หน้าแรกการเมืองพระบรมราชโองการ ประกาศ เรียกประชุมสมัยวิสามัญแห่งรัฐสภา ปี 2569

พระบรมราชโองการ ประกาศ เรียกประชุมสมัยวิสามัญแห่งรัฐสภา ปี 2569

เผยแพร่

spot_img

ประชุมวุฒิสภาโหวต “กกต.-คตง.” ตั้งแต่ 26 ก.พ.นี้

เมื่อวันที่ 13 ก.พ.2569 ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่พระราชกฤษฎีกา ประกาศเรียกประชุมสมัยวิสามัญแห่งรัฐสภา พ.ศ.2569

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า

โดยที่ประธานวุฒิสภานำความกราบบังคมทูลฯ ว่า ในขณะนี้อยู่ระหว่างการยุบสภาผู้แทนราษฎร แต่เนื่องจากมีความจำเป็นเพื่อประโยชน์แห่งรัฐที่วุฒิสภาจะต้องมีการประชุมเพื่อทำหน้าที่พิจารณาให้บุคคลดำรงตำแหน่งตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญตามมาตรา126 (2) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย คือ การพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมการการเลือกตั้ง ตามมาตรา 222 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยการพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจการแผ่นดิน ตามมาตรา 228

ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และการพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ตามมาตรา 238 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยสมควรที่จะเรียกประชุมรัฐสภาเป็นการประชุมสมัยวิสามัญ เพื่อให้วุฒิสภาดำเนินการประชุมและปฏิบัติ หน้าที่ดังกล่าว

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 1222 และมาตรา 126 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีพระบรมราชโองการประกาศเรียกประชุมสมัยวิสามัญแห่งรัฐสภาเพื่อให้วุฒิสภาดำเนินการประชุมตามมาตรา 126 (2) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย เพื่อทำหน้าที่พิจารณาให้บุคคลดำรงตำแหน่งกรรมการการเลือกตั้ง ตามมาตรา 222 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ผู้ตรวจการแผ่นดิน ตามมาตรา 228 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยและกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ตามมาตรา 238 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ตั้งแต่วันที่ 26 ก.พ.2569

ประกาศ ณ วันที่ 12 ก.พ.2569 เป็นปีที่ 11 ในรัชกาลปัจจุบัน

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

มงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา

นอกจากนี้ ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่พระราชกฤษฎีกาปิดประชุมสมัยวิสามัญแห่งรัฐสภา พ.ศ.2569

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่ได้มีประกาศเรียกประชุมสมัยวิสามัญแห่งรัฐสภา พ.ศ.2569 ตั้งแต่วันที่ 26 ก.พ.2569 นั้น บัดนี้ สมควรที่จะให้ปิดประชุมสมัยวิสามัญแห่งรัฐสภาดังกล่าว

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 122 และมาตรา 175 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาปิดประชุมสมัยวิสามัญแห่งรัฐสภา ตั้งแต่วันที่ 27 ก.พ.2569

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี

ข่าวล่าสุด

จากม่านหมอกที่ “ปาย”  เคลื่อนลงใต้ “เกาะพะงัน”

ปฏิบัติการสายฟ้าแลบบุกค้นศูนย์การเรียนรู้เถื่อนบนเกาะพะงันเมื่อต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา คือสัญญาณเตือนภัยระดับสีแดง

หวัง อี้ พบหารือกับอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน 

วันที่ 6 พฤษภาคม 2569 หวัง อี้ สมาชิกกรมการเมืองแห่งคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน พบหารือกับอับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ณ กรุงปักกิ่ง อารักชีได้ชี้แจงความคืบหน้าล่าสุดของการเจรจาระหว่างอิหร่านกับสหรัฐอเมริกา รวมทั้งข้อพิจารณาในขั้นตอนต่อไปของฝ่ายอิหร่าน โดยระบุว่า...

พรก. ”4 แสนล้าน“  แก้วิกฤต…หรือขยายอำนาจ ?

มติคณะรัฐมนตรีให้ตราพระราชกำหนดกู้เงินวงเงิน 400,000 ล้านบาท โดยมีเหตุผลจากความผันผวนของสถานการณ์พลังงานโลก

น้อมรำลึกพระกรุณาธิคุณ “แสงสว่างแห่งปัญญาและศิลปวิทยา” เนื่องในวาระ ๑๐๓ ปี วันประสูติ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ

วันที่ ๖ พฤษภาคม ของทุกปี เป็นวันคล้ายวันประสูติของ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

ข่าวอื่นๆ

เก้าอี้สั่นคลอน! ‘สุริยะ’ ส่อแววปลิว รมว.เกษตรฯ หลังอธิบดีฝนหลวงฯ แฉหมดเปลือก 

มีคำสั่งด่วนเด้งอธิบดีกรมฝนหลวงฯ พ้นเก้าอี้แบบสายฟ้าแลบ อธิบดีจึงตัดสินใจยื่นใบลาออกพร้อมแฉเบื้องหลังว่าโดนกดดันอย่างหนัก เพราะไม่ยอมเซ็นอนุมัติงบซ่อมบำรุงเครื่องบินปี 2570 ให้กับ "หลาน รมต."

อดีต​ที่ผิดพลาด ​ส่งผลถึงปัจจุบัน​

การจะมีรัฐสภาที่ใช้งานได้จะต้องอาศัยปชช.ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง​ ที่เข้าใจระบอบการปกครองแบบนี้ดี หากไม่มีปชช.ที่มีสติปัญญามากำกับควบคุม รัฐสภามีแต่จะเสื่อมถอยไปเป็นองค์การที่เลวร้ายและเผด็จการ

เสียงใต้ ไม่ต้องการความรุนแรง

บอกเลยว่านี่คือการ "ดับเครื่องชน" ของแม่ทัพภาคที่ 4 (มทภ.4) ที่ดุเดือด มากครับ เหมือนเป็นการรวบยอดความอัดอั้นของฝั่งความมั่นคงแล้วสวนกลับ ใส่ฝั่งการเมืองแบบ "หมัดฮุค" เข้าเต็มเปา