วันอังคาร, มีนาคม 10, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกข่าวรอบโลกIMF เตือนสงครามภาษีเสี่ยงฉุดเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่กำลังรุ่งเรืองให้สะดุด

IMF เตือนสงครามภาษีเสี่ยงฉุดเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่กำลังรุ่งเรืองให้สะดุด

เผยแพร่

spot_img

Bloomberg รายงานว่า กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ระบุว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ มีความแข็งแกร่ง แต่ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับกำแพงภาษีและการเข้มงวดเรื่องผู้อพยพ อาจกลายเป็นตัวฉุดรั้งการเติบโตและเพิ่มแรงกดดันด้านเงินเฟ้อในระยะยาว

 วอชิงตัน (Washington) – กองทุนการเงินระหว่างประเทศ เปิดเผยรายงานทบทวนเศรษฐกิจสหรัฐฯ ประจำปี (Article IV consultation) โดยเตือนว่า “ความไม่แน่นอนรอบด้านของนโยบายการค้า” อาจส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจรุนแรงกว่าที่คาดไว้ แม้ว่าภาพรวมในปัจจุบันของประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลกจะยังอยู่ในสภาวะ “รุ่งเรือง”ก็ตาม

นโยบายภาษีและความผันผวนทางการเมือง

ภายใต้การบริหารของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์สหรัฐฯ ได้ประกาศใช้กำแพงภาษีสูงที่สุดในรอบเกือบศตวรรษ โดยมีเป้าหมายเพื่อดึงดูดให้บริษัทต่าง ๆ กลับมาลงทุนในประเทศ

สถานการณ์ล่าสุด: แม้ศาลฎีกาจะสั่งยกเลิกภาษีบางส่วนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แต่รัฐบาลได้หาช่องทางกฎหมายใหม่เพื่อจัดเก็บภาษีนำเข้า 10% ทั่วหน้า ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา และทรัมป์มีแผนจะปรับขึ้นเป็น 15% ในเร็ว ๆ นี้

มุมมองของ IMF: ความผันผวนนี้สร้างอุปสรรคต่อภาคธุรกิจ อย่างไรก็ตาม IMF มองความเป็นไปได้ที่ภาษีนำเข้าอาจไม่ได้ถูกผลักภาระไปให้ผู้บริโภคทั้งหมดอย่างที่หลายฝ่ายกังวล

ความเสี่ยงด้านงบประมาณและหนี้สาธารณะ

คริสตาลินา กอร์เกียวา (Kristalina Georgieva) ผู้อำนวยการจัดการ IMF ได้เข้าพบ สก็อตต์ เบสเซนต์ (Scott Bessent) รัฐมนตรีคลัง และ เจอโรม พาวเวลล์ (Jerome Powell) ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ก่อนการแถลงข่าว โดยเน้นย้ำประเด็นสำคัญดังนี้:

หนี้สาธารณะ: IMF เตือนว่าสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP ที่พุ่งสูงขึ้น และระดับหนี้ระยะสั้นที่เพิ่มขึ้น ถือเป็น “ความเสี่ยงต่อความมั่นคงที่เพิ่มขึ้น” ของทั้งเศรษฐกิจสหรัฐฯ และเศรษฐกิจโลก

การขาดดุล: IMF เรียกร้องให้มีมาตรการลดการขาดดุลงบประมาณที่ปัจจุบันอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับสถิติในอดีต

แรงงานและผู้อพยพ: ปัจจัยชี้ชะตาผลิตภาพ

แม้ความก้าวหน้าด้านผลิตภาพของแรงงานสหรัฐฯ จะเป็นสัญญาณที่ดี แต่ IMF เตือนว่านโยบายจำกัดผู้อพยพที่เข้มงวดขึ้นอาจส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจ:

ผลกระทบ: การบังคับใช้กฎหมายชายแดนที่เข้มงวดและการผลักดันผู้อพยพออกนอกประเทศ คาดว่าจะทำให้กำลังแรงงานที่เกิดในต่างประเทศลดลง ส่งผลให้การจ้างงานเติบโตช้าลง และสร้างแรงกดดันต่อเงินเฟ้อ

พยากรณ์: IMF คาดการณ์ว่าปัจจัยนี้จะลดกิจกรรมทางเศรษฐกิจลงประมาณ 0.4% ภายในปี 2027 และได้ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวในระยะกลางลงเล็กน้อย

คำเตือนถึงความอิสระของหน่วยงานรัฐ

IMF ยังได้แสดงความกังวลต่อแรงกดดันจากรัฐบาลทรัมป์ที่ต้องการให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ลดอัตราดอกเบี้ย รวมถึงแผนการตัดงบประมาณหน่วยงานเก็บภาษีและรวบรวมข้อมูล โดยระบุว่า “กรอบสถาบันที่เข้มแข็งของสหรัฐฯ ควรได้รับการรักษาไว้ รวมถึงการเคารพในการคุ้มครองสถาบันที่มีอยู่เดิม” เพื่อรักษาความเชื่อมั่นต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ

IMCT NEWS 27-02-2026

ที่มา https://www.bloomberg.com/news/articles/2026-02-25/imf-says-tariff-uncertainty-risks-hampering-buoyant-us-economy?srnd=phx-politics

ข่าวล่าสุด

วิกฤตฮอมุสพ่นพิษ!สหรัฐฯ-อิสราเอลถล่มอิหร่าน !

โลกเผชิญวิกฤตพลังงานครั้งใหญ่หลังสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากถล่มอิหร่าน จนนำไปสู่การปิดช่องแคบฮอมุส เส้นเลือดใหญ่ที่ลำเลียงน้ำมันดิบกว่า 20% ของโลก

ซาอุฯ รวบ “สายลับอิสราเอล” จัดฉากป่วน

ซาอุดีอาระเบียและกาตาร์เพิ่งรวบตัว "สายลับมอสสาด" ของอิสราเอลได้คาหนังคาเขา ขณะกำลังพยายามเข้าไปจัดฉากวางบึ้มป่วนเมือง

สีฟ้าๆ คือประเทศที่ปลอดภัยสุดเมื่อเกิดสงครามโลก

สีฟ้าๆ คือประเทศที่ปลอดภัยสุดเมื่อเกิดสงครามโลก...ไทยแลนด์คือ 1 ในนั้น โชคดีแล้วที่เกิดมาที่เมืองไทย

 ‘โมจตาบา คอเมเนอี’ ผู้นำสูงสุดอิหร่านคนใหม่ที่กำลังถูก ‘สหรัฐฯ-อิสราเอล’ หมายหัว

โมจตาบา ในวัย 56 ปี ได้รับการคัดเลือกโดยสภาผู้เชี่ยวชาญของอิหร่าน ซึ่งเป็นองค์กรที่มีสมาชิก 88 คน มีหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญในการแต่งตั้งผู้มีอำนาจสูงสุดทางการเมืองและศาสนาของประเทศ

ข่าวอื่นๆ

ซาอุฯ รวบ “สายลับอิสราเอล” จัดฉากป่วน

ซาอุดีอาระเบียและกาตาร์เพิ่งรวบตัว "สายลับมอสสาด" ของอิสราเอลได้คาหนังคาเขา ขณะกำลังพยายามเข้าไปจัดฉากวางบึ้มป่วนเมือง

 ‘โมจตาบา คอเมเนอี’ ผู้นำสูงสุดอิหร่านคนใหม่ที่กำลังถูก ‘สหรัฐฯ-อิสราเอล’ หมายหัว

โมจตาบา ในวัย 56 ปี ได้รับการคัดเลือกโดยสภาผู้เชี่ยวชาญของอิหร่าน ซึ่งเป็นองค์กรที่มีสมาชิก 88 คน มีหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญในการแต่งตั้งผู้มีอำนาจสูงสุดทางการเมืองและศาสนาของประเทศ

ตอนนี้กรุงเตหะรานเหมือนตกอยู่ในนรก

การเผาไหม้น้ำมันในปริมาณมหาศาลทำให้เกิด "ฝนกรดสีดำ" จากการที่ไอเสียลอยขึ้นไปทำปฏิกิริยากับความชื้นในอากาศจนกลายเป็นกรดซัลฟิวริกและกรดไนตริกที่สะสมอยู่ในก้อนเมฆ และตกลงมาเป็นฝนสีดำสนิท