หน้าแรกการเมืองศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งถอนชื่อ 3 ผู้สมัคร สส.เหตุเคยต้องคดีลักทรัพย์-ติดคุกคดีเช็ค พ้นโทษยังไม่ถึง 10 ปี

ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งถอนชื่อ 3 ผู้สมัคร สส.เหตุเคยต้องคดีลักทรัพย์-ติดคุกคดีเช็ค พ้นโทษยังไม่ถึง 10 ปี

เผยแพร่

spot_img

วันที่ 3 ก.พ. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 2 ก.พ. ที่ผ่านมา ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง ได้เผยแพร่คำพิพากษาคดีเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎร ปี พ.ศ 2569 โดยมีคำสั่งถอนชื่อออกจากประกาศรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 3 ราย จาก 3 พรรคการเมือง เนื่องจากเคยมีคดีที่มีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว และเคยถูกจำคุก

1.นายปฏิพัทธ์ เมืองสุวรรณ์ ผู้สมัคร สส. นครศรีธรรมราช เขต 3 พรรคพลวัต เคยได้รับโทษจำคุกในคดีความผิดต่อพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค 3 คดี พ้นโทษจำคุกเมื่อวันที่ 19 ก.ย. 2564 ยังไม่ถึงสิบปีนับถึงวันเลือกตั้ง

โดยได้รับโทษจำคุก 4 เดือน 15 วัน ตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1314/2562, โทษจำคุก 4 เดือน 15 วัน ตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 79/2563 และโทษจำคุก 1 เดือน ตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1786/2563 ของศาลจังหวัดพัทลุง ซึ่งมิใช่ความผิดอันได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ คดีถึงที่สุดแล้ว

นายปฏิพัทธ์ จึงเป็นบุคคลผู้มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 98(7) และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 42(9)

2.น.ส.ณัฐธัญรดี ปรีณาภาชัยสิริ ผู้สมัคร สส.ชลบุรี เขต 6 พรรคไทยสร้างไทย เคยได้รับโทษจำคุกในคดีความผิดต่อ พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค ตามคำพิพากษาของศาลแขวงชลบุรีในคดีหมายเลขแดงที่ 1800/2559 พ้นโทษจำคุกเมื่อวันที่ 17 เม.ย. 2560 ยังไม่ถึงสิบปีนับถึงวันเลือกตั้ง

น.ส.ณัฐธัญรดี คัดค้านว่าการพ้นโทษยุติลงก่อนที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ 2561 มีผลใช้บังคับ และคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติยกเลิกพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 เมื่อวันที่ 21 พ.ย. 2566 แสดงถึงเจตนารมณ์ที่ไม่ประสงค์จะลงโทษจำคุกประชาชนในความผิดดังกล่าว

ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง วินิจฉัยว่า เมื่อพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ 2561 มีผลใช้บังคับเป็นการทั่วไปแก่ผู้สมัครทุกคนโดยไม่มีข้อยกเว้นหรือบทเฉพาะกาล ให้ใช้เฉพาะการลงโทษภายหลังกฎหมายมีผลใช้บังคับแล้วเท่านั้น ผู้คัดค้านจึงไม่อาจยกขึ้นอ้างว่ากฎหมายดังกล่าวไม่มีผลใช้บังคับแก่กรณีของผู้คัดค้าน

ส่วนที่ผู้คัดค้านอ้างว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติยกเลิกพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 เป็นเพียงขั้นตอนของการพิจารณายกเลิกกฎหมายเท่านั้น แต่ปัจจุบันยังไม่ได้ประกาศใช้บังคับ เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าเคยได้รับโทษจำคุกในความผิด ซึ่งมิใช่ความผิดอันได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ โดยได้พ้นโทษมายังไม่ถึงสิบปีนับถึงวันเลือกตั้ง

น.ส.ณัฐธัญรดี จึงเป็นบุคคลผู้มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 98(7) และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 42(9)

3.นายบุญเสริม หัทยานนท์ ผู้สมัคร สส.นครศรีธรรมราช เขต 4 พรรคเพื่อบ้านเมือง เคยต้องคำพิพากษาอันถึงที่สุดว่าลักทรัพย์ ตามคดีหมายเลขดำที่ 1721/2551 คดีหมายเลขแดงที่ 2019/2552 ของศาลจังหวัดพัทลุง ว่ากระทำความผิดฐานลักทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 334 จำคุก 6 เดือน และปรับ 4,000 บาท

รับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 3 เดือน และปรับ 2,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี และคดีถึงที่สุดแล้ว ตามหนังสือรับรองคดีถึงที่สุดลงวันที่ 28 ส.ค. 2566 อันเป็นการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่กระทำโดยทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญา

นายบุญเสริม จึงเป็นผู้มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มาตรา 98(10) และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 42(12 )

ข่าวล่าสุด

อาบป่าฮีลใจ ให้ธรรมชาตินำทางสู่การฟื้นฟู

"อาบป่า" (Forest Bathing) การใช้เวลาในธรรมชาติอย่างมีสติ เพื่อเชื่อมโยงกับสิ่งแวดล้อมผ่านประสาทสัมผัสทั้งห้า ช่วยผ่อนคลายร่างกาย จิตใจ ลดความเครียด และชาร์จพลังชีวิต

 รัฐให้ ข้าราชการ “หัวโต-ตัวลีบ“ เออลี่-รีไทร์  กับดักงบประจำ 70% ที่แก้ไม่ตก หากไม่ยอมปรับลดตำแหน่งบริหารซ้ำซ้อน

นโยบายเร่งรัด “เออลี่รีไทร์” ข้าราชการภายในปีงบประมาณ 2570 ของรัฐบาล ถูกส่งสัญญาณออกมาในฐานะมาตรการสำคัญเพื่อควบคุมเสถียรภาพทางการคลัง หลังพบว่างบรายจ่ายประจำในส่วนของเงินเดือน สวัสดิการ และบำเหน็จบำนาญ มีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่องจนมีสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 70 ของงบรายจ่ายประจำทั้งหมด

“โมเดล-ขนมชั้น” สุขภาพคนไทยไม่เท่าเทียม ?   Medical Hub ความย้อนแย้งที่น่าเจ็บปวด

ระบบสาธารณสุขไทยกลายสภาพเป็น “โมเดลขนมชั้น” ที่แบ่งแยกชนชั้นและทอดทิ้งประชาชนส่วนใหญ่ไว้ข้างหลัง ความเหลื่อมล้ำของ 3 กองทุนสุขภาพ (บัตรทอง-ประกันสังคม-ข้าราชการ)

มหากาพย์คชบาล เมื่อ“ช้างป่า” ล้นผืนไพร  และ“ช้างบ้าน”ไร้สวัสดิภาพ !

วิกฤตการณ์ "ช้างไทย" ในปัจจุบัน ภาพสะท้อนที่เด่นชัดที่สุดกลับไม่ใช่เพียงแค่ตัวเลขประชากรที่ผันผวน หากแต่คือ "ความย้อนแย้งเชิงนโยบาย"

ข่าวอื่นๆ

ผลการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร 

นายชัชชาติย้ำว่าพร้อมทำงานร่วมกับ ส.ก. จากทุกพรรคและทุกกลุ่ม ขอเพียงเป็นคนที่ทำงานด้วยความสะอาด สุจริต และให้เกียรติประชาชน

ศาลอาญาคดีทุจริตฯ ภาค 1 พิพากษาสั่งลงโทษจำคุก ‘วัชรพล’ อดีตปธ.ป.ปช.-

 'สุภา' กรรมการฯ คนละ 3 ปี คดีปกปิดเอกสารสำนวนสอบนาฬิกาหรูบิ๊กป้อม ไม่เปิดเผยข้อมูลให้ 'วีระ สมความคิด'  ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 มีคำพิพากษาตัดสินคดีที่นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน (คปต.)...

เรียกร้องรัฐบาลและรัฐสภาเร่งผลักดันรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จากการมีส่วนร่วมของประชาชน

80 องค์กรประชาธิปไตย ได้ออกแถลงการณ์ เรียกร้องให้ประชาชนไทยกา “เห็นชอบ” เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ สร้างประชาธิปไตยสมบูรณ์ เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569