หน้าแรกเศรษฐกิจ การเงินธุรกิจไทยรายใหญ่ที่ดำเนินกิจการในกัมพูชามีหลากหลายกลุ่ม โดยส่วนใหญ่เน้นการค้าปลีก บริการ อสังหาริมทรัพย์ พลังงาน และอุตสาหกรรมปูนซิเมนต์ ดังนี้:

ธุรกิจไทยรายใหญ่ที่ดำเนินกิจการในกัมพูชามีหลากหลายกลุ่ม โดยส่วนใหญ่เน้นการค้าปลีก บริการ อสังหาริมทรัพย์ พลังงาน และอุตสาหกรรมปูนซิเมนต์ ดังนี้:

เผยแพร่

spot_img

ซีพี ออลล์ (CP ALL): ดำเนินธุรกิจร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven ในกัมพูชา ปัจจุบันมี 112 สาขา เริ่มเปิดสาขาแรกในกรุงพนมเปญเมื่อเดือนสิงหาคม 2564 โดยตั้งบริษัท CP ALL (Cambodia) Co., Ltd. และได้รับสิทธิแฟรนไชส์ 30 ปี (ต่อสัญญาได้อีก 2 ครั้ง ครั้งละ 20 ปี).

เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ (BJC): ดำเนินธุรกิจค้าปลีกผ่านห้างบิ๊กซี มี 25 สาขาในกัมพูชา โดยสาขาแรกอยู่ที่ปอยเปต จังหวัดบันเตียเมียนเจย.

เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ (MAJOR): ลงทุนในธุรกิจโรงภาพยนตร์ ร่วมกับอิออน มอลล์ เปิดสาขาแรกในกรุงพนมเปญเมื่อปี 2557 ปัจจุบันมี 6 สาขา รวม 33 จอ.

ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก (OR): ดำเนินธุรกิจสถานีบริการน้ำมัน 186 แห่ง, ร้านกาแฟ Café Amazon 254 สาขา และร้านสะดวกซื้อ 71 แห่งในกัมพูชา.

ปูนซิเมนต์ไทย (SCG): ลงทุนในโรงงานปูนซิเมนต์ภายใต้แบรนด์ K Cement ในจังหวัดกำปอด เริ่มผลิตตั้งแต่ปี 2550 โดยจ้างแรงงานท้องถิ่นเกือบ 100% และเน้นสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับชุมชน.

กรุงเทพดุสิตเวชการ(BDMS): ดำเนินธุรกิจโรงพยาบาล 2 แห่งในกัมพูชา เข้าไปประกอบกิจการในลักษณะ ร่วมทุนสร้างและบริหารโรงพยาบาลที่้มืองหลัก คือพนมเปญและเสียมราฐ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพดุสิตเวชการ แต่ใช้ชื่อโรงพยาบาลท้องถิ่นแต่ใช้โลโก้ของ BDMS

บี.กริม เพาเวอร์ (BGRIM): ลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ขนาด 39 เมกะวัตต์ ซึ่งคิดเป็น 1% ของกำลังการผลิตรวม.

สามารถคอร์ปอเรชั่น(SAMART): ถือหุ้น 100% ในบริษัท Cambodia Air Traffic Services (CATS) ซึ่งให้บริการระบบเดินอากาศในน่านฟ้าทั้งหมดของกัมพูชา ได้รับใบอนุญาตพิเศษถึงปี 2594 ทั้งประเทศ ทุกสนามบิน
(ในอดีตเคยทำเพื่อขายธุรคมนาคมแต่ขายกิจการให้เทเลคอมมาเลเซียไปแล้ว)

แม็คโคร (Makro): บุกเบิกธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ในกัมพูชา และประสบความสำเร็จอย่างมาก เป็นผู้นำในกลุ่ม Modern Trade.

คาราบาวกรุ๊ป (CBG) และ โอสถสภา (OSP): มีรายได้จากกัมพูชาคิดเป็น 10% และ 5-10% ตามลำดับ โดยอยู่ในกลุ่มเครื่องดื่มและสินค้าอุปโภคบริโภค

นอกจากนี้ที่ไม่ได้อยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย แต่มีชื่อเสียงคือ

  • กลุ่มไทยนครพัฒนา (ทิฟฟี่) นอกจากธุรกิจขายยามีโรงแรม 6 ดาวริมทะเลสาบพนมเปญ และทำธุรกิจน้ำดื่มรายใหญ่ของประเทศ
  • กลุ่มไทยเบฟ ทำสวนปาล์มขนาดใหญ่ ร่วมทุนกับนักธุรกิจท้องถิ่นรายใหญ่ที่มีสายสัมพันธ์กับอดีตนายกรัฐมนตรี
  • กันตนา กิจการสถานีโทรทัศน์ซึ่งร่วมทุนกับกลุ่มไทยนครพัฒนาด้วย โดยเข้าไปขอใบอนุญาตผ่านกระทรวงกลาโหม ทำสถานีโทรทัศน์ช่อง 5 กัมพูชา
  • สถานีโทรทัศน์ช่อง 3 พนมเปญ และวิทยุ FM พนมเปญ-เสียราฐ อีกราย นักธุรกิจไทยรายหนึ่ง ที่เป็นเจ้าของเครือข่ายสัมปทานสถานี FM ในไทยทั่วประเทศ

หมายเหตุ: ธุรกิจเหล่านี้มีการลงทุนในกัมพูชามานาน โดยเฉพาะในภาคค้าปลีกและบริการ ซึ่งสร้างงานและรายได้ให้กับแรงงานท้องถิ่น อย่างไรก็ตาม ความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชาล่าสุด อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน โดยเฉพาะหากสถานการณ์ยืดเยื้อ.

หมายเหตุ 2: มีธุรกิจนานาชาติอีกจำนวนมากที่ผู้บริหารระดับสูงเป็นคนไทยเพราะขยายกิจการจากการให้สาขาไทย บริหารบริษัทย่อยในเครือ CLMV แต่ทั้งนี้ก็ไม่ได้ถือว่าเป็นกิจการไทย

ข่าวล่าสุด

ผ่าตัดงบ 1,600 ล้าน “THAI AI Passport” กับแผลสด “สำเพ็ง-ประตูน้ำ” ที่รัฐบาลกำลังหลงทิศในสมรภูมิล้านล้าน

ในขณะที่ระบบเศรษฐกิจฐานรากและย่านค้าส่งในตำนานอย่างสำเพ็ง ประตูน้ำ และโบ๊เบ๊ กำลังเผชิญภาวะ "ปฏิวัติเงียบ" จนร้านค้าดั้งเดิมล้มหายตายจากไปต่อหน้าต่อตาจากการทะลักของสินค้าราคาถูกข้ามชาติ

อวสาน “สำเพ็ง-ประตูน้ำ”? เมื่อทำเลทองพันล้าน กำลังถูกกลืนกินด้วย “ตลาดนัดลอยฟ้า” ข้ามชาติ

กลไกการทำกำไรของแพลตฟอร์มต่างชาติเหล่านี้ไม่ต่างจากห้างสรรพสินค้าผูกขาดขนาดใหญ่

“เกาะสมุย” ติดอันดับ 1 ของโลก แต่โจทย์ใหญ่ของไทยเพิ่งเริ่มต้น

รางวัลระดับโลกคือโอกาสทองของเศรษฐกิจไทย แต่ความสำเร็จจะยั่งยืนได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมาย การจัดระเบียบสังคม และการปกป้องภาพลักษณ์ของแหล่งท่องเที่ยวระดับโลก

ล้าง “พ่อทิพย์-แม่จีน” ภัยเงียบกลืนชาติในยุคประชากรเกิดต่ำ

ปฏิบัติการทลายขบวนการสวมสิทธิ์แจ้งเกิดบุตรโดยมิชอบในย่านฝั่งธนบุรี ซึ่งนำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหา 32 คน และการปูพรมตรวจสอบโรงพยาบาลเอกชนอีก 5 แห่ง

ข่าวอื่นๆ

ลิขสิทธิ์ บอลโลก  JAS ยอมจ่าย 2.3 พันล้าน  คุ้มเกินคุ้ม

**JAS (บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน )** ทุ่มเงิน **70 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 2,300 ล้านบาท** เพื่อคว้าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026

Forbes จัดอันดับ จ. เชียงใหม่ ติด TOP8 เป้าหมายหลักของคนทำงานด้านดิจิทัล (Digital Nomads) และครีเอเตอร์ จากทั่วโลก ย้ายมาปักหลักมากที่สุด ในปี 2026 

นิตยสารธุรกิจชั้นนำระดับโลก Forbesได้จัดอันดับเชียงใหม่ ให้เป็น 1 ใน 8 เมืองที่เหล่านักเดินทาง คนทำงานด้านดิจิทัล (Digital Nomads) และกลุ่มครีเอเตอร์ทั่วโลกหลั่งไหลและย้ายเข้ามาปักหลักมากที่สุดในปี 2026 โดยติดกลุ่ม TOP8 ของโลก

บทเรียนจากศรีลังกา ท่าเรือที่ไม่มีเรือมาจอด

ท่าเรือ Hambantota แทบไม่มีเรือมาใช้บริการ ในปี 2016 ท่าเรือทำรายได้เพียง 11.81 ล้านดอลลาร์ แต่ค่าใช้จ่ายสูงถึง 10 ล้านดอลลาร์ กำไรเพียง 1.81 ล้านดอลลาร์ ไม่พอจ่ายดอกเบี้ยเงินกู้แม้แต่น้อย