หน้าแรกการเมืองคำแถลงการณ์ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

คำแถลงการณ์ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

เผยแพร่

spot_img

ประเด็นสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย – กัมพูชา

๑. สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะฝ่ายเลขานุการของสภาความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งมี

นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ยินดีกับแถลงการณ์ร่วม (Joint Statement) ซึ่งเป็นผลลัพธ์จากการประชุม

คณะกรรมการชายแดนทั่วไป (General Border Committee : GBC) ไทย – กัมพูชา สมัยพิเศษ ครั้งที่

๓/๒๕๖๖๘ ที่สะท้อนให้เห็นความจริงใจและเจตนารมณ์ของไทยในการแก้ไขความขัดแย้งด้วยสันติวิธีผ่าน

กรอบความร่วมมือระดับทวิภาคีที่ทั้งสองประเทศมีร่วมกัน โดยแถลงการณ์ร่วมดังกล่าวดำเนินการภายใต้

กรอบที่สภาความมั่นคงและคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบ เมื่อวันที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๖๘

๒. สมช. ขอยืนยันว่าการลงนามในแถลงการณ์ร่วมดังกล่าวเป็นผลจาก การพิจารณาและตัดสินใจร่วมกัน

ของรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างรอบคอบ โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับการคุ้มครองชีวิต

ความปลอดภัย และความเป็นอยู่ของเจ้าหน้าที่และประชาชน ทั้งนี้ ประเทศไทยยังคงยึดมั่นในหลักการ

แห่งสันติภาพและการแก้ไขปัญหาโดยสันติวิธี อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่ประเทศไทยถูกละเมิดอธิปไตย

หรือถูกรุกรานอีกครั้ง ประเทศไทยมีความจำเป็นและมีสิทธิอันชอบธรรมในการใช้สิทธิในการป้องกัน

ตนเองตามหลักความจำเป็นและได้สัดส่วน ภายใต้กรอบของกฎบัตรสหประชาชาติและกฎหมาย

ระหว่างประเทศ ซึ่งประเทศไทยได้ปฏิบัติตามพันธกรณีดังกล่าวมาโดยตลอดอย่างเคร่งครัดและสม่ำเสมอ

๓. ประเด็นการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ไทย – กัมพูชา

@ที่ผ่านมารัฐบาล กองทัพ ภายใต้การสนับสนุนของประชาชน ได้ร่วมกันทำหน้าที่ในการปกป้อง

อธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนอย่างสุดความสามารถ ซึ่ง สมช. ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง

ต่อความสูญเสียของเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และประชาชนผู้บริสุทธิ์ อย่างไรก็ดี สมช. มีการบูรณาการ

ความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือ กระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย และสำนักงาน

ตำรวจแห่งชาติ เพื่อดำเนินการให้ความช่วยเหลือและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบทั้งเจ้าหน้าที่ของรัฐ

และประชาชนอย่างเหมาะสม ครอบคลุม และต่อเนื่อง ตลอดจนดูแลความเป็นอยู่และความปลอดภัย

ของประชาชนในพื้นที่อย่างเต็มที่

๔.ประเด็นด้านมนุษยธรรม

@ที่ผ่านมา ประเทศไทยให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อหลักกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศและ

กฎหมายระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง โดยให้ความสำคัญกับการคุ้มครองชีวิต ศักดิ์ศรี และความปลอดภัย

ของบุคคลที่ไม่เข้าร่วมการสู้รบเป็นหลัก จึงนำมาซึ่งการปล่อยตัวเชลยศึกกัมพูชาจำนวน ๑๘ คน

ในวันนี้ ตามมติสภาความมั่นคงแห่งชาติครั้งที่ ๑๘/๒๕๖๘ ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของประเทศไทย

ในการปฏิบัติตามหลักมนุษยธรรมและพันธกรณีระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด

@ประเทศไทยคาดหวังให้กัมพูชา แสดงท่าทีและบทบาทอย่างเป็นรูปธรรมในการปฏิบัติตามหลัก

กฎหมายระหว่างประเทศ และหลักมนุษยธรรมในลักษณะเดียวกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นที่ส่งผล

กระทบโดยตรงต่อความปลอดภัยของประชาชน เช่น การคุ้มครองสวัสดิภาพและอำนวยความสะดวก

คนไทยในกัมพูชาให้กลับประเทศได้อย่างปลอดภัย การป้องกันอันตรายจากทุ่นระเบิดสังหารบุคคล

เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์สูญเสียซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทั้งนี้ กัมพูชาต้องแสดงความจริงใจในการร่วมมือและเร่งรัด

การเก็บกู้ทุ่นระเบิดในพื้นที่เสี่ยงอย่างจริงจัง

@ขอย้ำว่าการดำเนินการดังกล่าวสอดคล้องกับหลักการสำคัญของกฎหมายมนุษยธรรมระหว่าง

ประเทศ ได้แก่ หลักการแบ่งแยกพลรบกับพลเรือน (Principle of Distinction) หลักความได้สัดส่วน

(Proportionality) และหลักมนุษยธรรม (Humanity) รวมถึงเป็นไปตามอนุสัญญาว่าด้วยการห้ามใช้

สะสม ผลิต และโอนหุ่นระเบิดสังหารบุคคล และการทำลายทุ่นระเบิดดังกล่าว (Ottawa Convention)

ซึ่งมุ่งหมายให้รัฐภาคีงดการใช้และการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อพลเรือนดำเนินการเก็บกู้

ทุ่นระเบิดอย่างเป็นระบบและป้องกันมิให้เกิดเหตุการณ์ที่สร้างความสูญเสียต่อทุกฝ่ายในอนาคต

@เห็นว่าการยึดมั่นในหลักมนุษยธรรมและการปฏิบัติตามพันธกรณีตามอนุสัญญาดังกล่าวอย่าง

จริงใจ จะเป็นรากฐานสำคัญในการสร้าง ความไว้วางใจ สันติภาพ และความปลอดภัยอย่างยังยืน

ตามแนวชายแดนและในภูมิภาคโดยรวม

๕.ประเด็นการปราบปรามอาชญากรรมทางไซเบอร์ และการหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต

@ เมื่อวันที่ ๑๗ – ๑๘ ธันวาคม ๒๕๖๘ กระทรวงการต่างประเทศของไทยร่วมกับสำนักงานว่าด้วย

ยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) จัดการประชุมระหว่างประเทศว่าด้วยหุ้นส่วน

ระดับโลกเพื่อต่อต้านอาชญากรรมหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต (International Conference on the

Global Partnership against Online Scams) โดยมีผู้เข้าร่วมกว่า ๖๐ ประเทศ ซึ่งไทยถือว่าปัญหา

ดังกล่าวเป็นภัยคุกคามร้ายแรงและเป็นปัญหาร่วมของประชาคมระหว่างประเทศ ทั้งนี้ ต้องขอขอบคุณ

นานาประเทศที่สนับสนุนบทบาทของไทยในเวทีดังกล่าว อย่างไรก็ดี เป็นที่น่าเสียดายที่กัมพูชาไม่ได้

เข้าร่วมการประชุมฯ

@ที่ผ่านมา สำนักงานตำรวจแห่งชาติของไทยได้จัดทำแผนปฏิบัติการเพื่อการความร่วมมือในการป้องกัน

และปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติรวมถึงการหลอกลวงทางไซเบอร์และการค้ามนุษย์ร่วมกับกัมพูชา

แต่การดำเนินการยังไม่มีความคืบหน้ามากนัก จึงต้องการเห็นก้มพูชาร่วมมือในการดำเนินการปราบปราม

อาชญากรรมดังกล่าวอย่างเด็ดขาดและเป็นรูปธรรม เพื่อความมั่นคงของภูมิภาค

๖. ประเด็นเขตแดน

@การแก้ไขปัญหาดังกล่าวจะดำเนินการภายใต้กลไกคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC)

ไทย – กัมพูชา ซึ่งไทยปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศ และสนธิสัญญาที่เกี่ยวข้อง และยึดถือตาม

แผนที่ ๑ : ๕๐,๐๐๐ เป็นหลัก เนื่องจากมีความชัดเจน ถูกต้องแม่นยำ สอดดคล้องกับภูมิประเทศจริง

และลากเส้นตามฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ อย่างไรก็ตาม การประชุม JBC ที่จะมีขึ้นในอนาคต

จำเป็นต้องคำนึงถึงเงื่อนไขและห้วงเวลาที่เหมาะสม เนื่องจากรัฐบาลปัจจุบันเป็นรัฐบาลรักษาการ ดังนั้น

จึงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลในอนาคดที่จะพิจารณาการดำเนินการในเรื่องดังกล่าวต่อไป ซึ่งอาจมีการทบทวน

บันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชาว่าด้วย

การสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบก (MOU 43) จึงต้องคำนึงถึงเงื่อนไขในอนาคตด้วย

๗. สุดท้ายนี้ ยืนยันว่าประเทศไทยจะดำรงการปฏิบัติตามแถลงการณ์ร่วมฯ ตราบเท่าที่กัมพูชาจะดำเนินการ

ตามแถลงการณ์ร่วมฯ ดังกล่าวเช่นเดียวกัน ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ทหารจะดำรงความพร้อมที่จะปกป้องอธิปไตย

บูรณภาพแห่งดินแดน ความมันคงและผลประโยชน์ของชาติ ตลอดจนความปลอดภัยสูงสุดของประชาชน

เป็นสำคัญ

๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๘

ข่าวล่าสุด

ปริญญาตรีล้นตลาด พ่ายสมรภูมิ…เทคโนโลยี  เมื่อ AI “กำลังสอบ” ระบบการศึกษาไทย

เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI กำลังเปลี่ยนทั้งลักษณะงาน วิธีทำงาน และทักษะที่นายจ้างต้องการอย่างรวดเร็ว คำถามจึงไม่ใช่เพียงว่าเด็กไทยเรียนจบอะไร แต่คือ สิ่งที่เรียนมานั้นยังมีมูลค่าในตลาดแรงงานวันพรุ่งนี้หรือไม่

ด่านตรวจผู้นำรัฐบาล  บทเรียนความอับอายของรัฐราชการที่ไร้ความเข้าใจวิธีปฏิบัติ

เข้าตรวจค้นรถยนต์ของนายกรัฐมนตรีโดยขาดความเข้าใจวิธีปฏิบัติ ไม่เพียงแต่มอบภาพลักษณ์ชวนหัวในโลกออนไลน์ แต่ยังเปิดแผลความบกพร่องเชิงโครงสร้างของรัฐราชการ

วิกฤตน้ำท่วมปัว สะท้อน“จุดอ่อน” บริหารจัดการน้ำชาติ

รายงานในพื้นที่ระบุปริมาณฝนราว 108-110 มิลลิเมตร ขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยาได้เตือนล่วงหน้าถึงฝนตกหนักถึงหนักมากในภาคเหนือช่วง 18-21 สิงหาคม และความเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่ม

“เล่าต๋า” จาก “ตลอดชีวิต“   เหลือ..”8 ปี“  ระบบ…กำลังบอกอะไรเรา ?

เมื่อคำพิพากษาเริ่มต้นที่ “จำคุกตลอดชีวิต” แต่ผลลัพธ์ปลายทางกลายเป็นระยะเวลารับโทษประมาณ 8-9 ปี ระบบกำลังบอกอะไรกับสังคมเกี่ยวกับความหมายของคำว่า “ตลอดชีวิต”

ข่าวอื่นๆ

ผลการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร 

นายชัชชาติย้ำว่าพร้อมทำงานร่วมกับ ส.ก. จากทุกพรรคและทุกกลุ่ม ขอเพียงเป็นคนที่ทำงานด้วยความสะอาด สุจริต และให้เกียรติประชาชน

ศาลอาญาคดีทุจริตฯ ภาค 1 พิพากษาสั่งลงโทษจำคุก ‘วัชรพล’ อดีตปธ.ป.ปช.-

 'สุภา' กรรมการฯ คนละ 3 ปี คดีปกปิดเอกสารสำนวนสอบนาฬิกาหรูบิ๊กป้อม ไม่เปิดเผยข้อมูลให้ 'วีระ สมความคิด'  ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 มีคำพิพากษาตัดสินคดีที่นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน (คปต.)...

เรียกร้องรัฐบาลและรัฐสภาเร่งผลักดันรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จากการมีส่วนร่วมของประชาชน

80 องค์กรประชาธิปไตย ได้ออกแถลงการณ์ เรียกร้องให้ประชาชนไทยกา “เห็นชอบ” เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ สร้างประชาธิปไตยสมบูรณ์ เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569