หน้าแรกข่าวรอบโลกเที่ยวญี่ปุ่นจ่ายแพงขึ้น มาตรการ "สองราคา"

เที่ยวญี่ปุ่นจ่ายแพงขึ้น มาตรการ “สองราคา”

เผยแพร่

spot_img

 “ระบบสองราคา” (Dual Pricing) ในประเทศญี่ปุ่น เป็นมาตรการที่กำลังถูกนำมาใช้และขยายผลอย่างจริงจังในปี 2026 นี้ เพื่อแก้ปัญหา “นักท่องเที่ยวล้นเมือง” (Overtourism) และช่วยหาเงินทุนมาบำรุงรักษาโครงสร้างพื้นฐานรวมถึงโบราณสถานต่าง ๆ

​แนวทางที่ญี่ปุ่นกำลังทำอยู่ คือ

​1. เกณฑ์การแบ่งราคา: “ผู้อยู่อาศัย” vs “ผู้มาเยือน”

​หลายคนอาจเข้าใจว่าเป็นการแบ่งแยกตามสัญชาติ (คนญี่ปุ่น vs คนต่างชาติ) แต่ในความเป็นจริง ส่วนใหญ่จะใช้เกณฑ์ “สถานที่อยู่อาศัย (Residency)” เป็นหลัก

​ราคาคนท้องถิ่น (Resident Rate): สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในเมืองหรือภูมิภาคนั้น ๆ (รวมถึงคนต่างชาติที่ทำงาน/เรียน และจ่ายภาษีให้ท้องถิ่นนั้นด้วย) โดยต้องแสดงหลักฐาน เช่น บัตรพำนัก (Residence Card), ใบขับขี่ญี่ปุ่น หรือบัตร My Number

​ราคานักท่องเที่ยว (Non-Resident Rate): สำหรับผู้ที่มาจากนอกพื้นที่ รวมถึงนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งอาจต้องจ่ายแพงกว่าราคาคนท้องถิ่นประมาณ 2–3 เท่า

​2. สถานที่ที่เริ่มใช้ระบบนี้แล้ว ได้แก่

​ปราสาทฮิเมจิ (Himeji Castle): ถือเป็นโมเดลนำร่องที่ชัดเจนที่สุด โดยได้ปรับราคาค่าเข้าชมสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป (รวมต่างชาติ) ขึ้นเป็น 2,500 เยน ในขณะที่ชาวเมืองฮิเมจิยังคงจ่ายราคาเดิมที่ 1,000 เยน (ผลลัพธ์คือช่วยลดความแออัดลงได้ราว 17% แต่รายได้เข้าเมืองเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวเพื่อนำไปบูรณะปราสาท)

​เมืองเกียวโต (Kyoto): มีแผนที่จะปรับราคารถบัสประจำทางในใจกลางเมืองให้แตกต่างกันระหว่างคนท้องถิ่นกับนักท่องเที่ยว

​พิพิธภัณฑ์แห่งชาติ: พิพิธภัณฑ์หลัก ๆ (เช่น พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติโตเกียว) กำลังทยอยปรับตัวตามนโยบาย โดยคาดว่านักท่องเที่ยวอาจต้องจ่ายค่าเข้าชมเพิ่มขึ้นจากเดิม 1,000 เยน เป็นสูงสุดถึง 3,000 เยน

​3. ทำไมญี่ปุ่นถึงต้องใช้ระบบนี้?

​เงินเยนอ่อนค่า: ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติรู้สึกว่าค่าครองชีพในญี่ปุ่นถูกลงมาก ส่งผลให้ปริมาณนักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้าไปถล่มทลายจนทรัพยากรท้องถิ่นรับไม่ไหว

​ลดภาระคนท้องถิ่น: คนในพื้นที่จ่ายภาษีบำรุงเมืองอยู่แล้ว การให้คนนอกพื้นที่ที่เข้ามาใช้ทรัพยากรร่วมกันช่วยแบกรับค่าบำรุงรักษาเพิ่มขึ้น จึงเป็นแนวทางที่รัฐบาลมองว่ามีความเป็นธรรม

​จัดระเบียบเมือง: เงินที่ได้เพิ่มมาจะถูกนำไปพัฒนาระบบขนส่ง เพิ่มเจ้าหน้าที่ดูแลความสะอาด และติดตั้งเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกในจุดท่องเที่ยวต่าง ๆ

สำหรับนักเดินทาง: การไปเที่ยวญี่ปุ่นหลังจากนี้ อาจต้องวางแผนงบประมาณสำหรับค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อย (คาดว่าเฉลี่ยจะกระทบงบรวมประมาณ 1,500 – 5,000 เยนต่อทริป) และควรตรวจสอบเงื่อนไขราคาของแต่ละสถานที่ให้ดีก่อนเดินทาง

ข่าวล่าสุด

อิจฉา…“คนรวย”  และ สงสาร…”คนจน”   มายาคติบน “กระดานเอียง..” ที่ไร้กติกา

“คนราย” กับ “คนจน” ปมปัญหาที่แท้จริงหาใช่เรื่องของบุญวาสนาหรือความเกียจคร้านไม่ แต่คือ “ความอยุติธรรมของกติกาเชิงโครงสร้าง” ที่เอื้อให้เกิดการผูกขาด ขัดขวางการขยับสถานะทางสังคม (Social Mobility)

2572 คลื่นความถี่  ทำ ”จอดับ“ หรือไปต่อ !  “ลดช่องทีวี” หรือ   “เพิ่มมือถือ” ? 

นับถอยหลังอีกเพียงไม่ถึง 3 ปี ใบอนุญาตประกอบกิจการโทรทัศน์ดิจิทัลภาคพื้นดินประเภทธุรกิจทั้ง 15 ช่องที่เหลือรอด จะสิ้นสุดอายุลงพร้อมกันในอัสดงแห่งปี พศ. 2572

เปิดปฏิบัติการ ถอดเกล็ดมังกร ทลายขบวนการ “พ่อทิพย์”

​เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 กรมการปกครอง สนธิกำลังร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ, ป.ป.ท. และ ป.ป.ง. เปิดยุทธการเข้าจับกุมเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ

สปสช.มีมติ ยาแก้มะเร็ง โครงการฟ้าหญิงฯ  เข้าบัตรทอง

บอร์ด สปสช. (สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ) ได้มีมติเห็นชอบให้เพิ่มสิทธิประโยชน์ยารักษามะเร็งนวัตกรรมไทย ซึ่งเป็นยามะเร็งแบบมุ่งเป้า (Targeted Therapy) เข้าสู่ระบบ "บัตรทอง 30 บาท"

ข่าวอื่นๆ

รองนายกฯปารีส  ฉุน ! โดนล้อไม่มีเครื่องแอร์ ตอกกลับอเมริกา ต้นตอทำโลกร้อน

นางออเดรย์ พุลวาร์ (Audrey Pulvar) รองนายกเทศมนตรีกรุงปารีส ได้ออกมาโพสต์ตอบโต้นักท่องเที่ยวและนักข่าวชาวอเมริกันบนโซเชียลมีเดีย หลังจากที่คนอเมริกันพากันล้อเลียนและบ่นเรื่องที่ปารีสรวมถึงบ้านเรือนในฝรั่งเศสส่วนใหญ่ "ไม่มีแอร์ (เครื่องปรับอากาศ)"

วิกฤตความร้อนยุโรปเสียชีวิตแล้ว 1,300

สถานการณ์ล่าสุดเกี่ยวกับจำนวนผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับผลกระทบจากวิกฤตคลื่นความร้อนรุนแรง (Heatwave) ในยุโรป รายงานล่าสุด ​ยอดผู้เสียชีวิตภาพรวมในยุโรปโดย ​องค์การอนามัยโลก (WHO) เผยแพร่ข้อมูล ระบุว่า มีผู้เสียชีวิตส่วนเกิน (Excess Deaths) ที่มีความเชื่อมโยงกับสภาพอากาศร้อนจัดสะสมแล้วมากกว่า 1,300 ราย...

เหตุแผ่นดินไหว เวเนฯ พบแล้ว 920 ศพ สูญหายอีกครึ่งแสน

อัปเดตข้อมูลล่าสุด (ณ วันที่ 26-27 มิถุนายน 2569) จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวแฝด (Doublet Earthquakes) ขนาด 7.2 และ 7.5 ที่พัดถล่มทางตอนเหนือของประเทศเวเนซุเอลาเมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (24 มิ.ย. 2569)