หน้าแรกวัฒนธรรม ชีวิต"รดน้ำใส่มือ" (น้ำตก)... จารีตทางเหนือถือว่าเป็นการ "รดน้ำศพ"

“รดน้ำใส่มือ” (น้ำตก)… จารีตทางเหนือถือว่าเป็นการ “รดน้ำศพ”

เผยแพร่

spot_img

​ในวาระเทศกาลสงกรานต์ที่กำลังจะมาถึง มีความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับประเพณี “รดน้ำดำหัว” ที่มักถูกนำมาเรียกปะปนกัน จนอาจทำให้เกิดความผิดเพี้ยนไปจากจารีตอันดีงามของบรรพบุรุษ ผมจึงขออนุญาตแบ่งปันข้อมูลเชิงวัฒนธรรมเพื่อเป็นสาระความรู้ดังนี้ครับ

​1. “ดำหัว” ที่แท้จริงคืออะไร?

​คำว่า “ดำหัว” เป็นภาษาถิ่นทางเหนือ หมายถึงการ “สระผม” จารีตดั้งเดิมคือ การที่ผู้น้อยนำ “น้ำส้มป่อย” ใส่ขันไปมอบให้ผู้อาวุโสหรือครูบาอาจารย์ที่เคารพรัก เพื่อให้ท่านนำน้ำนั้นไปลูบศีรษะ (สระผม) ของท่านเอง เป็นการแสดงความกตัญญู ขอขมาในสิ่งที่ล่วงเกิน และรับศีลรับพรเพื่อความเป็นสิริมงคล

​2. ข้อควรระวัง: การรดน้ำใส่มือ (น้ำตก)

​ในธรรมเนียมปฏิบัติของทางเหนือและอีกหลายท้องถิ่น “จะไม่ใช้วิธีรดน้ำลงบนฝ่ามือผู้อาวุโสเด็ดขาด” เพราะการรดน้ำให้ไหลผ่านมือลงสู่พื้นในลักษณะนั้น มีนัยที่อัปมงคลยิ่ง เนื่องจากเป็นกิริยาที่ใช้ในพิธี “รดน้ำศพ” เท่านั้น

​คนโบราณจึงถือสาเรื่องนี้เป็นอย่างมาก เพราะการทำเช่นนั้นเสมือนเป็นการ “แช่ง” ให้ผู้รับน้ำได้รับเคราะห์กรรมหรือถึงแก่ชีวิต การนำรูปแบบการรดน้ำใส่มือมาใช้แทนพิธีดำหัว จึงเป็นการลบหลู่จารีตและบิดเบือนความหมายอันเป็นมงคลของเทศกาล

​3. การสืบสานประเพณีที่ถูกต้อง

​หากต้องการสืบสานประเพณีรดน้ำดำหัวให้สง่างามและเป็นมงคลสูงสุด ควรยึดถือหลักการดังนี้:

​เลือกบุคคลที่เหมาะสม: ผู้ที่จะรับการดำหัวตามจารีตคือ “ผู้อาวุโส” หรือ “ครูบาอาจารย์” ผู้ประสาทวิชาความรู้

​รักษารูปแบบที่ควรจะเป็น: เน้นการมอบน้ำส้มป่อยและดอกไม้เพื่อให้ท่านนำไปสระเกล้าดำหัวตนเอง ตามความหมายดั้งเดิมของคำว่าดำหัว

​หลีกเลี่ยงความเข้าใจผิด: ไม่ควรนำคำว่า “รดน้ำดำหัว” ไปใช้เรียกกิจกรรมรื่นเริงหรืองานสังสรรค์ทั่วไปที่ไม่มีนัยสำคัญของการแสดงมุทิตาจิตต่อผู้มีพระคุณ

​การรักษาจารีตประเพณีให้ตรงตามเจตนารมณ์ของบรรพบุรุษ ไม่เพียงแต่เป็นการแสดงออกถึงความกตัญญูที่ถูกต้อง แต่ยังเป็นการรักษาวัฒนธรรมอันดีงามไม่ให้เสื่อมถอยหรือผิดเพี้ยนไปตามกาลเวลาครับ

ข่าวล่าสุด

เรียกร้องรัฐบาลและรัฐสภาเร่งผลักดันรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จากการมีส่วนร่วมของประชาชน

80 องค์กรประชาธิปไตย ได้ออกแถลงการณ์ เรียกร้องให้ประชาชนไทยกา “เห็นชอบ” เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ สร้างประชาธิปไตยสมบูรณ์ เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569

ครึ่งวัน ทะลุ 21 ล้านแห่ชิงสิทธิ “60/40”  สะท้อนวิกฤตเงินตึงมือทั่วหน้า

ปรากฏการณ์ประชาชนแห่หลั่งไหลเข้าสู่ระบบจนยอดลงทะเบียนโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” พุ่งทะลุเกินกว่า 21.5 ล้านคนภายในเวลาไม่ถึงครึ่งวันแรก

“รัฐมนตรี” ต้องไม่ใช่ “นักรบอารมณ์” บนเวทีการเมือง

กรณีวิวาทะระหว่าง นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม กับ ปิยบุตร แสงกนกกุล ในประเด็น “อคติส่วนตัวของรัฐมนตรี” กำลังสะท้อนปัญหาที่ลึกกว่า “การเถียงกันทางการเมือง” มันกำลังสะท้อนว่าประเทศไทยกำลังเดินเข้าสู่ยุคที่“อารมณ์” เริ่มแทรกเหนือ “วุฒิภาวะ” และนั่นคือสัญญาณอันตรายของสังคมประชาธิปไตยทุกแห่งในโลก รัฐมนตรีไม่ใช่เพียง “คนชนะเลือกตั้ง” แต่คือ “ผู้ใช้อำนาจรัฐ” ซึ่งหมายความว่าทุกคำพูดทุกท่าทีทุกอคติล้วนส่งผลต่อประชาชนทั้งประเทศ หากผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแสดงออกด้วยความโกรธ...

คนแก่กับหมาแก่…ในวันที่โลกทั้งใบ “ดับสัญญาณ”

เมื่อโลกดับสัญญาณ… คนแก่คือไฟดวงสุดท้าย ชายชราคนหนึ่งถูกไล่ออกจากงาน หลังทำงานดูแลโรงเรียนมานาน 42 ปี เหตุผลสั้นๆคือ “ตอนนี้มีเครื่องอัตโนมัติแล้ว เราไม่มีงบจ่ายบำนาญ”

ข่าวอื่นๆ

ประวัติพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ

พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญเป็นพระราชพิธี ๒ พิธีรวมกัน คือ พระราชพิธีพืชมงคล อันเป็นพิธีสงฆ์ อย่างหนึ่ง

วันพยาบาลสากล (International Nurses Day) 

วันพยาบาลสากลไม่ใช่แค่การระลึกถึงบุคคลสำคัญอย่างฟลอเรนซ์ ไนติงเกลเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสสำคัญในการยืนยันว่า “พยาบาลคือหัวใจของระบบสุขภาพ” ทั่วโลก.

เรื่องราวอันอัศจรรย์​ของศาสตราจารย์​นายแพทย์​อวย​ เกตุสิงห์

ท่านศาสตราจารย์นายแพทย์อวย เกตุสิงห์เป็นนายแพทย์ผู้ทรงวุฒิเป็นเยี่ยมด้วยการจบวิชาเคมีชั้นสูงจากเยอรมัน ท่านเคยรักษาพยาบาล ท่านอาจารย์ฝั้น อาจาโร และหลวงปู่ขาว อนาลโยอย่างใกล้ชิด