หน้าแรกวัฒนธรรม ชีวิตกำเนิด "เพนตากอน" อภิมหาตึกห้าเหลี่ยม เขี้ยวเล็บพญาอินทรี

กำเนิด “เพนตากอน” อภิมหาตึกห้าเหลี่ยม เขี้ยวเล็บพญาอินทรี

เผยแพร่

spot_img

ที่สร้างเสร็จในเวลาเพียง 16 เดือน!

ในวันที่ 15 มกราคม 1943 (พ.ศ. 2486) ท่ามกลางความร้อนระอุของสงครามโลกครั้งที่ 2 สหรัฐอเมริกาได้ประกาศความสำเร็จในการก่อสร้างสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ของกระทรวงการสงคราม (War Department) หรือที่เรารู้จักกันในปัจจุบันว่า “เดอะ เพนตากอน” (The Pentagon) อาคารรูปร่างแปลกตาแต่แฝงไปด้วยความน่าเกรงขาม

ทำไมต้องสร้าง? และทำไมต้อง 5 เหลี่ยม?

ก่อนหน้านี้ หน่วยงานกองทัพสหรัฐฯ กระจัดกระจายอยู่ตามตึกต่างๆ ทั่วกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ถึง 17 แห่ง! ทำให้การสั่งการล่าช้าและขาดเอกภาพ เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 ขยายวงกว้าง ความจำเป็นในการมี “ศูนย์บัญชาการเดียว” จึงเร่งด่วนที่สุด

พลจัตวา เบรฮอน ซอเมอร์เวลล์ (Brehon Somervell) ได้สั่งการให้เร่งออกแบบและสร้าง โดยมีเงื่อนไขสุดหินคือ “ต้องเสร็จให้เร็วที่สุด” และ “ประหยัดเหล็กให้มากที่สุด” (เพราะเหล็กต้องเอาไปสร้างเรือและอาวุธ)

เดิมทีพื้นที่ที่ถูกเลือกคือบริเวณ Arlington Farms ซึ่งมีถนนตัดผ่านในมุมเฉียง สถาปนิกจึงออกแบบตึกเป็น “5 เหลี่ยม” เพื่อให้เข้ากับพื้นที่ แต่ต่อมาประธานาธิบดี รูสเวลต์ สั่งย้ายจุดก่อสร้างไปที่ Hoover Airport เดิม (เพราะกลัวตึกจะบังวิวสุสานอาร์ลิงตัน) แม้พื้นที่ใหม่จะเป็นที่โล่งกว้าง ไม่จำเป็นต้องบิดรูปทรงตึก แต่เวลากระชั้นชิดเกินกว่าจะแก้แบบ… รูปทรง 5 เหลี่ยมจึงกลายเป็นตำนานโดยบังเอิญ

ปาฏิหาริย์แห่งการก่อสร้าง

การคุมงานตกเป็นหน้าที่ของ พันเอก เลสลี โกรฟส์ (Leslie Groves) ผู้ซึ่งต่อมาจะได้ไปคุมโปรเจกต์ระเบิดนิวเคลียร์ “Manhattan Project” เขาคุมคนงานกว่า 15,000 คน ทำงานแข่งกับเวลาตลอด 24 ชั่วโมง แบ่งเป็น 3 กะ ไม่มีวันหยุด

ด้วยข้อจำกัดเรื่องเหล็ก โครงสร้างส่วนใหญ่จึงเป็น คอนกรีตเสริมเหล็ก ทรายมหาศาลถูกขุดขึ้นมาจากแม่น้ำโปโตแมคเพื่อนำมาผสมปูน และแทนที่จะใช้ลิฟต์ (ซึ่งต้องใช้เหล็กและกลไกซับซ้อน) พวกเขาใช้ ทางลาด (Ramps) ในการเชื่อมต่อระหว่างชั้นแทน

ผลลัพธ์คือ ตึกที่ใหญ่ที่สุดในโลก (ในแง่พื้นที่ใช้สอย) สร้างเสร็จภายในเวลาเพียง 16 เดือน เท่านั้น!

เรื่องแปลกแต่จริง: ห้องน้ำที่มากเกินความจำเป็น

หากคุณเดินเข้าไปในเพนตากอนยุคนั้น คุณจะพบว่ามีห้องน้ำเยอะผิดปกติถึง 2 เท่าของที่ควรจะเป็น ไม่ใช่เพราะทหารปวดท้องบ่อย แต่เพราะกฎหมายของรัฐเวอร์จิเนียในยุคนั้นยังมีการแบ่งแยกสีผิว (Segregation laws) ทำให้ต้องสร้างห้องน้ำแยกสำหรับ “คนผิวขาว” และ “คนผิวดำ”

อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดี รูสเวลต์ ได้เข้ามาเยี่ยมชมและสั่งห้ามไม่ให้ติดป้ายแบ่งแยกสีผิวหน้าห้องน้ำ ทำให้เพนตากอนกลายเป็นสถานที่แห่งแรกๆ ในเวอร์จิเนียที่ไม่มีการแบ่งแยกห้องน้ำ (แม้โครงสร้างจะถูกสร้างมาแบบนั้นก็ตาม)

สัญลักษณ์ที่ไม่มีวันตาย

ปัจจุบัน เพนตากอนยังคงเป็นอาคารสำนักงานที่มีความจุมากที่สุดในโลก มีพนักงานกว่า 23,000 คน มีระเบียงทางเดินยาวรวมกันถึง 28 กิโลเมตร แต่ด้วยการออกแบบอันชาญฉลาด ว่ากันว่าเราสามารถเดินจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งของตึกได้ภายในเวลาไม่เกิน 7 นาที

จากวันนั้นถึงวันนี้ เพนตากอนไม่ได้เป็นเพียงตึก แต่มันคือสัญลักษณ์ของแสนยานุภาพทางทหารของสหรัฐฯ ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาตั้งแต่ยุคสงครามโลก สงครามเย็น จนถึงยุคก่อการร้าย และยังคงตั้งตระหง่านอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโปโตแมคต่อไป

#ThePentagon #Pentagon #History #WWII #USA #Military #Architecture #OnThisDay #ประวัติศาสตร์ #สงครามโลกครั้งที่2 #เพนตากอน #เรื่องเล่าจากภาพ

ข่าวล่าสุด

“ผักกาดขาว”…อาบฟอร์มาลดีไฮด์

INSIDE INSIGHT | “ชัยทัศน์” ประจำวันที่ 27 สิงหาคม 2569 จากคลิปไวรัลในจีน สู่คำถามใหญ่เรื่องความปลอดภัยอาหารข้ามพรมแดน                             เมื่อสารเคมีต้องห้ามถูกนำมาใช้ยืดอายุผัก คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียง “กินแล้วอันตรายหรือไม่” แต่คือระบบตรวจสอบสามารถสกัดความเสี่ยงได้ก่อนถึงจานอาหารหรือไม่                             กรณีการใช้สารละลายฟอร์มาลดีไฮด์กับผักกาดขาวในมณฑลเหอเป่ยของจีน กลายเป็นประเด็นความปลอดภัยอาหารที่ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง หลังมีการเผยแพร่คลิปแสดงภาพการนำผักกาดขาวไปจุ่มสารละลายก่อนขนส่งเพื่อรักษาความสด เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นยืนยันว่ากำลังเกิดการกระทำดังกล่าวและมีการดำเนินการตามกฎหมาย...

“ใข่ไก่”..แพง… แซงหน้า “นำ้มัน”   วิกฤตปากท้องชนกำแพงอำนาจ

ล่าสุดเครือข่ายสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ 4 แห่งปรับราคาไข่ไก่คละหน้าฟาร์มจาก 3.80 บาท เป็น 4.00 บาทต่อฟอง มีผลตั้งแต่ 7 สิงหาคม 2569 ขณะที่ข้อมูลราคาขายปลีกที่อัปเดต 24 สิงหาคม พบว่าไข่เบอร์ 4 อยู่ราว 4.05 บาท และเบอร์ 3 ราว 4.35 บาทต่อฟอง

สะโตรก-“ภัยเงียบ” จากแรงขับ “หวาน-มัน-เค็ม”

ประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองรายใหม่เกิดขึ้นราว 1.5 แสน ถึง 250,000 รายต่อปี และคร่าชีวิตคนไทยสูงเป็นอันดับต้นๆ รองจากมะเร็งและโรคหัวใจตามบริบทปีนั้นๆ โดยมีผู้เสียชีวิตราว 30,000 - 50,000 คนต่อปี

 เรื่องสั้น   “คืน…ฝนตก”  | “ชัยทัศน์”

เสียงเครื่องยนต์ครางกระหึ่มก่อนจะสำลักไอเสียออกมาเป็นจังหวะสุดท้ายแล้วดับสนิทลง ท่ามกลางเสียงคำรามของท้องฟ้ากัมปนาททั่วหุบเขา “เอก” ทุบพวงมาลัยด้วยความโมโห เข็มความร้อนของรถคันเก่งพุ่งสูงจนมิดเกจ์แดงฉานเหมือนคำเตือนจากนรก

ข่าวอื่นๆ

จม.รักอาม่า  ดังสนั่นแผ่นดินใหญ่ ททท.คาดปลุกคนจีน เที่ยวไทย

ภาพยนตร์เรื่องนี้ ทำหน้าที่ขยี้หัวใจของชาวจีนแต้จิ๋วโพ้นทะเล เล่าเรื่องราวความผูกพันผ่านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมร่วมกันได้อย่างงดงาม ประกอบกับการดึงคนไทยเชื้อสายจีนมาร่วมถ่ายทอด ยิ่งทำให้คนดูชาวจีนอินและตระหนักว่า “ไทย-จีน ใช่อื่นไกล พี่น้องกัน”

ดูหนัง ฟังเพลง (ตอนที่ 1)  My Fair Lady : เมื่อหนังเพลงพาเราย้อนมองโลกยุคจักรวรรดินิยม

หนังเพลงคลาสสิกเรื่อง My Fair Lady ไม่ได้เล่าเพียงเรื่องความรักของหญิงขายดอกไม้กับสุภาพบุรุษผู้ดีอังกฤษ แต่กำลังตั้งคำถามสำคัญว่า “มนุษย์มีคุณค่าเพราะกำเนิด หรือเพราะโอกาสที่ได้รับ”

 Time  ยกย่อง จีโน นักกอลฟ สาวไทยเป็นยอดนักกีฬา

นักกีฬาไทยคนหนึ่งได้รับเลือกจาก TIME ให้เป็น 1 ใน 100 บุคคลผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในวงการกีฬาโลก จึงไม่ใช่เรื่องธรรมดา