วันอาทิตย์, พฤษภาคม 3, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกสรุปเรื่องซับซ้อนช็อกวงการคนรักสุขภาพ! 3 ความเชื่อเรื่อง "กิน" ที่ทำมาทั้งชีวิต สรุปเข้าใจผิดหมดเลย? 

ช็อกวงการคนรักสุขภาพ! 3 ความเชื่อเรื่อง “กิน” ที่ทำมาทั้งชีวิต สรุปเข้าใจผิดหมดเลย? 

เผยแพร่

spot_img

รู้แค่นี้สุขภาพดีขึ้น 100% 

 “ไมโครเวฟ” ไม่ใช่ผู้ร้ายก่อมะเร็ง! แถมรักษา “วิตามิน” ได้เริ่ดกว่าการต้มตุ๋น

 ลบภาพจำผิดๆ ทิ้งไป! รังสีไมโครเวฟไม่ได้เปลี่ยนโครงสร้างน้ำหรือสร้างสารก่อมะเร็ง มันทำหน้าที่แค่ส่งคลื่นไป “เขย่าโมเลกุลน้ำ” ในอาหารให้เกิดความร้อนเท่านั้น

 งานวิจัยชี้ชัดว่า การทำ “บรอกโคลี” ให้สุกด้วยไมโครเวฟ 2 นาที สามารถรักษาวิตามินซีได้สูงที่สุด! ชนะขาดการต้มหรือลวกที่ทำวิตามินละลายทิ้งไปกับน้ำจนหมด

 แต่สิ่งที่ก่อมะเร็งของจริงคือ “พลาสติก” หากเอากล่องเก่าๆ เป็นรอย หรือถุงร้อนไปเวฟกับอาหารที่มีไขมันสูง จะปล่อย “ไมโครพลาสติก” ออกมาเป็นล้านชิ้นต่อการเวฟ 1 ครั้ง

 ทริคความปลอดภัย: ควรเปลี่ยนมาใช้ภาชนะ “แก้ว” หรือ “เซรามิก” ในการเวฟอาหารจะปลอดภัยต่อร่างกายที่สุด และเลิกพฤติกรรมใช้ถุงพลาสติกร้อนหรือกล่องเดลิเวอรี่ซ้ำๆ เด็ดขาด!

 กินผักผิดวิธี = ประโยชน์หายเกลี้ยง! ความลับของการหั่นผักที่คน 99% ไม่เคยรู้

 “บรอกโคลี” ห้ามหั่นแล้วเอาไปต้มลงหม้อทันทีเด็ดขาด! เพราะเอนไซม์สำหรับสร้างสารต้านมะเร็งจะถูกความร้อนทำลายตายเรียบ

 วิธีทำบรอกโคลีที่ถูกต้องคือ ต้อง “สับหรือทุบ” แล้วตั้งทิ้งไว้ 30-90 นาทีก่อนโดนไฟ เพื่อให้เอนไซม์ทำปฏิกิริยากันจนเกิดสารต้านมะเร็ง (Sulforaphane) แบบเต็มสูบ

 “กระเทียม” สารที่มีประโยชน์ที่สุดอย่าง ‘อัลลิซิน’ จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อถูก “ทุบ” และที่สำคัญคือสารนี้ “ไม่ทนความร้อน”

 การกินกระเทียมเจียวจึงไม่ได้ประโยชน์ทางยาเลย (ได้แค่อร่อย) ถ้าอยากได้ประโยชน์ต้านอักเสบสูงสุด ต้องทุบสดๆ แล้วกินดิบ เช่น ใส่ในน้ำพริกกะปิ หรือพริกน้ำปลา

 อันตรายจาก “อาหารค้างคืน” และกฎเหล็กของข้าวสวยที่ห้ามฝ่าฝืน!

 อาหารต้มตุ๋นที่มีผักใบเขียวผสมเนื้อสัตว์ (เช่น ต้มจับฉ่าย) หากแช่ตู้เย็นที่ไม่เย็นพอ แบคทีเรียจะเปลี่ยนสารในผักให้กลายเป็น “สารก่อมะเร็งไนโตรซามีน” แนะนำให้แบ่งแช่แล้วอุ่นกินทีละมื้อ

 กฎเหล็กข้าวสวย! ห้ามวางข้าวหุงสุกทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้องเกิน 6 ชั่วโมงเด็ดขาด เพราะแบคทีเรียตัวร้ายจะสร้างสปอร์ที่ทนทานความร้อนขั้นสุด ชนิดที่อุ่นซ้ำหรือเวฟซ้ำก็ไม่ตาย

 หากเผลอกินข้าวค้างคืนที่วางลืมไว้ข้ามวัน อาจเสี่ยงเกิดอาการอาหารเป็นพิษรุนแรง หรือที่เรียกว่า “โรคข้าวผัด” (Fried Rice Syndrome)

 ทริคหุงข้าวให้ปลอดภัย: หากรู้ตัวว่าต้องหุงทิ้งไว้นานๆ ให้หยด “น้ำส้มสายชู” ลงไป 1-2 ช้อนชาตอนหุง ฤทธิ์ความเป็นกรดจะช่วยยับยั้งเชื้อสปอร์ตัวนี้ได้ (หลักการเดียวกับการทำข้าวซูชิ)

 เครดิตข้อมูล: รายการ On the way with Chom EP.42 (แขกรับเชิญ: เชฟทัก ดร.นุติ ฮูตสิงห์ จากเพจ ทัก the ฟู้ด)

ข่าวล่าสุด

ถนนจุฬาลงกรณ์กลางป่าสวีเดน: รอยพระบาทรัชกาลที่ 5 ที่ชาวยุโรปเหนือยังไม่ลืม

ถนนสายนี้ไม่ได้มีชื่อเป็นภาษาสวีเดนธรรมดา ๆ หากแต่มีชื่อว่า “Kung Chulalongkorns väg” แปลเป็นไทยได้ว่า “ถนนพระเจ้าจุฬาลงกรณ์” หรือที่ป้ายภาษาไทยเขียนไว้ตรง ๆ ว่า “ถนนจุฬาลงกรณ์”

“คำขอโทษสุดท้ายของแม่ทัพ”   ถึงทหารกล้าทุกนาย… พ่อขอโทษ

ครั้งหนึ่งผมเคยยืนอยู่บนสุด เคยเป็น “แม่ทัพ” ที่ลูกน้อง 42 ชีวิตเรียกว่า “นาย” แต่ในวันที่เสียงปืนดัง ผมกลับพาพวกเขากลับบ้านไม่ได้ทุกคน

ทรัมป์ ทำจดหมายถึงคองเกรส การสู้รบทางทหารกับอิหร่านสิ้นสุดลงแล้ว

"การสู้รบ" ทางทหารกับอิหร่าน ซึ่งเริ่มต้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ได้สิ้นสุดลงแล้ว โดยมีเป้าหมายเพื่อหลีกเลี่ยงกำหนดเส้นตาย 60 วันภายใต้พระราชบัญญัติอำนาจสงครามปี 1973

“มันไม่ใช่การลอบสังหาร แต่มันคือแผนปล้นไวน์

21:47 น. ในงานเลี้ยงสุดหรูที่รวมตัวเหล่านักข่าวและนักการเมืองระดับโลก จู่ๆ ก็มีเสียงปืนลูกซองดังขึ้นในโรงแรมวอชิงตัน ฮิลตัน หน่วยอารักขาประธานาธิบดี (Secret Service) รีบพาตัวผู้นำหนีออกไปอย่างรวดเร็วภายใน 90 วินาทีตามแผนเป๊ะๆ

ข่าวอื่นๆ

ทรัมป์เมินเส้นตาย 60 วัน อ้างหยุดยิงอิหร่านเท่ากับสงครามจบ

เป็นวันครบกำหนด 60 วัน นับตั้งแต่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แจ้งต่อสภาคองเกรสเรื่องการโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 2 มีนาคม ซึ่งตามกฎหมาย War Powers Act ปีค.ศ. 1973 ประธานาธิบดีจะต้องยุติปฏิบัติการทางทหารหากไม่ได้รับการรับรองจากรัฐสภาภายในกรอบเวลานี้

สีหศักดิ์เผยสหรัฐฯ ไม่ได้ให้ความช่วยเหลือใดๆไทย จากผลกระทบสงคราม ไทยหันไปหารัสเซีย-จีน

รัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ยังไม่ได้ให้ความช่วยเหลือโดยตรงใดๆ แก่ประเทศไทย ซึ่งเป็นพันธมิตรตามสนธิสัญญาระยะยาวของสหรัฐฯ ขณะที่ไทยกำลังเผชิญผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างกว้างขวางจากสงครามสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่าน

ญี่ปุ่นเสนอ “ลดจำนวนรับนักศึกษาแพทย์อย่างมาก” 

กระทรวงการคลังญี่ปุ่นเสนอให้ ลดโควตารับเข้าเรียนคณะแพทยศาสตร์อย่างมีนัยสำคัญ เหตุผลหลักคือ จำนวนประชากรญี่ปุ่นลดลงต่อเนื่อง ทำให้ความต้องการแพทย์ในอนาคตลดลง