วันพุธ, เมษายน 15, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกปกิณกะคืนนี้ฟ้าเปลี่ยนสี! ส่อง 7 ตำนาน "พระจันทร์สีเลือด" ลางร้าย หรือ สัญญาณจักรวาล

คืนนี้ฟ้าเปลี่ยนสี! ส่อง 7 ตำนาน “พระจันทร์สีเลือด” ลางร้าย หรือ สัญญาณจักรวาล

เผยแพร่

spot_img

เมื่อดวงจันทร์ค่อยๆแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานกลางท้องฟ้าในยามค่ำคืน หลายคนเฝ้ามองด้วยความตื่นตา .. ปรากฏการณ์ที่เรียกว่า “พระจันทร์สีเลือด (Blood Moon)” ไม่ได้เป็นเพียงความงดงามทางดาราศาสตร์ หากแต่ยังสะท้อนความเชื่อ ความกลัว และจินตนาการของมนุษย์มานานหลายศตวรรษ

ในทางวิทยาศาสตร์ .. นี่คือช่วงหนึ่งของ “จันทรุปราคาเต็มดวง” เมื่อเงาโลกบดบังแสงอาทิตย์ที่ส่องถึงดวงจันทร์ ทำให้เกิดแสงสีแดงคล้ายเลือด จากการหักเหของแสงสีแดงผ่านชั้นบรรยากาศโลก (Rayleigh Scattering) โดยบรรยากาศช่วยกรองแสงสีน้ำเงินออกไป เหลือเพียงแสงสีส้มแดงที่ไปตกกระทบหน้าดวงจันทร์ 

… แต่ในทางความเชื่อ เรื่องเล่ากลับลึกลับ และเข้มข้นกว่านั้นมาก !!!

1. ลางบอกเหตุภัยพิบัติหรือสงคราม

หลายอารยธรรมโบราณเชื่อว่าดวงจันทร์ที่กลายเป็นสีแดงคือสัญญาณเตือนของหายนะ ไม่ว่าจะเป็นโรคระบาด ความอดอยาก หรือสงครามครั้งใหญ่ บันทึกในยุโรปยุคกลางและเอเชียตะวันออกต่างเคยเชื่อมโยงจันทรุปราคากับเหตุบ้านเมืองไม่สงบ

2. เทพเจ้ากำลังพิโรธ

ในบางวัฒนธรรม พระจันทร์สีเลือดถูกมองว่าเป็นสัญญาณแห่งความโกรธของเทพเจ้า ผู้คนจึงทำพิธีบวงสรวง จุดไฟ หรือสวดมนต์เพื่อขอขมา หวังให้เคราะห์ร้ายผ่านพ้นไปโดยเร็ว

3. ประตูเชื่อมโลกวิญญาณเปิดออก

ความเชื่อสายจิตวิญญาณบางกลุ่มมองว่า คืนพระจันทร์สีเลือดคือช่วงเวลาที่พลังงานระหว่างโลกมนุษย์กับโลกวิญญาณบางเบาที่สุด เป็นเวลาของการขอพร ทำสมาธิ หรือปลดปล่อยสิ่งค้างคาใจ

4. สัญญาณแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

ในมุมมองร่วมสมัย พระจันทร์สีเลือดมักถูกตีความว่าเป็น “จุดเปลี่ยน” ของชีวิต ทั้งด้านความรัก การงาน หรือสังคม บางคนเชื่อว่าหากตั้งจิตอธิษฐานในคืนเช่นนี้ พลังแห่งการเริ่มต้นใหม่จะชัดเจนเป็นพิเศษ

5. คำพยากรณ์ในคัมภีร์ศาสนา

ในคัมภีร์ของศาสนาคริสต์ เช่น คัมภีร์ไบเบิล  มีข้อความกล่าวถึงดวงจันทร์ที่กลายเป็นเลือดในบริบทของวันพิพากษา ขณะที่ความเชื่อบางสายของชาวยิวก็ผูกโยงจันทรุปราคากับเหตุการณ์สำคัญของชนชาติ ทำให้พระจันทร์สีเลือดถูกมองในมิติแห่งคำทำนาย

6. สัตว์ร้ายกลืนดวงจันทร์

ในตำนานจีนโบราณ เชื่อว่า “สุนัขสวรรค์ (Tiāngǒu – เทียนโกว)” พยายามกลืนกินดวงจันทร์ เมื่อเกิดจันทรุปราคา ผู้คนจะตีกลองหรือส่งเสียงดังเพื่อขับไล่ เช่นเดียวกับบางความเชื่อในอินเดียที่กล่าวถึงอสูรราหูอมจันทร์ เรื่องเล่าเหล่านี้สะท้อนความพยายามอธิบายปรากฏการณ์ธรรมชาติก่อนยุควิทยาศาสตร์

7. เพียงปรากฏการณ์ธรรมชาติที่งดงาม

ท้ายที่สุด นักดาราศาสตร์ยืนยันตรงกันว่า “พระจันทร์สีเลือด” คือผลจากจันทรุปราคาเต็มดวงเท่านั้น ไม่มีพลังเหนือธรรมชาติใดซ่อนอยู่ หากแต่เป็นโอกาสให้มนุษย์ได้เรียนรู้และชื่นชมความมหัศจรรย์ของจักรวาล…

“พระจันทร์สีเลือด” อาจเป็นเพียงแสงและเงาในเชิงวิทยาศาสตร์ แต่ในเชิงวัฒนธรรม คือกระจกสะท้อนความหวัง ความกลัว และความศรัทธาของมนุษย์ในแต่ละยุคสมัย

.. ทุกครั้งที่ดวงจันทร์แปรสี คำถามเดิมๆจะกลับมา … ” นี่คือสัญญาณเตือน หรือเพียงความงามชั่วคราวบนฟากฟ้า? “

คำตอบอาจไม่ได้อยู่ที่ท้องฟ้า … แต่อยู่ที่มุมมองของผู้เงยหน้ามองต่างหาก

ภาพปก – ภาพประกอบที่สร้างด้วย AI

https://siamrath.co.th/variety/news/132446

ข่าวล่าสุด

จาก One Bangkok ถึง Dusit Central Park ไทยประกาศศักดามหาอำนาจไลฟ์สไตล์โลก

การเกิดขึ้นของอภิมหาโครงการอย่าง One Bangkok และการกลับมาของ Dusit Central Park ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มพื้นที่ค้าปลีก แต่คือการประกาศชัดว่ากรุงเทพฯ ได้วิวัฒนาการสู่ศูนย์กลางไลฟ์สไตล์ระดับโลกที่นานาชาติยอมรับในเชิงรสนิยม

รถพลังงานไฮโดรเจน: รถในอนาคตอันใกล้

Toyota Crown FCEV จะเปิดตัวรุ่นขุมพลัง FCEV หรือ Hydrogen Fuel-Cell วิ่งไกล 820 กม. เติมเต็มถังใน 3 นาทีราคาเริ่มต้นที่ 8.3 ล้านเยน หรือประมาณ 1,970,719 บาท

เบื้องหลังเจ้าของปั๊มน้ำมันที่แท้จริง

เชลล์ ตราหอย คือ ผู้ประกอบการของกลุ่มต่างชาติในไทย โดยต่างชาติ แบรนด์นี้พวกอังกฤษ ถือหุ้นใหญ่

ยูเนสโก …มรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้

ขึ้นทะเบียน สงกรานต์ในประเทศไทย เทศกาลปีใหม่ไทยดั้งเดิม ในบัญชีรายชื่อตัวแทนมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ

ข่าวอื่นๆ

เบื้องหลังเจ้าของปั๊มน้ำมันที่แท้จริง

เชลล์ ตราหอย คือ ผู้ประกอบการของกลุ่มต่างชาติในไทย โดยต่างชาติ แบรนด์นี้พวกอังกฤษ ถือหุ้นใหญ่

ไทย: เป็นประเทศที่เก่าแก่ติด 1 ใน 20 ของโลก โดยอยู่ใน อันดับที่ 19  มีอายุ 788 ปี

• อิหร่าน: เป็นอันดับที่ 1 ของโลก ด้วยอายุยาวนานกว่า 5,226 ปี (นับย้อนไปถึงอาณาจักรเอลาม (Elam) และอารยธรรมโบราณที่ก่อตัวขึ้นตั้งแต่ 3,200 ปีก่อนคริสตกาล)

“As if he were here.. ราวกับว่ามณเฑียรยังอยู่”

“As if he were here.. ราวกับว่ามณเฑียรยังอยู่” เพื่อรำลึกถึง มณเฑียร บุญมา และ จันทร์แจ่ม บุญมา เนื่องในโอกาสครบรอบวันเกิด