วันพฤหัสบดี, เมษายน 30, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกข่าวรอบโลกเวียดนามถมทะเลสร้างถนนเชื่อมเกาะ "เตียนไห่" 47 กม.

เวียดนามถมทะเลสร้างถนนเชื่อมเกาะ “เตียนไห่” 47 กม.

เผยแพร่

spot_img

 ส่อปิดตายทางออก “คลองฟูนันเตโช” เมกะโปรเจกต์กัมพูชา ชาวเน็ตจับโป๊ะ! กัมพูชาปิดแผล เบี่ยงประเด็นมาตีไทย หวังกลบข่าวเสียท่าเวียดนาม?

20 พฤศจิกายน 2568 มีรายงานว่า ขณะนี้มีความเคลื่อนไหวที่น่าจับตามองบริเวณชายแดนทางทะเลระหว่างเวียดนามและกัมพูชา เมื่อมีการเผยแพร่ภาพและคลิปวิดีโอที่แสดงให้เห็นเครื่องจักรหนัก ทั้งรถแบคโฮและรถบรรทุกของเวียดนาม กำลังเร่งดำเนินการถมดินเพื่อสร้างถนนเชื่อมต่อระหว่างแผ่นดินใหญ่ (จังหวัดฮาเตียน) กับ “เกาะเตียนไห่” (Tiên Hải) หรือเกาะเทียนไห่ ซึ่งเป็นเกาะใหญ่ทางตอนใต้ของเวียดนาม รวมระยะทางกว่า 47 กิโลเมตร

โครงการก่อสร้างถนนข้ามทะเลดังกล่าว ถูกวิเคราะห์ว่าเป็นยุทธศาสตร์สำคัญของเวียดนามที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อ “โครงการคลองฟูนันเตโช” ของกัมพูชา ซึ่งเป็นเมกะโปรเจกต์มูลค่ากว่า 1.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ที่รัฐบาลกัมพูชาหวังใช้เป็นเส้นทางโลจิสติกส์หลักเพื่อลดการพึ่งพาเวียดนามและกระตุ้นเศรษฐกิจ

ขณะที่เพจดังอย่าง “Drama-addict” และข้อมูลจากโซเชียลมีเดียระบุว่า ก่อนหน้านี้เวียดนามเคยแสดงความกังวลว่าคลองดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อทางเดินน้ำและอาจทำให้น้ำท่วมพื้นที่เวียดนาม แต่ฝ่ายกัมพูชายังคงเดินหน้าโครงการต่อ เวียดนามจึงดำเนินโครงการถนนเชื่อมเกาะนี้ ซึ่งในทางภูมิศาสตร์ แนวถนนดังกล่าวเปรียบเสมือนเขื่อนที่ขวางหน้าอ่าวทางออกของคลองฟูนันเตโช

ซึ่งผลกระทบจากการสร้างถนนนี้ อาจทำให้ทางออกสู่ทะเลของคลองฟูนันเตโชถูกปิดกั้น หรือเหลือช่องทางเพียงเล็กน้อยทางฝั่งน่านน้ำไทย ส่งผลให้เรือขนส่งสินค้าขนาดใหญ่ไม่สามารถผ่านได้ หรือหากผ่านได้ก็ต้องเดินเรืออ้อมเป็นระยะทางไกล สิ้นเปลืองทั้งเวลาและพลังงาน ซึ่งอาจทำให้ความคุ้มค่าของโครงการคลองฟูนันเตโชลดลงจนถึงขั้นวิกฤต

สถานการณ์ดังกล่าวสร้างความไม่พอใจให้กับชาวกัมพูชาจำนวนมาก โดยมีการวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลว่าอ่อนแอที่ปล่อยให้เกิดสถานการณ์เช่นนี้กับเกาะเตียนไห่ ประกอบกับมีข่าวความขัดแย้งอื่นๆ เช่น กรณีการลวนลามผู้ต้องหาหญิงชาวเวียดนาม ทำให้รัฐบาลกัมพูชาถูกโจมตีอย่างหนัก

ทั้งนี้ ชาวเน็ตไทยและนักวิเคราะห์บางส่วนตั้งข้อสังเกตว่า ท่าทีที่แข็งกร้าวและการพยายามสร้างประเด็นขัดแย้งกับประเทศไทยของสมเด็จฯ ฮุน เซน ในช่วงนี้ อาจเป็นความพยายามในการเบี่ยงเบนความสนใจของประชาชนกัมพูชาจากความล้มเหลวในการบริหารจัดการพื้นที่ทางทะเลและโครงการเมกะโปรเจกต์ดังกล่าวหรือไม่

ข่าวล่าสุด

ป้าย  20 ล้าน ? สีน้ำเงิน ที่สนามบินบุรีรัมย์ยกระดับอินเตอร์ หรือ ปรับสีเพื่อ “ใคร ?“

เปิดเบื้องหลังงบประมาณกรมท่าอากาศยาน ท่ามกลางกระแสวิจารณ์สนั่นโซเชียล เมื่อ “อัตลักษณ์ภาครัฐ” กับ “เฉดสีที่คุ้นตา” พาดทับกันจนเป็นประเด็น

 รู้หรือไม่..? ปรากฏการณ์แฟชั่นที่กำลังมาแรงและถูกพูดถึงอย่างมากในหมู่วัยรุ่นจีน 

ภาพของคนรุ่นใหม่ที่เดินสวมกางเกงช้างพริ้วไหว สวมทับด้วยเสื้อยืดที่มีข้อความปลงตก ปล่อยวาง หรือคำสอนทางพุทธศาสนา กลายเป็นภาพชินตาตามย่านฮิตในปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ และอีกหลายเมืองใหญ่ในจีน

   飲 水 思 源  (sweat)  สุภาษิตจีนกล่าวไว้ว่า  “ดื่มน้ำให้นึกถึงต้นน้ำ”

“ดื่มน้ำให้นึกถึงต้นน้ำ” ประโยคสั้น ๆ แต่สะเทือนใจยาวไกลกว่าที่คิด เพราะมันไม่ได้สอนแค่เรื่อง “ความกตัญญู” แต่สอนให้เรามองชีวิตอย่างมีสติ “อย่าลืมตัว”

สีหศักดิ์เผยสหรัฐฯ ไม่ได้ให้ความช่วยเหลือใดๆไทย จากผลกระทบสงคราม ไทยหันไปหารัสเซีย-จีน

รัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ยังไม่ได้ให้ความช่วยเหลือโดยตรงใดๆ แก่ประเทศไทย ซึ่งเป็นพันธมิตรตามสนธิสัญญาระยะยาวของสหรัฐฯ ขณะที่ไทยกำลังเผชิญผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างกว้างขวางจากสงครามสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่าน

ข่าวอื่นๆ

UAEเตรียมถอนตัวจาก OPEC & OPEC + วันที่ 1 พฤษภาคม 2026

 เพื่อความคล่องตัวทำธุรกิจ  สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์จะถอนตัวออกจาก OPEC ในวันที่ 1 พฤษภาคม ซึ่งถือเป็นแรงกระทบครั้งใหญ่ต่อกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันที่ประสานการผลิตของผู้ผลิตรายใหญ่ของโลกโดยเฉพาะในตะวันออกกลาง  การประกาศที่สร้างความตกตะลึงในวันอังคารที่ 28 เมษายน เกิดขึ้นหลังจาก UAE ตกเป็นเป้าการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนเป็นเวลาหลายสัปดาห์จากอิหร่าน ซึ่งเป็นสมาชิก OPEC เช่นกัน...

ผู้นำเยอรมนีวิจารณ์ทรัมป์อย่างรุนแรงว่า ถูกอิหร่านทำให้อับอาย ชี้ขาดทั้งกลยุทธ์และแผนทางออก

นายกรัฐมนตรีเยอรมนี ฟริดริช เมิร์ซ วิจารณ์นโยบายต่างประเทศสหรัฐฯ และแนวทางของรัฐบาลทรัมป์ต่อสงครามอิหร่านอย่างรุนแรง โดยระบุว่าสหรัฐฯ “ถูกทำให้อับอาย” และขาดทั้งกลยุทธ์และแผนทางออก

เบื้องหลังการเยือนกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. แบบเร่งด่วนของกษัตริย์ชาร์ลส์และราชินีคามิลลา-สหรัฐครบ 250 ปี

กษัตริย์ชาร์ลส์และราชินีคามิลลาเดินทางถึงกรุง Washington, D.C. เมื่อวานนี้( 27 เมษายน) นับเป็นการเยือนสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการครั้งแรกหลังขึ้นครองราชย์ ซึ่งถูกกำหนดเวลาให้ตรงกับวาระครบรอบ 250 ปีของสหรัฐฯ