หน้าแรกข่าวรอบโลกเปิด 6 ประเด็นสำคัญหลังศาลสูงสุดเช็กบิลภาษีทรัมป์ สะเทือนนโยบายเศรษฐกิจ-การค้า 

เปิด 6 ประเด็นสำคัญหลังศาลสูงสุดเช็กบิลภาษีทรัมป์ สะเทือนนโยบายเศรษฐกิจ-การค้า 

เผยแพร่

spot_img

คำวินิจฉัยครั้งประวัติศาสตร์ของศาลสูงสุดสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 20 ก.พ. 2569 ที่มีมติ 6 ต่อ 3 เสียง ให้ยกเลิกมาตรการภาษีวงกว้างของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้สร้างแรงสะเทือนทั้งด้านเศรษฐกิจ การเมือง และหลักการตามรัฐธรรมนูญ พร้อมกระตุ้นปฏิกิริยาไม่พอใจอย่างรุนแรงจากตัวทรัมป์เอง

1. ความพ่ายแพ้ครั้งใหญ่ของทรัมป์

คำตัดสินครั้งนี้ถือเป็นความพ่ายแพ้ครั้งใหญ่ และนับเป็นหนึ่งในไม่กี่กรณีที่ศาลสูงสุดเข้ามาจำกัดความพยายามขยายอำนาจฝ่ายบริหารในสมัยที่สองของเขา

ที่ผ่านมา ทรัมป์ย้ำว่าภาษีเป็นหัวใจของนโยบายหลัก ทั้งด้านเศรษฐกิจและการต่างประเทศ โดยใช้มาตรการภาษีและการขู่ขึ้นภาษีเป็นเครื่องมือกดดันทั้งประเทศคู่แข่งและพันธมิตร การถูกยกเลิกมาตรการจึงกระทบแนวทางนโยบายโดยรวมอย่างมีนัยสำคัญ

หลังคำตัดสิน ทรัมป์แสดงความไม่พอใจต่อผู้พิพากษาที่ลงมติคัดค้านฝ่ายรัฐบาล พร้อมกล่าวหาว่ามีการอ่อนข้อให้ต่างชาติ อย่างไรก็ตาม เขาได้เดินหน้าเตรียมใช้กลไกทางกฎหมายอื่นเพื่อออกมาตรการภาษีรอบใหม่ แม้จะอยู่ภายใต้ข้อจำกัดที่เข้มงวดมากขึ้น และไม่ได้ส่งสัญญาณว่าจะไม่ปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของศาล

2. ศาลสูงสุดแสดงความเป็นอิสระ-ย้ำบทบาทตรวจสอบอำนาจบริหาร

ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา ศาลสูงสุดเคยมีคำตัดสินหลายครั้งที่เป็นคุณต่อรัฐบาลทรัมป์ ทั้งในประเด็นผู้อพยพ ความเป็นอิสระของหน่วยงานรัฐ และทหารข้ามเพศ

แต่คดีภาษีครั้งนี้ถือเป็นคำวินิจฉัยเนื้อหาโดยตรงเกี่ยวกับความชอบด้วยกฎหมายของคำสั่งฝ่ายบริหารในสมัยที่สอง และสะท้อนบทบาทของศาลในการถ่วงดุลอำนาจอย่างชัดเจน

จอห์น โรเบิร์ตส์ ประธานศาลฎีกาเป็นผู้เขียนความเห็นเสียงข้างมากให้ยกเลิกภาษี โดยมีผู้พิพากษาสายอนุรักษนิยม 2 คนที่ทรัมป์แต่งตั้งในสมัยแรก ได้แก่ เอมี โคนีย์ บาร์เร็ตต์ และนีล กอร์ซัช ร่วมลงมติด้วย

3. ราคาสินค้าอาจไม่ลดลงทันที

ก่อนหน้านี้ ภาษีดังกล่าวได้ผลักดันให้ราคาสินค้านำเข้าหลายประเภทปรับตัวสูงขึ้น เช่น เฟอร์นิเจอร์ เสื้อผ้า และสินค้าอิเล็กทรอนิกส์

อย่างไรก็ตาม นักเศรษฐศาสตร์มองว่า คำตัดสินของศาลอาจไม่ทำให้ราคาสินค้าปรับลดลงในทันที หรืออาจไม่ลดเลย เนื่องจากทรัมป์กำลังพิจารณาใช้ฐานกฎหมายอื่นออกภาษีใหม่ อีกทั้งบริษัทที่ปรับขึ้นราคาไปแล้วอาจไม่เร่งลดราคา โดยเฉพาะในภาวะที่อัตราภาษียังมีความไม่แน่นอน

4. คู่ค้าหลักทั่วโลกจับตาใกล้ชิด

ประเทศคู่ค้าหลักของสหรัฐฯ แสดงท่าทีระมัดระวัง สะท้อนความเข้าใจว่า คำวินิจฉัยครั้งนี้ไม่ได้หมายความว่านโยบายภาษีของทรัมป์จะสิ้นสุดลง

แคนาดาและเม็กซิโก ซึ่งปัจจุบันเสียภาษีนำเข้าในอัตราต่ำที่สุดภายใต้ข้อตกลงการค้าอเมริกาเหนือ แทบไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากคำตัดสินครั้งนี้ อย่างไรก็ตาม หากทรัมป์เดินหน้าเก็บภาษีนำเข้าทั่วโลกในอัตรา 10% ผ่านช่องทางกฎหมายใหม่ ก็อาจทำให้ทั้งสองประเทศเผชิญภาระมากขึ้น

ด้านสหภาพยุโรปไม่ได้แสดงท่าทียินดีต่อคำตัดสินดังกล่าว และระบุว่าจะจับตาความเคลื่อนไหวของรัฐบาลสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด เพื่อรอดูความชัดเจนของมาตรการที่จะออกมาในขั้นต่อไป

5. ความไม่แน่นอนของฐานะการคลังรัฐบาลกลาง

แม้มาตรการภาษีของทรัมป์จะไม่สามารถฟื้นฟูภาคการผลิตหรือแก้ปัญหาการขาดดุลการค้าได้อย่างชัดเจน แต่ก็สร้างแหล่งรายได้ใหม่ให้รัฐบาลกลางที่มีภาระหนี้สูง

ก่อนคำตัดสินของศาลฎีกานั้น สำนักงานงบประมาณแห่งรัฐสภา (CBO) ประเมินว่า ภาษีของทรัมป์จะสร้างรายได้ราว 3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วง 9 ปีข้างหน้า

นักเศรษฐศาสตร์ระบุว่า ภาษีที่ถูกยกเลิกคิดเป็นรายได้ประมาณครึ่งหนึ่งของตัวเลขดังกล่าว โดย Yale Budget Lab ประเมินผลกระทบไว้ราว 1.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ระบุว่าจะออกมาตรการภาษีใหม่ รวมถึงภาษีแบบครอบคลุม 10% เพื่อชดเชยรายได้ที่หายไป และระบุว่าผลลัพธ์สุดท้ายจะทำให้รัฐบาลมีรายได้เพิ่มขึ้น

6. ขั้นตอนคืนเงินภาษียังไม่ชัดเจน

คำวินิจฉัยเปิดทางให้รัฐบาลอาจต้องคืนเงินภาษีกว่า 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐแก่ผู้นำเข้า แต่ไม่ได้กำหนดแนวทางดำเนินการอย่างละเอียด

ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายการค้าคาดว่า อาจเกิดกระบวนการฟ้องร้องและการดำเนินการทางปกครองที่ยืดเยื้อหลายเดือนหรือหลายปี โดยศาลชั้นต้นและศาลการค้าระหว่างประเทศจะเป็นผู้เริ่มต้นกระบวนการ ส่วนหน่วยงานศุลกากรและกระทรวงการคลังจะรับหน้าที่ดำเนินการคืนเงิน

ผู้นำเข้าที่ชำระภาษีโดยตรงมีสิทธิ์ยื่นขอคืนเงิน ขณะที่ธุรกิจอื่นที่รับภาระต้นทุนอาจต้องใช้ช่องทางฟ้องร้องเพื่อเรียกร้องชดเชย และยังไม่มีความชัดเจนว่าผู้บริโภคที่จ่ายค่าสินค้าราคาสูงขึ้นจะได้รับการเยียวยาหรือไม่ 

(ที่มา สำนักข่าวอินโฟเควสท์  21 ก.พ. 2569)

ข่าวล่าสุด

ผ่าตัดงบ 1,600 ล้าน “THAI AI Passport” กับแผลสด “สำเพ็ง-ประตูน้ำ” ที่รัฐบาลกำลังหลงทิศในสมรภูมิล้านล้าน

ในขณะที่ระบบเศรษฐกิจฐานรากและย่านค้าส่งในตำนานอย่างสำเพ็ง ประตูน้ำ และโบ๊เบ๊ กำลังเผชิญภาวะ "ปฏิวัติเงียบ" จนร้านค้าดั้งเดิมล้มหายตายจากไปต่อหน้าต่อตาจากการทะลักของสินค้าราคาถูกข้ามชาติ

อวสาน “สำเพ็ง-ประตูน้ำ”? เมื่อทำเลทองพันล้าน กำลังถูกกลืนกินด้วย “ตลาดนัดลอยฟ้า” ข้ามชาติ

กลไกการทำกำไรของแพลตฟอร์มต่างชาติเหล่านี้ไม่ต่างจากห้างสรรพสินค้าผูกขาดขนาดใหญ่

“เกาะสมุย” ติดอันดับ 1 ของโลก แต่โจทย์ใหญ่ของไทยเพิ่งเริ่มต้น

รางวัลระดับโลกคือโอกาสทองของเศรษฐกิจไทย แต่ความสำเร็จจะยั่งยืนได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมาย การจัดระเบียบสังคม และการปกป้องภาพลักษณ์ของแหล่งท่องเที่ยวระดับโลก

ล้าง “พ่อทิพย์-แม่จีน” ภัยเงียบกลืนชาติในยุคประชากรเกิดต่ำ

ปฏิบัติการทลายขบวนการสวมสิทธิ์แจ้งเกิดบุตรโดยมิชอบในย่านฝั่งธนบุรี ซึ่งนำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหา 32 คน และการปูพรมตรวจสอบโรงพยาบาลเอกชนอีก 5 แห่ง

ข่าวอื่นๆ

รองนายกฯปารีส  ฉุน ! โดนล้อไม่มีเครื่องแอร์ ตอกกลับอเมริกา ต้นตอทำโลกร้อน

นางออเดรย์ พุลวาร์ (Audrey Pulvar) รองนายกเทศมนตรีกรุงปารีส ได้ออกมาโพสต์ตอบโต้นักท่องเที่ยวและนักข่าวชาวอเมริกันบนโซเชียลมีเดีย หลังจากที่คนอเมริกันพากันล้อเลียนและบ่นเรื่องที่ปารีสรวมถึงบ้านเรือนในฝรั่งเศสส่วนใหญ่ "ไม่มีแอร์ (เครื่องปรับอากาศ)"

วิกฤตความร้อนยุโรปเสียชีวิตแล้ว 1,300

สถานการณ์ล่าสุดเกี่ยวกับจำนวนผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับผลกระทบจากวิกฤตคลื่นความร้อนรุนแรง (Heatwave) ในยุโรป รายงานล่าสุด ​ยอดผู้เสียชีวิตภาพรวมในยุโรปโดย ​องค์การอนามัยโลก (WHO) เผยแพร่ข้อมูล ระบุว่า มีผู้เสียชีวิตส่วนเกิน (Excess Deaths) ที่มีความเชื่อมโยงกับสภาพอากาศร้อนจัดสะสมแล้วมากกว่า 1,300 ราย...

เหตุแผ่นดินไหว เวเนฯ พบแล้ว 920 ศพ สูญหายอีกครึ่งแสน

อัปเดตข้อมูลล่าสุด (ณ วันที่ 26-27 มิถุนายน 2569) จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวแฝด (Doublet Earthquakes) ขนาด 7.2 และ 7.5 ที่พัดถล่มทางตอนเหนือของประเทศเวเนซุเอลาเมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (24 มิ.ย. 2569)