กษัตริย์ชาร์ลส์และราชินีคามิลลาเดินทางถึงกรุง Washington, D.C. เมื่อวานนี้( 27 เมษายน) นับเป็นการเยือนสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการครั้งแรกหลังขึ้นครองราชย์ ซึ่งถูกกำหนดเวลาให้ตรงกับวาระครบรอบ 250 ปีของสหรัฐฯ
การเยือนครั้งนี้เคยมีความไม่แน่นอน หลังเหตุโจมตีในงาน เลี้ยงอาหารค่ำนักข่าวของทำเนียบขาว และทั้งสองพระองค์จะเดินทางมาถึงท่ามกลางมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด พร้อมการปรับกำหนดการเล็กน้อย
สถานการณ์ปัจจุบัน: ยังไม่ชัดเจนว่ากำหนดการจะเปลี่ยนแปลงมากน้อยเพียงใด ระหว่างทริป 4 วันในวอชิงตัน ดี.ซี., นิวยอร์ค และเวอร์จิเนีย
เมื่อวานนี้: 27 เมษายน
เดินทางถึง และมีการต้อนรับแบบไม่เป็นทางการโดย ทรัมป์และสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง
จากนั้นเข้าร่วมงานเลี้ยงในสวนที่บ้านพักเอกอัครราชทูตอังกฤษ
ช่วงค่ำ มีพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการที่ทำเนียบขาว พร้อมการตรวจแถวทหาร
วันถัดไป: 28 เมษายน
ทรัมป์พบหารือทวิภาคีกับกษัตริย์ชาร์ลส์ ขณะที่เมลาเนีย ทรัมป์ สตรีหมายเลขหนึ่งเป็นเจ้าภาพต้อนรับราชินีคามิลลา
กษัตริย์จะมีพระราชดำรัสสุนทรพจน์ต่อที่ประชุมร่วมของสภาคองเกรส ซึ่งเป็นเกียรติที่หาได้ยาก (ก่อนหน้านี้ Queen Elizabeth II เคยทำในปี 1991)
ปิดท้ายด้วยงานเลี้ยงรัฐพิธีที่ทำเนียบขาว
ก่อนเดินทางไปนิวยอร์ก ทั้งสองพระองค์จะวางพวงมาลาที่ Arlington National Cemetery เพื่อแสดงถึงความร่วมมือทางทหารระหว่างสหราชอาณาจักรและสหรัฐฯ
วันพฤหัสบดี (รัฐเวอร์จิเนีย): 30 เมษายน
การแสดงวัฒนธรรมแบบ Appalachian และงานเฉลิมฉลอง 250 ปี
เยือนอุทยานแห่งชาติ โดยคาดว่าอาจเป็น Shenandoah National Park เน้นด้านการอนุรักษ์และชุมชนชาวพื้นเมือง
ราชินีคามิลลาเยี่ยมชมฟาร์มม้า (พื้นที่อย่าง Middleburg ถูกคาดหมาย)
เมืองได้เตรียมการมาหลายสัปดาห์ ตั้งแต่การประดับธงที่ทำเนียบขาว ไปจนถึงการดูแลพื้นที่สถานทูตให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์
เชฟ Patrick O’Connell จาก The Inn at Little Washington ซึ่งเคยทำอาหารถวาย Queen Elizabeth II ในปี 2007 เล่าว่า การเตรียมงานระดับราชวงศ์ต้องใช้เวลาหลายเดือน และมีรายละเอียดเข้มงวด เช่น
เจ้าหน้าที่ต้องประจำตำแหน่งล่วงหน้าหลายชั่วโมง พร้อมมาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นสูง
ห้ามเสนอเครื่องดื่มให้ราชินีโดยตรง เพราะมีผู้ดูแลเฉพาะ
ถึงขั้นต้องตรวจสอบ “สีของกลีบดอกไม้จริง” เพื่อให้เข้ากับชุดของราชินี
สรุป: การเยือนของราชวงศ์อาจดูราบรื่น แต่เบื้องหลังเต็มไปด้วยการวางแผนอย่างละเอียดระดับสูงสุด เพื่อให้ทุกอย่างออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด
ที่มา Axios 28-04-2026



