หน้าแรกปกิณกะใบสั่งยา...ที่ไม่ใช่ยา 

ใบสั่งยา…ที่ไม่ใช่ยา 

เผยแพร่

spot_img

เสียงไอแห้ง ๆ เป็นเพื่อนมาหลายวัน จะไปโรงพยาบาลก็ท้อใจกับภาพผู้คนเบียดเสียด การรอคอยที่ยาวนานเหมือนไม่มีที่สิ้นสุด สุดท้ายจึงตัดสินใจเลี้ยวเข้าคลินิกเล็ก ๆ ใกล้บ้าน

หมอหนุ่มใหญ่ดูท่าทางสบาย ๆ ถามคำถามพื้นฐาน “อายุเท่าไหร่ครับ? ทำงานอะไร?”

“60 แล้วครับ เกษียณราชการแล้ว” ฉันตอบเบา ๆ

คุณหมอพยักหน้า รับคำว่า “อ้อ เกษียณแล้ว…” แล้วประโยคต่อมาก็ทำเอาฉันใจหายวูบ

“คนไข้รู้มั๊ย ช่วงคนที่ตายมากที่สุดก็ช่วงนี้แหละครับ อายุ 60-70 ว่างงาน ไม่มีอะไรทำ เงินก็เหลือน้อย…”

เอ้า! ฉันอุทานในใจ นี่มันคลินิกหรือสำนักดูดวงกันแน่?

แต่คุณหมอไม่รอช้า พูดต่ออีกด้วยท่าทีเรียบเฉย “ยากินไปก็ไม่หายหรอก พ่อหมอยังตายเลย…”

อึ้ง! คราวนี้ฉันอึ้งจนพูดไม่ออก สองประโยคนี้มันอะไรกัน? หมอคนนี้เป็นคนแบบไหน?

แล้วคุณหมอก็เปลี่ยนโทนเสียงอย่างรวดเร็ว “เอางี้ เดี๋ยวหมอจ่ายยาให้ แต่หมอแนะนำให้ไป…” เขาเน้นเสียงตรงคำว่า ‘แนะนำ’ อย่างจงใจ “…หารองเท้าผ้าใบดี ๆ สักคู่ เดินทุกเช้า เดินเยอะ ๆ”

หมอจ่ายยามาให้ถุงหนึ่ง มีทั้งยาแก้ไอ แก้อักเสบ ยาขับเสมหะ และยาแก้ไข้ที่บอกว่าไม่มีไข้ก็ไม่ต้องกิน ฉันจ่ายเงินไปสองสามใบแดง ในมือถือถุงยาหนักอึ้ง แต่ในใจกลับก้องไปด้วยคำพูดของหมอ “กินก็ไม่หาย” และ “พ่อหมอยังตายเลย…” ความสงสัยตีกันไปมา… จะกินดีไหมนะ?

หลังออกจากคลินิก คำพูดเหล่านั้นยังคงก้องอยู่ในหู มันเป็นเหมือนผนังกั้นระหว่างฉันกับถุงยาใบนั้น… ไม่ต้องกินยา!

เช้าวันรุ่งขึ้น ฉันเลือกหยิบ รองเท้าผ้าใบคู่ที่ดีที่สุด ที่มีอยู่ ใส่แล้วออกเดิน… เดิน… เดินตามคำแนะนำของหมอ ไม่ใช่เพราะเชื่อคำขู่เรื่องความตายหรือเรื่องยาไม่หาย แต่เหมือนถูกท้าทาย… ลองดูสิ ว่าจะหายไหมโดยไม่พึ่งยา

ฉันเริ่มเดินทุกเช้า เดินเยอะขึ้นเรื่อย ๆ ทีละนิด ทีละหน่อย วันแล้ววันเล่า

แล้วทุกคนรู้ไหมครับ.. มันได้ผล!

เสมหะที่เคยข้นเหนียวในลำคอ และอาการไอที่เคยเป็นเหมือนเพื่อนสนิท ค่อย ๆ ทุเลาลงอย่างช้า ๆ ในที่สุด… อาการไอก็หายไปอย่างน่าอัศจรรย์ โดยที่ยาในถุงยังคงถูกเก็บไว้ในตู้ ไม่ได้ถูกแกะออกมาใช้แม้แต่เม็ดเดียว

ฉันกลับไปที่หน้าคลินิกอีกครั้ง ไม่ได้เพื่อพบหมอ แต่เพื่อมองป้ายคลินิกด้วยความรู้สึกขอบคุณ หมอไม่ได้ให้แค่ยา… แต่ให้ ‘ใบสั่งยา’ ที่ชื่อว่า ‘ชีวิตใหม่’ ที่สอนให้ฉันลุกขึ้นมาดูแลตัวเองด้วยการเคลื่อนไหวร่างกาย

ขอบคุณคุณหมอ… และขอบคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมรับฟังเรื่องราว ‘ใบสั่งยา…ที่ไม่ใช่ยา’ ในครั้งนี้ครับ

แง่คิดจากนักมะเร็งวิทยาชาวบราซิล

 1. วัยชราเริ่มต้นที่อายุ 60 ปี และสิ้นสุดที่ 80 ปี

 2. วัยชราตอนปลาย (หรือ “วัยชราลึก”) เริ่มที่ 80 ถึง 90 ปี

 3. “อายุยืนยาว” คือหลัง 90 ปี จนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต

@ ปัญหาหลักของผู้สูงอายุคือ “ความโดดเดี่ยว”

บ่อยครั้งคู่ชีวิตไม่ได้แก่ไปพร้อมกัน — มักมีคนหนึ่งจากไปก่อน

เมื่อเหลือตามลำพัง มักรู้สึกว่าตัวเองเป็นภาระของลูกหลาน

ดังนั้นสิ่งสำคัญคือ “อย่าตัดขาดจากเพื่อน”

ต้องพยายามพบปะ พูดคุย ติดต่อกันเสมอ

เพื่อไม่ให้ตัวเองกลายเป็นภาระของคนรุ่นหลัง

@ คำแนะนำส่วนตัว

1. อย่าสูญเสีย “การควบคุมชีวิตตัวเอง”

หมายถึง

 • ตัดสินใจได้เองว่าจะไปไหน

 • กินอะไร

 • แต่งตัวยังไง

 • คุยกับใคร

 • เข้านอนเวลาไหน

 • อ่านหนังสืออะไร

 • ใช้เวลาว่างทำอะไร

 • จะอยู่ที่ไหน

เพราะถ้าทำสิ่งเหล่านี้ไม่ได้อีกแล้ว

คุณจะกลายเป็น “คนที่อยู่ยาก” และ “เป็นภาระต่อผู้อื่น”

2. วิลเลียม เชกสเปียร์ เคยกล่าวไว้ว่า

“ข้าพเจ้ามีความสุขเสมอ”

เพราะข้า “ไม่คาดหวังสิ่งใดจากใคร”

การรอคอยทำให้ทุกข์เสมอ

ทุกปัญหามีทางออก — นอกจาก “ความตาย” เท่านั้น

ก่อนจะ “ตอบโต้” — ให้ “หายใจลึกๆ”

ก่อนจะ “พูด” — ให้ “ฟัง”

ก่อนจะ “วิจารณ์” — ให้ “มองตัวเอง”

ก่อนจะ “เขียน” — ให้ “คิด”

ก่อนจะ “ทำร้าย” — ให้ “ยอมรับ”

และก่อนจะ “ตาย” — ให้ “ใช้ชีวิตให้สวยงามที่สุดเท่าที่ทำได้”

3. ความสัมพันธ์ที่ดีที่สุด

ไม่ใช่กับคนที่ “สมบูรณ์แบบ”

แต่กับคนที่ “เรียนรู้จะใช้ชีวิตอย่างน่าสนใจและงดงาม”

มองเห็นข้อบกพร่องของคนอื่นได้

แต่ก็ “ชื่นชมข้อดี” ของเขาให้เป็น

4. ถ้าอยากมีความสุข — จงทำให้คนอื่นมีความสุขก่อน

ถ้าอยากได้อะไร — จง “ให้” ก่อน

จงอยู่ท่ามกลางคนดี มีน้ำใจ และน่าสนใจ — และจงเป็นหนึ่งในนั้น

5. จำไว้ว่า

แม้ในวันที่ยากลำบากที่สุด ต่อให้มีน้ำตาไหล

จงลุกขึ้นยืนแล้วยิ้ม พร้อมพูดว่า

“ทุกอย่างยังดีอยู่ เพราะเราคือผลลัพธ์ของวิวัฒนาการแห่งชีวิต”

6. แบบทดสอบสั้นๆ:

ถ้าคุณไม่ส่งข้อความนี้ต่อให้ใครเลย

นั่นแปลว่าคุณกำลัง “โดดเดี่ยวและไม่มีเพื่อน”

แต่ถ้าคุณส่งต่อให้คนที่คุณห่วงใย

คุณจะ “ไม่ลืมข้อความนี้ตลอดไป”

ข่าวล่าสุด

“กำแพง”… กลายเป็นเกมการเมือง… “ใคร ?..กำลังชนใคร“

คำว่า “กำแพง”… กลายเป็นประเด็นทางการเมือง หลัง น.ส.สิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.พรรคประชาชน เปรียบเปรยความรู้สึกในการผลักดันงานทางการเมืองว่าเหมือนการ “สู้กับกำแพง”

ไทยเก่งสุด ๆ ในการใช้.. เทคโนโลยี !  แต่ยังต้องซื้อ “มันสมอง” จากคนอื่น

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ depa ระบุว่าไทยยังเผชิญปัญหาขาดแคลนบุคลากรดิจิทัลทักษะสูง ขณะที่ สศช.ชี้ว่าผลิตภาพแรงงานยังเป็นโจทย์สำคัญของเศรษฐกิจไทย

“ห้องเรียน” ที่ควรปลอดภัยที่สุด   กลับกลายเป็นพื้นที่แห่ง…“ความสูญเสีย”

หตุโศกนาฏกรรมนักเรียนใช้อาวุธปืนยิงในสถานศึกษาแห่งหนึ่งของจังหวัดนนทบุรี เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2569 จนมีผู้เสียชีวิต 9 ราย และบาดเจ็บ 22 ราย

เมื่อ “สแกน” มาแทนที่  แล้ว“เงินสด” หมดความหมาย ?

เจาะลึกสมรภูมิการเงินไทยผ่านเลนส์ระดับโลก จากบทเรียนไร้เงินสดสุดขั้วของสวีเดน จริตเหนียวแน่นของญี่ปุ่น ถึงความเงียบงันของเยอรมนี บนความเสี่ยงของ ‘ระบบล่ม’ ที่อาจเปลี่ยนอิสรภาพให้กลายเป็นอัมพาตทางการเงินข้ามคืน

ข่าวอื่นๆ

สปสช.มีมติ ยาแก้มะเร็ง โครงการฟ้าหญิงฯ  เข้าบัตรทอง

บอร์ด สปสช. (สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ) ได้มีมติเห็นชอบให้เพิ่มสิทธิประโยชน์ยารักษามะเร็งนวัตกรรมไทย ซึ่งเป็นยามะเร็งแบบมุ่งเป้า (Targeted Therapy) เข้าสู่ระบบ "บัตรทอง 30 บาท"

อาบป่าฮีลใจ ให้ธรรมชาตินำทางสู่การฟื้นฟู

"อาบป่า" (Forest Bathing) การใช้เวลาในธรรมชาติอย่างมีสติ เพื่อเชื่อมโยงกับสิ่งแวดล้อมผ่านประสาทสัมผัสทั้งห้า ช่วยผ่อนคลายร่างกาย จิตใจ ลดความเครียด และชาร์จพลังชีวิต

“เรื่องการมาหาหมอ”  อย่าเชื่อ(หมด) ในสิ่งที่ฟัง

ความจริงเกี่ยวกับความเจ็บป่วย และ แพทย์ ที่ต้องตระหนักรู้ 1. แพทย์ไม่ใช่เทวดา ไม่สามารถช่วยคุณทุกเรื่องได้ ช่วยได้เพียงบางเรื่องเท่านั้น  2. แพทย์แต่ละคน เก่งไม่เท่ากัน แพทย์ ก็เป็นคน จึงมีอารมณ์และมีวันที่ทำงานดี วันที่ทำงานไม่ดี 3. แพทย์...