INSIDE INSIGHT | “ชัยทัศน์”
ประจำวันที่ 18 กันยายน 2569
จารึก “พระมหากษัตริย์นักพัฒนา” ผู้ทรงอุทิศพระวรกายสร้างรากฐานความยั่งยืน
ปวงชนชาวไทยต่างแซ่ซ้องสรรเสริญ เมื่อองค์การยูเนสโก (UNESCO) มีมติประกาศยกย่องพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เป็นบุคคลสำคัญของโลก พร้อมร่วมเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 100 ปี วันพระบรมราชสมภพ ในปี พ.ศ. 2570 ตอกย้ำพระราชปณิธานด้านการพัฒนาผ่านโครงการพระราชดำริกว่า 4,700 โครงการ และปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่เกื้อกูลมวลมนุษยชาติอย่างเป็นรูปธรรม
ยูเนสโกสดุดี “พระมหากษัตริย์นักพัฒนา” ผู้เป็นที่รักยิ่งของปวงชน จากมติอันน่าปลื้มปิติขององค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก ในการบรรจุวาระเฉลิมฉลองพระบรมราชสมภพครบ 100 ปี (พ.ศ. 2570) เข้าเป็นบุคคลสำคัญของโลก นำมาซึ่งความภาคภูมิใจสูงสุดของคนไทยทั้งแผ่นดิน การประกาศยกย่องในครั้งนี้มิใช่เพียงการถวายพระเกียรติยศในระดับสากล หากแต่เป็นการยืนยันถึงพระอัจฉริยภาพและพระวิริยะอุตสาหะตลอดการครองราชย์ 70 ปี ที่ทรงอุทิศพระวรกายเพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้แก่ราษฎรโดยไม่ทรงเหน็ดเหนื่อย
จากมรดกแห่งการพัฒนาสู่โครงการพระราชดำริครอบคลุมทุกมิตินั้น ตลอดรัชสมัย พระองค์ทรงสร้างสรรค์ “มรดกแห่งการพัฒนา” ผ่านโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริรวมทั้งสิ้นกว่า 4,741 โครงการ กระจายอยู่ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ โดยเฉพาะงานในสายงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ซึ่งมีมากกว่า 4,000 โครงการ พระองค์ทรงมุ่งแก้ปัญหาโครงสร้างพื้นฐานด้านการเกษตร ซึ่งเป็นหัวใจหลักของประเทศไทย ตั้งแต่การจัดการทรัพยากรน้ำ การอนุรักษ์ดิน ไปจนถึงการส่งเสริมอาชีพเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรอย่างยั่งยืน
พระอัจฉริยภาพที่ทรงพระปรีชาสามารถด้านการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติปรากฏเด่นชัดผ่านนวัตกรรมพระราชทานมากมาย ไม่ว่าจะเป็น “ฝนหลวง” เพื่อสู้ภัยแล้ง, “กังหันน้ำชัยพัฒนา” และ “การบำบัดน้ำเสียด้วยพืช” เพื่อฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม, เทคโนโลยี “แกล้งดิน” เพื่อแก้ปัญหาดินเปรี้ยวจัด ตลอดจนการสร้าง “แก้มลิง” และเขื่อนชะลอน้ำเพื่อบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ นวัตกรรมเหล่านี้มิได้เกิดขึ้นจากทฤษฎีในตำรา แต่เกิดจากการทรงงานหนักในพื้นที่จริงเพื่อก้าวข้ามทุกอุปสรรคทางธรรมชาติ
สิ่งที่ตอกย้ำความเป็น “กษัตริย์นักพัฒนา” อย่างแท้จริง คือการพระราชทาน “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” ซึ่งเป็นหลักคิดที่เน้นความพอประมาณ ความมีเหตุผล และการมีภูมิคุ้มกัน ปรัชญานี้มิเพียงเป็นหลักชี้นำการดำเนินชีวิตของคนไทย แต่ยังได้รับความเคารพยกย่องจากสหประชาชาติว่าเป็นแนวทางการพัฒนาที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) และเป็นเข็มทิศนำทางมวลมนุษยชาติให้รอดพ้นจากวิกฤตเศรษฐกิจและสังคมในยุคปัจจุบัน
ในการนี้ รัฐบาลไทย โดยกระทรวงศึกษาธิการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้จับมือประสานความร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ เพื่อเตรียมจัดงานเฉลิมฉลองครั้งยิ่งใหญ่ในปี พ.ศ. 2570 เพื่อเผยแพร่พระเกียรติคุณและพระราชกรณียกิจให้ขจรขจายไปทั่วโลก ไฮไลต์สำคัญจะเน้นการส่งเสริมการเรียนรู้และการนำศาสตร์พระราชาไปปฏิบัติจริง เพื่อสานต่อพระราชปณิธานในการสร้างสันติภาพและความผาสุกให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืน
การยกย่องจากยูเนสโกในครั้งนี้ เป็นเครื่องเตือนใจให้ปวงชนชาวไทยได้น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ การถวายพระเกียรติยศสูงสุดที่ชาวไทยทุกคนทำได้ จึงไม่ใช่เพียงการแสดงความจงรักภักดีด้วยวาจา หากแต่เป็นการสืบสาน พระราชปณิธาน น้อมนำองค์ความรู้และศาสตร์พระราชามาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาตนเอง สังคม และประเทศชาติ เพื่อให้มรดกทางความคิดของ “พระมหากษัตริย์นักพัฒนา” ยังคงส่องสว่างนำทางแผ่นดินไทยสืบไป
#น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ #กษัตริย์นักพัฒนา #ในหลวงรัชกาลที่9 #UNESCO2027 #ข่าวจริง



