หน้าแรกข่าวรอบโลกทรัมป์เซ็นคำสั่งฝ่ายบริหาร ประกาศแอนติฟาเป็นองค์กรก่อการร้ายในสหรัฐฯ นักกฎหมายชี้อาจไร้อำนาจรองรับ

ทรัมป์เซ็นคำสั่งฝ่ายบริหาร ประกาศแอนติฟาเป็นองค์กรก่อการร้ายในสหรัฐฯ นักกฎหมายชี้อาจไร้อำนาจรองรับ

เผยแพร่

spot_img

เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2568 ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารเมื่อวันจันทร์ที่ 22 ก.ย. เพื่อประกาศขึ้นบัญชีกลุ่ม “แอนติฟา” (Antifa) เป็น “องค์กรก่อการร้ายในประเทศ” อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายหลายฝ่ายชี้ว่าคำสั่งดังกล่าวอาจไม่มีอำนาจทางกฎหมายรองรับ

แถลงการณ์จากทำเนียบขาวระบุว่า “ประธานาธิบดีโดนัลด์ เจ. ทรัมป์ พูดถูกแล้ว ปัญหาความรุนแรงมาจากฝ่ายซ้าย จึงประกาศให้แอนติฟาเป็นองค์กรก่อการร้ายในประเทศ เพราะกลุ่มนี้คือเครือข่ายหัวรุนแรงฝ่ายซ้ายที่ใช้ความรุนแรงและการปลุกปั่นเพื่อล้มล้างรัฐบาล”

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ทำเนียบขาวยกตัวอย่างพฤติกรรมของแอนติฟาที่เข้าข่าย “สร้างความหวาดกลัวต่อสังคม” มานาน เช่น การโจมตีเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร (ICE) เจ้าหน้าที่ตำรวจ รวมถึงการทำร้ายผู้เข้าร่วมกิจกรรมทางการเมืองฝ่ายอนุรักษนิยมและผู้สนับสนุนทรัมป์

 คำสั่งฝ่ายบริหารยังมอบอำนาจให้หน่วยงานรัฐบาลกลาง “สืบสวน ขัดขวาง และรื้อถอนปฏิบัติการผิดกฎหมาย” ของแอนติฟา พร้อมทั้งให้ดำเนินคดีกับผู้ที่สนับสนุนเงินทุนกิจกรรมของกลุ่มด้วย

ทำเนียบขาวกล่าวหาว่า “ความน่าสะพรึงกลัวของแอนติฟาเป็นส่วนหนึ่งของความรุนแรงจากฝ่ายซ้ายจัดที่ลุกลามในสหรัฐฯ มานานหลายปี โดยมีต้นตอมาจากการโจมตีพรรครีพับลิกันอย่างต่อเนื่องโดยนักการเมืองเดโมแครต องค์กรฝ่ายซ้าย และสื่อที่เป็นพันธมิตร” พร้อมทั้งอ้างถึงกรณี ชาร์ลี เคิร์ก นักเคลื่อนไหวฝ่ายอนุรักษ์นิยมที่เสียชีวิตจากการโจมตีโดยผู้ก่อการร้ายฝ่ายซ้าย

แมรี แมคคอร์ด อดีตรักษาการหัวหน้าแผนกความมั่นคงแห่งชาติ กระทรวงยุติธรรม ให้ความเห็นผ่าน เดอะนิวยอร์กไทมส์ (NYT) ว่า “ตามกฎหมายแล้ว รัฐบาลไม่มีอำนาจที่จะประกาศให้กลุ่มเคลื่อนไหวภายในประเทศเป็นองค์กรก่อการร้าย” และยังย้ำว่าแอนติฟาเป็นเพียงอุดมการณ์มากกว่าจะเป็นองค์กรที่มีโครงสร้างชัดเจน

เดอะวอชิงตันโพสต์ รายงานในทิศทางเดียวกันว่า สหรัฐฯ ไม่มีกฎหมายรองรับการขึ้นบัญชีกลุ่มก่อการร้ายในประเทศ พร้อมชี้ว่าผู้เชี่ยวชาญกังวลว่ารัฐบาลอาจใช้คำสั่งนี้เป็นเครื่องมือกดดันหรือปราบปรามกลุ่มการเมืองฝ่ายซ้ายในภาพรวม

ทั้งนี้ การเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก เพราะย้อนกลับไปเมื่อปี 2563 ทรัมป์เคยประกาศว่าจะขึ้นบัญชีแอนติฟาเป็นองค์กรก่อการร้าย เพื่อตอบโต้การประท้วงกรณีการเสียชีวิตของ จอร์จ ฟลอยด์ แต่สุดท้ายก็ไม่มีการดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม

การลงนามคำสั่งล่าสุดเกิดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศทางการเมืองสหรัฐฯ ที่ร้อนแรง หลังการเสียชีวิตของชาร์ลี เคิร์ก จุดกระแสถกเถียงเรื่องความรุนแรงทางการเมืองอีกครั้ง โดยทรัมป์ยืนยันว่า “ความรุนแรงส่วนใหญ่มาจากฝ่ายซ้าย” และตอบโต้ข้อกล่าวหาของพรรคเดโมแครตที่ชี้ว่า ความรุนแรงเกิดขึ้นจากทั้งสองฝ่าย

Antifa   เป็นปรัชญาการเมืองต่อต้านฟาสซิสต์และต่อต้านการเหยียดเชื้อชาติ เป็นฝ่ายซ้าย บางครั้งจะอธิบายว่าเป็น กลุ่มอิสระที่ต้องการกระจายในสหรัฐอเมริกา

ข่าวล่าสุด

“นอมินีข้ามชาติ” มหันตภัยเศรษฐกิจอำพราง

จากกระแสข่าวที่หนาหูขึ้นทุกวันเกี่ยวกับการรุกคืบของกลุ่มทุนต่างชาติที่พยายามเข้าถือครองย่านเศรษฐกิจสำคัญ จนเป็นเหตุให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ต้องลงพื้นที่ตรวจสอบด้วยตนเอง

รำลึก 34 ปี เหตุการณ์พฤษภาประชาธรรม

รำลึก 34 ปี เหตุการณ์พฤษภาประชาธรรม วันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม 2569 ณ สวนสันติพร อนุสรณ์สถานพฤษภาประชาธรรม ถ.ราชดำเนิน กรุงเทพฯ

1,300 ล้าน “ลิขสิทธิ์บอลโลก” ?  “จอดำ” หรือได้สนุก..รอลุ้นบนทางแพร่งของความล้มเหลว  !

สถานการณ์ลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก 2026 ในประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ "โหมดวิกฤต" อย่างเต็มรูปแบบ เมื่อเข็มนาฬิกาถอยหลังสู่การเปิดสนามท่ามกลางความเงียบงันของหน่วยงานรัฐและ กสทช.

เรื่องสั้น  “คืนวิกฤติ”

โป้ง….โป้ง…..โป้ง งงง…“ เสียงปืนดังแหวกอากาศเหนือท่าเรือร้าง รุนแรงและแม่นยำ ไม่ใช่การยิงขู่ แต่เป็นการยิง “บังคับทิศทาง”

ข่าวอื่นๆ

หวัง อี้ พบหารือกับอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน 

วันที่ 6 พฤษภาคม 2569 หวัง อี้ สมาชิกกรมการเมืองแห่งคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน พบหารือกับอับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ณ กรุงปักกิ่ง อารักชีได้ชี้แจงความคืบหน้าล่าสุดของการเจรจาระหว่างอิหร่านกับสหรัฐอเมริกา รวมทั้งข้อพิจารณาในขั้นตอนต่อไปของฝ่ายอิหร่าน โดยระบุว่า...

จีนปั้นโรงกลั่นขนาดใหญ่ ดันไนจีเรียขึ้นแท่นฮับพลังงานแอฟริกา 

พลังขับเคลื่อนด้านอุตสาหกรรมของประเทศจีน กำลังเปลี่ยนสถานะของประเทศไนจีเรีย ให้กลายเป็นผู้ส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปสุทธิ (Net exporter)

OPEC+ เพิ่มผลิตน้ำมัน 188,000 บาร์เรล/วัน ประชุมแรกปราศจาก UAE

กลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมันหลัก 7 ประเทศ ประกาศว่าจะเพิ่มการผลิตในเดือนมิถุนายน โดยเพิ่มน้อยกว่าการเพิ่มผลิตในเดือนพฤษภาคมที่ 206,000 บาร์เรลต่อวัน