นชาติ
ขอบคุณเจ้าของภาพ



