หน้าแรกข่าวรอบโลก‘เซเลนสกี’ โอด! ยูเครนเผชิญทางเลือกสุดหิน

‘เซเลนสกี’ โอด! ยูเครนเผชิญทางเลือกสุดหิน

เผยแพร่

spot_img

หลัง ‘ทรัมป์’ ขีดเส้นตายรับแผนสันติภาพ 27 พ.ย.นี้

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2568 ว่า ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน กล่าวถ้อยแถลงต่อประชาชนทั่วประเทศ ที่หน้าทำเนียบประธานาธิบดี ในกรุงเคียฟ เมื่อวันศุกร์ที่21 พ.ย. โดยเตือนว่ายูเครนกำลังเผชิญการสูญเสียศักดิ์ศรีและเสรีภาพ หรือการสูญเสียการสนับสนุนจากสหรัฐอเมริกา จากแผนสันติภาพของสหรัฐที่รับรองข้อเรียกร้องสำคัญของรัสเซีย 

ในขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ได้ขีดเส้นตายให้ยูเครนควรยอมรับแผนสันติภาพดังกล่าวภายในวันที่ 27 พฤศจิกายนนี้

“ขณะนี้เป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดในประวัติศาสตร์ของเรา ตอนนี้แรงกดดันที่ยูเครนเผชิญอยู่นั้นหนักหนาสาหัสที่สุด ยูเครนอาจต้องเผชิญกับทางเลือกที่ยากลำบากอย่างยิ่ง นั่นคือการสูญเสียศักดิ์ศรีและเสรีภาพ หรือไม่ก็เสี่ยงต่อการสูญเสียพันธมิตรสำคัญ” เซเลนสกีกล่าว และว่า ตนจะต่อสู้ตลอดเวลาเพื่อให้แน่ใจว่าอย่างน้อย 2 ข้อในแผนการนั้นจะไม่ได้ถูกมองข้าม นั่นคือ ศักดิ์ศรีและเสรีภาพของชาวยูเครน

 ก่อนหน้านี้ สหรัฐได้เสนอแผนสันติภาพ 28 ข้อ เพื่อยุติสงครามสู้รบระหว่างยูเครนกับรัสเซีย ที่ประเด็นสำคัญในแผนการดังกล่าวที่หลุดออกมาระบุเรียกร้องให้ยูเครนสละดินแดนส่วนหนึ่งของตนเอง ลดขนาดกองทัพ และละทิ้งความทะเยอทะยานที่จะเข้าร่วมเป็นสมาชิกองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ(นาโต) 

แหล่งข่าวเปิดเผยด้วยว่า สหรัฐยังขู่จะตัดการแบ่งปันข่าวกรองและการจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์ให้กับยูเครน หากเคียฟไม่ยอมรับแผนสันติภาพดังกล่าว

ทำเนียบขาวยังไม่ได้ให้ความเห็นใดต่อประเด็นที่มีการกล่าวอ้างข้างต้น แต่เจ้าหน้าที่ระดับสูงสหรัฐรายหนึ่งกล่าวภายหลังว่า การกล่าวหาว่าสหรัฐขู่จะระงับการแบ่งปันข่าวกรองนั้นไม่ถูกต้อง

 ความเคลื่อนไหวนี้มีขึ้นหลังจากคณะผู้แทนทหารของสหรัฐได้เข้าพบประธานาธิบดีเซเลนสกีที่กรุงเคียฟ เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน โดยเอกอัครราชทูตสหรัฐและหัวหน้าฝ่ายกิจการสาธารณะของกองทัพสหรัฐกล่าวว่าการพบปะดังกล่าวประสบความสำเร็จ พร้อมระบุว่าสหรัฐต้องการกรอบเวลาที่เร่งรัดสำหรับการลงนามในเอกสารระหว่างสหรัฐกับยูเครน

ทางด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ให้สัมภาษณ์กับสถานีวิทยุฟ็อกซ์นิวส์ว่า ตนเชื่อว่าวันที่ 27 พฤศจิกายน เป็นเส้นตายที่เหมาะสมสำหรับยูเครนที่จะยอมรับแผนการนี้

ขณะเดียวกันเซเลนสกีเปิดเผยเพิ่มเติมว่าเขาได้โทรศัพท์หารือกับผู้นำชาติพันธมิตรหลายชาติ ได้แก่ สหราชอาณาจักร เยอรมนี และ ฝรั่งเศส และยังได้พูดคุยทางโทรศัพท์ในภายหลังกับรองประธานาธิบดีเจ.ดี. แวนซ์ ของสหรัฐด้วย โดยเซเลนสกีกล่าวว่าเขาได้ตกลงกับนายแวนซ์ว่าจะทำงานในระดับที่ปรึกษาเพื่อหาหนทางสู่สันติภาพที่สามารถปฏิบัติได้จริง

แหล่งข่าว 3 รายบอกกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า ยูเครนกำลังจัดทำข้อเสนอโต้แย้งต่อแผนสันติภาพ 28 ข้อของสหรัฐ ร่วมกับสหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส และเยอรมนี

นายวลาดิมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย กล่าวเมื่อช่วงดึกวันที่ 21 พฤศจิกายนว่า แผนของสหรัฐอาจเป็นพื้นฐานสำหรับการยุติความขัดแย้งที่ยืดเยื้อมาเกือบ 4 ปี แม้ก่อนหน้านี้ปูตินปฏิเสธที่จะยอมอ่อนข้อในประเด็นความต้องการดินแดนสำคัญและความมั่นคงของรัสเซียก็ตาม โดยปูตินกล่าวว่าทั้งสหรัฐและพันธมิตรยุโรปไม่เข้าใจความเป็นจริงของความก้าวหน้าทางทหารของรัสเซียในยูเครน

รอยเตอร์รายงานว่า ภายใต้แผนสันติภาพ 28 ข้อของสหรัฐ เพื่อยุติสงครามรัสเซีย-ยูเครน ประเด็นหลักสำคัญกำหนดให้ ยูเครนต้องถอนกำลังออกจากดินแดนที่ยูเครนยังคงควบคุมอยู่ในจังหวัดทางตะวันออกที่รัสเซียอ้างว่าผนวกไว้ได้แล้ว ขณะที่รัสเซียจะสละดินแดนบางส่วนที่ยึดครองอยู่ในภูมิภาคอื่น การห้ามยูเครนเข้าร่วมเป็นพันธมิตรนาโตโดยถาวร และกองทัพยูเครนจะถูกจำกัดกำลังพลให้มีได้สูงสุดไม่เกิน 600,000 นาย โดยนาโตจะต้องไม่ส่งกำลังทหารไปประจำการในยูเครน

นอกจากนี้ยังมีการระบุให้ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรรัสเซีย เชิญรัสเซียกลับเข้าร่วมเป็นภาคีในกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมจี-8 และทรัพย์สินของรัสเซียที่ถูกอายัดไว้จะถูกรวมเข้ากับกองทุนการลงทุนโดยสหรัฐจะได้รับส่วนแบ่งผลกำไรบางส่วน 

ขณะที่หนึ่งในข้อเรียกร้องหลักของยูเครน เกี่ยวกับการรับประกันด้านความมั่นคงเทียบเท่ากับข้อผูกพันในการป้องกันร่วมของนาโตเพื่อยับยั้งรัสเซียไม่ให้โจมตีอีกนั้นถูกระบุถึงเพียงบรรทัดเดียวในแผนการดังกล่าวโดยไม่มีรายละเอียดใดๆ

ข่าวล่าสุด

แผ่นดินไหวเมียนมา เขย่าขวัญคนกรุงเทพ…  แต่ระบบรัฐ “เงียบสนิท” 

จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาด 5.3 ที่ประเทศเมียนมาเมื่อวันก่อน ได้กลายเป็นบททดสอบครั้งสำคัญที่อาจสะท้อนถึง “ความล้มเหลวเชิงโครงสร้าง” ในการสื่อสารความเสี่ยงของรัฐไทย

โพลสินบนสะเทือน 10 หน่วยงาน ?  ภาพสะท้อนเงา คอร์รัปชันไทย  ขาลง

ปรากฏการณ์ “โพลสินบนสะเทือนภาครัฐ” ที่คณะทำงาน Zero Corruption ของคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ร่วมกับสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ได้เผยแพร่ผลสำรวจความคิดเห็นของภาคเอกชนเกี่ยวกับความโปร่งใสในการปฏิบัติราชการ

รัฐบาลเปิดทำเนียบฯ ถก 38 กลุ่มธุรกิจชั้นนำ  ภาพสะท้อนนโยบายเศรษฐกิจที่พึ่งพิงทุนใหญ่

ครป. แถลงการณ์จี้เปิดเวทีฟังภาคประชาสังคม  ตีแผ่ปัญหาความเหลื่อมล้ำและผลประโยชน์ทับซ้อน เมื่อเสียงของกลุ่มทุนส่งผลต่อนโยบายรัฐมากกว่าเสียงของประชาชน และความท้าทายในการบริหารงานด้วยหลักธรรมาภิบาล                                เหตุการณ์ที่ผู้นำรัฐบาลเปิดห้องประชุมร่วมหารือแนวทางพัฒนาเศรษฐกิจกับผู้แทนจาก 38 กลุ่มประเภทธุรกิจชั้นนำของประเทศ  กำลังกลายเป็นประเด็นสำคัญที่ทำให้คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) ออกมาเคลื่อนไหวส่งสัญญาณเตือนอย่างจริงจัง ชี้ให้เห็นถึงปัญหาเชิงโครงสร้างที่รัฐบาลมักเน้นการรับฟังกลุ่มทุนขนาดใหญ่ ทว่ากลับละเลยเสียงสะท้อนจากภาคประชาชนและกลุ่มแรงงานอย่างเห็นได้ชัด นอกเหนือจากประเด็นความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงผู้กำหนดนโยบายแล้ว เหตุการณ์นี้ยังเชื่อมโยงไปถึงทัศนคติของคนในรัฐบาลต่อเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน ซึ่งถือเป็นดัชนีชี้วัดสำคัญว่า นโยบายสาธารณะของประเทศกำลังถูกตั้งคำถามเรื่องความเป็นธรรมและธรรมาภิบาลในการบริหารราชการแผ่นดิน                              ชนวนเหตุของประเด็นข่าวในครั้งนี้...

“นอมินีข้ามชาติ” มหันตภัยเศรษฐกิจอำพราง

จากกระแสข่าวที่หนาหูขึ้นทุกวันเกี่ยวกับการรุกคืบของกลุ่มทุนต่างชาติที่พยายามเข้าถือครองย่านเศรษฐกิจสำคัญ จนเป็นเหตุให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ต้องลงพื้นที่ตรวจสอบด้วยตนเอง

ข่าวอื่นๆ

หวัง อี้ พบหารือกับอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน 

วันที่ 6 พฤษภาคม 2569 หวัง อี้ สมาชิกกรมการเมืองแห่งคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน พบหารือกับอับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ณ กรุงปักกิ่ง อารักชีได้ชี้แจงความคืบหน้าล่าสุดของการเจรจาระหว่างอิหร่านกับสหรัฐอเมริกา รวมทั้งข้อพิจารณาในขั้นตอนต่อไปของฝ่ายอิหร่าน โดยระบุว่า...

จีนปั้นโรงกลั่นขนาดใหญ่ ดันไนจีเรียขึ้นแท่นฮับพลังงานแอฟริกา 

พลังขับเคลื่อนด้านอุตสาหกรรมของประเทศจีน กำลังเปลี่ยนสถานะของประเทศไนจีเรีย ให้กลายเป็นผู้ส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปสุทธิ (Net exporter)

OPEC+ เพิ่มผลิตน้ำมัน 188,000 บาร์เรล/วัน ประชุมแรกปราศจาก UAE

กลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมันหลัก 7 ประเทศ ประกาศว่าจะเพิ่มการผลิตในเดือนมิถุนายน โดยเพิ่มน้อยกว่าการเพิ่มผลิตในเดือนพฤษภาคมที่ 206,000 บาร์เรลต่อวัน