ประธานาธิบดี Donald Trump เปิดเผยเมื่อวันอังคารที่ 7 เมษายนว่า เขาได้ตกลง ระงับแผนโจมตีโครงสร้างพื้นฐานของอิหร่านเป็นเวลา 2 สัปดาห์ โดยระบุผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ว่า การตัดสินใจดังกล่าวมีเงื่อนไขว่า สาธารณรัฐอิสลามอิหร่านต้องยอมเปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างสมบูรณ์ ทันที และปลอดภัย
ประกาศดังกล่าวมีขึ้นไม่ถึงสองชั่วโมงก่อนเส้นตายที่ทรัมป์ตั้งไว้ให้อิหร่านต้องยอมทำข้อตกลง รวมถึงการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ มิฉะนั้นจะเผชิญการโจมตีครั้งใหญ่ต่อโครงสร้างพื้นฐานพลเรือน
ทรัมป์ระบุว่า การตัดสินใจนี้เกิดขึ้น “จากการหารือกับ” Shehbaz Sharif และ Asim Munir แห่งปากีสถาน พร้อมประกาศว่า “นี่จะเป็นการหยุดยิงแบบสองฝ่าย” ภายหลังการประกาศ ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงมากถึง 16% ขณะที่สัญญาซื้อขายล่วงหน้าหุ้นสหรัฐฯ พุ่งสูงขึ้นทันที
เส้นตายเวลา 20.00 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ ทรัมป์ตั้งไว้ตั้งแต่วันอาทิตย์ หลังโพสต์ข้อความแข็งกร้าวให้อิหร่าน “เปิดช่องแคบ” ได้สร้างความตื่นตระหนกทั้งในสหรัฐฯ และทั่วโลก ในเช้าวันอังคารที่ 7 เมษายน ทรัมป์ยกระดับถ้อยคำอย่างรุนแรง โดยโพสต์ว่า “อารยธรรมทั้งอารยธรรมอาจถูกทำลายในคืนนี้ และจะไม่สามารถกลับมาได้อีก”
ก่อนหน้านั้นในวันเดียวกัน นายกรัฐมนตรีปากีสถานขอให้ทรัมป์ขยายเส้นตายออกไป 2 สัปดาห์ พร้อมเรียกร้องให้อิหร่านเปิดช่องแคบชั่วคราว “เพื่อแสดงเจตนาดี” เขายังเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง หยุดยิงทั่วทุกแนวรบเป็นเวลา 2 สัปดาห์ เพื่อเปิดทางให้การเจรจาทางการทูตนำไปสู่การยุติสงครามอย่างถาวร เพื่อประโยชน์ของสันติภาพและเสถียรภาพในระยะยาวของภูมิภาค
ทั้งสหรัฐฯ และอิหร่านต่างอ้างว่าพัฒนาการครั้งนี้เป็นชัยชนะของตน
ทรัมป์กล่าวว่า สหรัฐฯ ตัดสินใจระงับการโจมตีเพราะ “เราได้บรรลุและเกินเป้าหมายทางทหารทั้งหมดแล้ว และอยู่ในขั้นตอนใกล้บรรลุข้อตกลงสันติภาพระยะยาวกับอิหร่านและในตะวันออกกลาง” เขายังระบุว่า สหรัฐฯ ได้รับข้อเสนอ 10 ข้อจากอิหร่าน และเชื่อว่าเป็น “พื้นฐานที่สามารถใช้เจรจาได้”
“แทบทุกประเด็นขัดแย้งในอดีตระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านได้รับการตกลงแล้ว แต่ช่วงเวลา 2 สัปดาห์นี้จะช่วยให้ข้อตกลงเสร็จสมบูรณ์และมีผลบังคับใช้” ทรัมป์กล่าว
สำนักข่าว Mehr ของอิหร่านรายงานในช่วงค่ำวันอังคาร โดยอ้างแถลงการณ์จากสำนักงานเลขาธิการของสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่าน ระบุว่า
“ฝ่ายอเมริกัน แม้จะมีการข่มขู่ในที่สาธารณะอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ได้ยอมรับหลักการเหล่านี้เป็นพื้นฐานของการเจรจา และได้ยอมจำนนต่อเจตจำนงของประชาชนอิหร่าน”
แถลงการณ์ยังระบุเพิ่มเติมว่า “หากการยอมจำนนของฝ่ายศัตรูในสนามรบสามารถแปรเปลี่ยนเป็นชัยชนะทางการเมืองที่เด็ดขาดในการเจรจาได้ เราจะร่วมกันเฉลิมฉลองชัยชนะทางประวัติศาสตร์ครั้งยิ่งใหญ่นี้ แต่หากไม่เป็นเช่นนั้น เราจะต่อสู้เคียงข้างกันต่อไปในสนามรบ จนกว่าข้อเรียกร้องทั้งหมดของประชาชนอิหร่านจะบรรลุผล”
ที่มา CNBC 08-04-2026



