หน้าแรกข่าวรอบโลกจีนซื้อ 90% น้ำมันอิหร่าน แต่เว้นระยะห่างทางการทหาร หวั่นเสียเกมใหญ่กับสหรัฐฯ–ชาติกัลฟ์

จีนซื้อ 90% น้ำมันอิหร่าน แต่เว้นระยะห่างทางการทหาร หวั่นเสียเกมใหญ่กับสหรัฐฯ–ชาติกัลฟ์

เผยแพร่

spot_img

สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า ประเทศจีน  คือพันธมิตรทางเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุดของประเทศอิหร่าน  โดยเป็นผู้รับซื้อน้ำมันดิบส่งออกของอิหร่านในสัดส่วนสูงถึง 90% และทำหน้าที่เป็นเส้นเลือดใหญ่ทางการเงินให้แก่ระบอบการปกครองที่ถูกคว่ำบาตรอย่างหนัก 

อย่างไรก็ตาม เมื่อการโจมตีจากประเทศสหรัฐฯ และประเทศอิสราเอลเริ่มส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่ออิหร่าน รัฐบาลปักกิ่ง กลับแสดงจุดยืนสนับสนุนด้านการป้องกันประเทศแก่เตหะรานเพียงเล็กน้อย นอกเหนือไปจากการวิพากษ์วิจารณ์การโจมตีที่เกิดขึ้น

เหตุผลของเรื่องนี้มีความลึกซึ้งมากกว่าแค่การยับยั้งชั่งใจทางการทหาร เนื่องจากความสัมพันธ์ระหว่างจีนและอิหร่านมีความเหลื่อมล้ำและมีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์น้อยกว่าที่คนส่วนใหญ่เข้าใจ โดยการลงทุนของปักกิ่งในอิหร่านนั้นลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับข้อตกลงที่เคยเป็นข่าวใหญ่ อีกทั้งความสัมพันธ์ทางทหารยังอยู่ในวงจำกัด และยุทธศาสตร์ในภาพรวมของจีนต่อตะวันออกกลางยังขึ้นอยู่กับการรักษาสมดุลความสัมพันธ์กับบรรดาคู่แข่งในภูมิภาคของอิหร่านด้วย

ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ให้ความเห็นโดยตรงเกี่ยวกับสงครามซึ่งเกิดขึ้นไม่บ่อยนักเมื่อวันที่ 20 เมษายน โดยเรียกร้องให้มีการเปิดเส้นทางในช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันส่วนใหญ่ของอิหร่านที่มุ่งหน้าสู่จีน แต่ด้วยการประชุมสุดยอด  ครั้งสำคัญกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์  ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่สัปดาห์ สี จิ้นผิง ยังคงมีแรงจูงใจสำคัญที่จะหลีกเลี่ยงการเข้าไปเป็นตัวแสดงที่มีบทบาทในความขัดแย้งนี้

ความสำคัญทางการทูตของอิหร่านต่อจีน

ความสัมพันธ์ของจีนกับอิหร่านดูเหมือนจะตั้งอยู่บนพื้นฐานของลัทธิปฏิบัตินิยม (Pragmatism) มากกว่าความสอดคล้องเชิงยุทธศาสตร์ที่ลึกซึ้ง โดยอิหร่านเป็นสมาชิกของกลุ่มที่นำโดยจีน เช่น กลุ่ม BRICS และองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (SCO) สนับสนุนความพยายามของปักกิ่งในการลดทอนอิทธิพลของสหรัฐฯ และเสริมสร้างสถานะของจีนในฐานะผู้นำกลุ่มประเทศซีกโลกใต้ (Global South)

 นอกจากนี้ จีนหวังที่จะได้รับความโปรดปรานจากนานาชาติที่กังวลต่อความพร้อมของ ทรัมป์ ในการแทรกแซงทางทหารโดยไม่ผ่านฉันทามติระหว่างประเทศ

อย่างไรก็ตาม การสนับสนุนอิหร่านนั้นมีขีดจำกัด นักวิเคราะห์มองว่าจีนดำเนินนโยบาย “ทางคู่ขนาน” (Dual-track approach) ในตะวันออกกลาง โดยรักษาสมดุลความสัมพันธ์กับอิหร่านควบคู่ไปกับความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ และพันธมิตรในภูมิภาค แม้จีนจะได้รับความเชื่อถือทางการทูตเพิ่มขึ้นในปี 2023 จากการช่วยประสานการฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างอิหร่านและประเทศซาอุดีอาระเบีย  แต่นักการทูตตะวันตกบางส่วนยังคงตั้งคำถามว่าจีนมีบทบาทตัดสินใจที่แท้จริงหรือไม่

  เสอ กังเจิ้ง (She Gangzheng) ศาสตราจารย์ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจากมหาวิทยาลัยชิงหัว (Tsinghua University) ระบุว่า การสนับสนุนทางการทหารแก่อิหร่านนั้น “ไม่ใช่แนวทางที่จีนปฏิบัติในภูมิภาคนี้” ซึ่งแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับความสัมพันธ์ระหว่างปักกิ่งและประเทศรัสเซีย (Russia) ที่มีความสำคัญมากกว่า เนื่องจากรัสเซียเป็นศูนย์กลางของความพยายามในการคัดค้านการครอบงำของสหรัฐฯ และเป็นพันธมิตรที่ใกล้ชิดผ่านความสัมพันธ์ส่วนตัวระหว่าง สี จิ้นผิง และประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน  

ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่”อสมมาตรW

ความสัมพันธ์นี้มีความไม่เท่าเทียมกันอย่างชัดเจน โดยจีนรองรับการค้าประมาณหนึ่งในสามของอิหร่าน ในขณะที่อิหร่านมีสัดส่วนไม่ถึง 1% ของการค้าทั้งหมดของจีนซึ่งเป็นเศรษฐกิจที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลก ตามข้อมูลจากศูนย์ยุทธศาสตร์และน่านน้ำศึกษานานาชาติ (CSIS)

น้ำมันดิบราคาถูกจากอิหร่านคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 13% ของการนำเข้าน้ำมันทางทะเลของจีน แม้การนำเข้าจากอิหร่านจะช่วยให้ปักกิ่งกระจายแหล่งพลังงานจากรัสเซียและซาอุดีอาระเบียได้ แต่ในท้ายที่สุดทรัพยากรเหล่านี้สามารถหาแหล่งอื่นมาทดแทนได้

แม้ว่าอิหร่านจะเป็นส่วนหนึ่งของข้อริเริ่มสายแถบและเส้นทาง (Belt and Road Initiative) ของจีนอย่างเป็นทางการ แต่การลงทุนของจีนในอิหร่านยังคงอยู่ในระดับต่ำ ในปี 2021 รัฐมนตรีต่างประเทศ หวัง อี้ (Wang Yi) ได้ลงนามในข้อตกลงความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ 25 ปี ซึ่งมีการประเมินว่าอาจมีการลงทุนสูงถึง 4 แสนล้านดอลลาร์ แต่ในทางปฏิบัติมีการยืนยันการลงทุนเพียง 2-3 พันล้านดอลลาร์เท่านั้น ถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับการลงทุนของจีนในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) หรือซาอุดีอาระเบีย

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านไม่ได้ปิดบังความผิดหวัง โดยในปี 2023 อดีตประธานาธิบดีเอบราฮิม ไรซี (Ebrahim Raisi) ระบุว่ามีความถดถอยอย่างรุนแรงในความสัมพันธ์ระดับทวิภาคีและผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่ไม่น่าพอใจ ข้อมูลระบุว่าการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ของจีนในอิหร่านมีมูลค่า 4.5 พันล้านดอลลาร์ ณ สิ้นปี 2024 ขณะที่ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) มีมูลค่าสูงถึง 9.5 พันล้านดอลลาร์ เนื่องจากบริษัทขนาดใหญ่ของจีนพยายามหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากการคว่ำบาตรขั้นทุติยภูมิ (Secondary sanctions) จากสหรัฐฯ

ความร่วมมือทางการทหารและความมั่นคง

จีนหยุดการขายอาวุธให้อิหร่านอย่างเป็นทางการในปี 2005 หลังจากสำนักงานพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ประกาศว่าเตหะรานไม่ปฏิบัติตามสนธิสัญญาไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ (NPT) นำไปสู่การที่คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ซึ่งรวมถึงจีนด้วย ได้ประกาศสั่งห้ามการส่งออกที่เกี่ยวข้องกับนิวเคลียร์ไปยังอิหร่าน

แม้จะมีรายงานเรื่องระบบป้องกันทางอากาศหรือส่วนประกอบของเชื้อเพลิงขีปนาวุธจากจีนส่งถึงอิหร่าน แต่ไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจากทั้งสองฝ่าย กระทรวงการต่างประเทศของจีนยังปฏิเสธรายงานที่ว่าปักกิ่งเตรียมจัดหาขีปนาวุธต่อต้านเรือความเร็วเหนือแสง (Supersonic anti-ship missiles) ให้แก่อิหร่านว่าเป็นเรื่องไม่จริง

สิ่งที่มีความเป็นไปได้มากกว่าคือการจัดหาสินค้า “ที่ใช้งานได้สองทาง” (Dual-use) ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อการใช้งานพลเรือนแต่สามารถนำไปใช้ทางการทหารได้ ในช่วง 8 ปีที่ผ่านมา หน่วยงานของจีนและฮ่องกง (Hong Kong) กว่า 100 แห่งถูกเพิ่มเข้าไปในรายชื่อบัญชีดำ (Entity List) ของสหรัฐฯ ในข้อหาช่วยอิหร่านหลีกเลี่ยงการควบคุมการส่งออก

จุดยืนต่อสงครามในอิหร่าน

จีนพยายามแสดงบทบาทเป็นตัวกลางที่เป็นกลางและเป็นแหล่งที่มาของเสถียรภาพ โดยรัฐมนตรี หวัง อี้ ประณามการใช้กำลังของสหรัฐฯ และอิสราเอลว่าขาดความชอบธรรมทางกฎหมาย และเสี่ยงที่จะทำให้ตะวันออกกลางขาดเสถียรภาพมากขึ้น ขณะเดียวกันปักกิ่งก็วิพากษ์วิจารณ์อิหร่านที่มุ่งเป้าไปยังโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือน

จีนร่วมกับรัสเซียในการยับยั้ง (Veto) ร่างมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติที่เสนอโดยประเทศบาห์เรน (Bahrain) ซึ่งเรียกร้องให้มีมาตรการระหว่างประเทศเพื่อปกป้องการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ โดยจีนให้เหตุผลว่าข้อเสนอนี้มีอคติทางการเมืองต่ออิหร่าน และเสี่ยงที่จะสร้างความชอบธรรมให้กับการใช้กำลังภายใต้ป้ายกำกับเรื่องความมั่นคงทางทะเล

สี จิ้นผิง ระบุว่าระเบียบโลกกำลัง “พังทลายลงสู่ความโกลาหล” และเรียกร้องให้การสัญจรในช่องแคบฮอร์มุซกลับสู่ภาวะปกติ เนื่องจากเศรษฐกิจจีนพึ่งพาน้ำมันจากตะวันออกกลางในสัดส่วน 40% ของการนำเข้าทั้งหมด

ทิศทางในอนาคตของจีนในตะวันออกกลาง

รัฐบาลปักกิ่งจำกัดความสนับสนุนต่ออิหร่านไว้เพียงด้านการค้าและการทูต โดยไม่มีการให้การรับรองด้านความมั่นคง (Security guarantees) เหมือนที่สหรัฐฯ มอบให้แก่ประเทศพันธมิตร สงครามครั้งนี้ทำให้บางประเทศในอ่าวอาหรับเริ่มตั้งคำถามต่อการพึ่งพาสหรัฐฯ ซึ่งเป็นโอกาสให้จีนสร้างอิทธิพลเพิ่มขึ้นผ่านการกระชับความสัมพันธ์กับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) และซาอุดีอาระเบีย

ในขณะที่สี จิ้นผิง ยังไม่ได้ติดต่อกับเจ้าหน้าที่อิหร่านโดยตรงในช่วงสงคราม แต่รัฐมนตรี หวัง อี้ ได้มีการหารือทางโทรศัพท์กับรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านอย่างน้อย 3 ครั้ง ปัจจุบันปักกิ่งยังไม่มีสัญญาณว่าต้องการเข้าไปมีบทบาทเชิงรุกในการเจรจาสันติภาพ และไม่น่าจะให้การรับรองด้านความมั่นคงโดยไม่ได้รับมอบหมายจากคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ผู้นำจีนดูเหมือนจะตัดสินใจรอคอยผลลัพธ์ของสงครามก่อนที่จะดำเนินการใดๆ เพื่อช่วยกำหนดข้อตกลงความมั่นคงในตะวันออกกลางในอนาคต

IMCT NEWS 24-04-2026

ที่มา https://www.bloomberg.com/news/articles/2026-04-22/china-and-the-iran-war-why-xi-jinping-s-support-for-tehran-has-limits?srnd=phx-politics

ข่าวล่าสุด

“นอมินีข้ามชาติ” มหันตภัยเศรษฐกิจอำพราง

จากกระแสข่าวที่หนาหูขึ้นทุกวันเกี่ยวกับการรุกคืบของกลุ่มทุนต่างชาติที่พยายามเข้าถือครองย่านเศรษฐกิจสำคัญ จนเป็นเหตุให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ต้องลงพื้นที่ตรวจสอบด้วยตนเอง

รำลึก 34 ปี เหตุการณ์พฤษภาประชาธรรม

รำลึก 34 ปี เหตุการณ์พฤษภาประชาธรรม วันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม 2569 ณ สวนสันติพร อนุสรณ์สถานพฤษภาประชาธรรม ถ.ราชดำเนิน กรุงเทพฯ

1,300 ล้าน “ลิขสิทธิ์บอลโลก” ?  “จอดำ” หรือได้สนุก..รอลุ้นบนทางแพร่งของความล้มเหลว  !

สถานการณ์ลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก 2026 ในประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ "โหมดวิกฤต" อย่างเต็มรูปแบบ เมื่อเข็มนาฬิกาถอยหลังสู่การเปิดสนามท่ามกลางความเงียบงันของหน่วยงานรัฐและ กสทช.

เรื่องสั้น  “คืนวิกฤติ”

โป้ง….โป้ง…..โป้ง งงง…“ เสียงปืนดังแหวกอากาศเหนือท่าเรือร้าง รุนแรงและแม่นยำ ไม่ใช่การยิงขู่ แต่เป็นการยิง “บังคับทิศทาง”

ข่าวอื่นๆ

หวัง อี้ พบหารือกับอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน 

วันที่ 6 พฤษภาคม 2569 หวัง อี้ สมาชิกกรมการเมืองแห่งคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน พบหารือกับอับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ณ กรุงปักกิ่ง อารักชีได้ชี้แจงความคืบหน้าล่าสุดของการเจรจาระหว่างอิหร่านกับสหรัฐอเมริกา รวมทั้งข้อพิจารณาในขั้นตอนต่อไปของฝ่ายอิหร่าน โดยระบุว่า...

จีนปั้นโรงกลั่นขนาดใหญ่ ดันไนจีเรียขึ้นแท่นฮับพลังงานแอฟริกา 

พลังขับเคลื่อนด้านอุตสาหกรรมของประเทศจีน กำลังเปลี่ยนสถานะของประเทศไนจีเรีย ให้กลายเป็นผู้ส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปสุทธิ (Net exporter)

OPEC+ เพิ่มผลิตน้ำมัน 188,000 บาร์เรล/วัน ประชุมแรกปราศจาก UAE

กลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมันหลัก 7 ประเทศ ประกาศว่าจะเพิ่มการผลิตในเดือนมิถุนายน โดยเพิ่มน้อยกว่าการเพิ่มผลิตในเดือนพฤษภาคมที่ 206,000 บาร์เรลต่อวัน