วันอังคาร, มีนาคม 10, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกข่าวรอบโลกเศรษฐกิจเอเชียเสี่ยงหนักจากราคาน้ำมันพุ่ง

เศรษฐกิจเอเชียเสี่ยงหนักจากราคาน้ำมันพุ่ง

เผยแพร่

spot_img

มอร์แกน สแตนลีย์ชี้  ไทย–เกาหลีใต้–ไต้หวัน–อินเดีย เปราะบางสุด

 SCMP รายงานว่า มอร์แกน สแตนลีย์ (Morgan Stanley) ระบุว่าประเทศในเอเชียพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันและก๊าซอย่างหนัก และอาจได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรงหลังจากสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่าน ธนาคารเพื่อการลงทุนที่มีสำนักงานใหญ่ในนิวยอร์กแห่งนี้ระบุในรายงานวิจัยเมื่อวันอาทิตย์ที่ 1มีนาคมว่า ภูมิภาคที่เน้นการผลิตและพึ่งพาการส่งออกอย่างเอเชียมี “ความอ่อนไหว” ต่อความผันผวนของราคาน้ำมันมากกว่ายุโรปหรือสหรัฐฯ

จากการคำนวณพบว่า การขาดดุลการค้าก๊าซและน้ำมันของเอเชียอยู่ที่ 2.1% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ผู้เขียนรายงานระบุว่า ทุกๆ 10 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลของราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จะส่งผลให้การเติบโตของ GDP ในเอเชียลดลง “โดยตรง” ประมาณ 20 ถึง 30 จุดพื้นฐาน (basis points) หรือ 0.2 ถึง 0.3 จุดเปอร์เซ็นต์

วอชิงตันและเทลอาวีฟเริ่มปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านเมื่อวันเสาร์ที่ 28 ก.พ. ท่ามกลางการเจรจาเกี่ยวกับโครงการเสริมสมรรถนะนิวเคลียร์ ขณะที่เตหะรานตอบโต้ด้วยการโจมตีทรัพย์สินทางทหารของสหรัฐฯ ในกลุ่มประเทศรัฐอ่าวเปอร์เซียเพื่อนบ้าน สร้างความกังวลเกี่ยวกับการหยุดชะงักของอุปทานพลังงานโลก

ธนาคารเพื่อการลงทุนหลายแห่งรีบออกมาเตือนเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่ราคาน้ำมันจะพุ่งสูงขึ้น ขณะที่ตลาดเอเชียเปิดตัวลดลงในวันจันทร์ที่ 2 มีนาคมท่ามกลางความกลัวว่าความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นอาจทำลายตลาดพลังงานและห่วงโซ่อุปทาน “เอเชียยังคงเป็นภูมิภาคที่พึ่งพาการนำเข้าน้ำมันและก๊าซมากที่สุด” ผู้เขียนรายงานวิจัยซึ่งนำโดย เชตัน อาห์ยา (Chetan Ahya) หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ประจำภูมิภาคเอเชียของมอร์แกน สแตนลีย์ ระบุ

“ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ดำเนินอยู่ หากยืดเยื้อจะเพิ่มความเสี่ยงด้านลบต่อภาพรวมเศรษฐกิจมหภาค ของเอเชีย เนื่องจากราคาพุ่งสูงขึ้นจากฝั่งอุปทานจะกดดันการเติบโตและความเสถียรของเศรษฐกิจมหภาค” รายงานระบุเพิ่มเติม

มอร์แกน สแตนลีย์ ระบุว่าไทย เกาหลีใต้ ไต้หวัน และอินเดีย เป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงค่อนข้างมากต่อ “ความเสี่ยงด้านลบต่อการเติบโต” เนื่องจากมีการขาดดุลด้านน้ำมันและก๊าซที่กว้างกว่า ขณะที่จีนแผ่นดินใหญ่มีการขาดดุลอยู่ที่ 1.8% ของ GDP ซึ่งถือว่าเบาบางกว่า

 อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากศูนย์นโยบายพลังงานโลก มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ระบุว่าตะวันออกกลางครองสัดส่วนถึง 44% ของการนำเข้าน้ำมันดิบของจีนในปี 2024

 ซูฟโร ซาร์การ์ (Suvro Sarkar) รองประธานอาวุโสฝ่ายวิจัยกลุ่มของธนาคาร DBS ระบุว่า จีนซึ่งเป็นเขตเศรษฐกิจใหญ่อันดับสองของโลกนำเข้าน้ำมัน 10 ถึง 11 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดยประมาณ 50% มาจากตะวันออกกลาง และอย่างน้อย 15% มาจากอิหร่าน เขาคาดการณ์ว่าปักกิ่งอาจหันไปหาแหล่งน้ำมันจากรัสเซียมากขึ้นหากจำเป็น

มอร์แกน สแตนลีย์ กล่าวว่าผลกระทบในวงกว้างต่อเอเชียจะขึ้นอยู่กับว่าราคาน้ำมันจะพุ่งสูงขึ้นเพียงใดและจะยืนระยะอยู่นานแค่ไหน โดยตั้งข้อสังเกตว่า “ผลกระทบในขณะนี้ยังดูเหมือนอยู่ในระดับที่จัดการได้” แต่ก็เตือนว่าการค้าระหว่างภูมิภาคอาจได้รับผลกระทบเช่นกัน “การพึ่งพาการค้าในระดับสูงของเอเชียหมายความว่าอาจมีผลกระทบทางอ้อมต่อการเติบโตที่เกิดจากความเสี่ยงด้านลบต่อการเติบโตและการค้าโลก” ผู้เขียนรายงานระบุ

ซาร์การ์ระบุในการสัมมนาผ่านเว็บเมื่อวันจันทร์ว่า ราคาก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ที่ส่งออกจากตะวันออกกลาง โดยเฉพาะที่มาจากกาตาร์ จะพุ่งสูงขึ้น 20% หากช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดกั้นเป็นเวลาหนึ่งหรือสองสัปดาห์ “นี่เป็นข่าวร้ายโดยเฉพาะสำหรับกลุ่มประเทศเอเชียเหนือ ซึ่งพึ่งพาการนำเข้า LNG เพียงอย่างเดียว” ซาร์การ์กล่าวเสริม พร้อมระบุว่าหากมีการปิดกั้นนานหนึ่งเดือน จะสร้าง “ความเจ็บปวดที่แท้จริง” ให้กับประเทศเหล่านี้

นอกจากนี้ มอร์แกน สแตนลีย์ ประเมินเพิ่มเติมว่า ราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น 10 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลอย่างต่อเนื่อง จะนำไปสู่การเพิ่มขึ้น 0.4 จุดเปอร์เซ็นต์ของดัชนีราคาผู้บริโภคโดยรวม (Headline CPI) ของเอเชีย เมื่อคำนวณตามมาตรฐานอำนาจซื้อ (PPP)

IMCT NEWS 04-03-2026

ที่มา https://www.scmp.com/economy/global-economy/article/3345161/asias-oil-dependence-leaves-it-exposed-after-us-israel-strikes-iran-morgan-stanley?module=top_story&pgtype=homepage

ข่าวล่าสุด

วิกฤตฮอมุสพ่นพิษ!สหรัฐฯ-อิสราเอลถล่มอิหร่าน !

โลกเผชิญวิกฤตพลังงานครั้งใหญ่หลังสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากถล่มอิหร่าน จนนำไปสู่การปิดช่องแคบฮอมุส เส้นเลือดใหญ่ที่ลำเลียงน้ำมันดิบกว่า 20% ของโลก

ซาอุฯ รวบ “สายลับอิสราเอล” จัดฉากป่วน

ซาอุดีอาระเบียและกาตาร์เพิ่งรวบตัว "สายลับมอสสาด" ของอิสราเอลได้คาหนังคาเขา ขณะกำลังพยายามเข้าไปจัดฉากวางบึ้มป่วนเมือง

สีฟ้าๆ คือประเทศที่ปลอดภัยสุดเมื่อเกิดสงครามโลก

สีฟ้าๆ คือประเทศที่ปลอดภัยสุดเมื่อเกิดสงครามโลก...ไทยแลนด์คือ 1 ในนั้น โชคดีแล้วที่เกิดมาที่เมืองไทย

 ‘โมจตาบา คอเมเนอี’ ผู้นำสูงสุดอิหร่านคนใหม่ที่กำลังถูก ‘สหรัฐฯ-อิสราเอล’ หมายหัว

โมจตาบา ในวัย 56 ปี ได้รับการคัดเลือกโดยสภาผู้เชี่ยวชาญของอิหร่าน ซึ่งเป็นองค์กรที่มีสมาชิก 88 คน มีหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญในการแต่งตั้งผู้มีอำนาจสูงสุดทางการเมืองและศาสนาของประเทศ

ข่าวอื่นๆ

ซาอุฯ รวบ “สายลับอิสราเอล” จัดฉากป่วน

ซาอุดีอาระเบียและกาตาร์เพิ่งรวบตัว "สายลับมอสสาด" ของอิสราเอลได้คาหนังคาเขา ขณะกำลังพยายามเข้าไปจัดฉากวางบึ้มป่วนเมือง

 ‘โมจตาบา คอเมเนอี’ ผู้นำสูงสุดอิหร่านคนใหม่ที่กำลังถูก ‘สหรัฐฯ-อิสราเอล’ หมายหัว

โมจตาบา ในวัย 56 ปี ได้รับการคัดเลือกโดยสภาผู้เชี่ยวชาญของอิหร่าน ซึ่งเป็นองค์กรที่มีสมาชิก 88 คน มีหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญในการแต่งตั้งผู้มีอำนาจสูงสุดทางการเมืองและศาสนาของประเทศ

ตอนนี้กรุงเตหะรานเหมือนตกอยู่ในนรก

การเผาไหม้น้ำมันในปริมาณมหาศาลทำให้เกิด "ฝนกรดสีดำ" จากการที่ไอเสียลอยขึ้นไปทำปฏิกิริยากับความชื้นในอากาศจนกลายเป็นกรดซัลฟิวริกและกรดไนตริกที่สะสมอยู่ในก้อนเมฆ และตกลงมาเป็นฝนสีดำสนิท