หน้าแรกการเมือง"เช็คเปล่า" ที่มีการ "ขีดคร่อม" ไว้แล้ว

“เช็คเปล่า” ที่มีการ “ขีดคร่อม” ไว้แล้ว

เผยแพร่

spot_img

คือ คำอธิบายในการให้ประชามติ “เห็นชอบ” ในการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ

ผมไม่มีอคติกับคุณอนุทิน ชอบคุณอนุทินและอยากเห็นคุณอนุทินเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล 

แต่สงสัยทำไมอยากแก้รัฐธรรมนูญ

เราไม่ควรล้มของเก่าแล้วร่างใหม่ทั้งฉบับ มาตราไหนไม่ดีก็เสนอในสภาตามวาระ ถ้าสภาเห็นชอบก็แก้ไป

การลงประชามติเห็นชอบให้แก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ เหมือนเซ็นเช็คเปล่า เขาจะใส่ตัวเลขเท่าไหร่ก็ได้

แบบนี้ เราควบคุมอะไรไม่ได้เลยว่า เขาจะแก้อะไรบ้าง

คำว่าไม่เตะต้อง 112 จริงแค่ไหนไม่มีอะไรรับประกัน

ประชามติที่ถามเพียงว่า “เห็นชอบให้ร่างใหม่ทั้งฉบับหรือไม่” โดยที่ ยังไม่รู้เนื้อหา คือการขออำนาจการอนุญาตล่วงหน้า

โดยตัดอำนาจตรวจสอบภายหลังออกไป ซึ่งเป็นการมอบอำนาจแบบเหมารวม ประชาชนไม่สามารถประเมินต้นทุน–ผลประโยชน์ได้จริง เพราะยังไม่รู้ “ตัวเลขบนเช็ค” แม้จะมีการพูดว่า ไม่แตะ 112 คำสัญญานี้ก็ไม่มีสถานะผูกพันทางกฎหมายในขั้นประชามติ

ผมเห็นด้วยว่า รัฐธรรมนูญปี 60 มีปัญหาในบางมาตรา ดังนั้นเห็นด้วยถ้าจะแก้ในบางมาตรา ซึ่งการแก้ในบางมาตราสามารถทำได้ตามสมัยประชุมโดย สส.หรือพรรคการเมืองเสนอสภาพิจารณา ถ้าสภาเห็นชอบก็แก้ได้เลย แต่การลงมติเห็นชอบให้แก้รัฐธรรมนูญ คือการเห็นชอบให้แก้ทั้งฉบับ ซึ่งมันคล้ายๆ การเซ็นเช็คเปล่าให้ผู้รับเช็คไปใส่ตัวเลขเองซึ่งไม่มีทางรู้ว่าเขาจะใส่ตัวเลขเท่าไหร่ ได้อย่างมากแค่เดา

รัฐธรรมนูญเช่นกัน ประชาชนจะรู้ได้ยังไงว่าของใหม่จะดีกว่าเก่า หรือของใหม่จะเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มการเมืองใด

การแก้รายมาตรา ปลอดภัยกว่า ประหยัดกว่า และตรงจุดกว่าแน่นอน 

แต่ในมุมของ “นักยุทธศาสตร์การเมือง” ของพรรคภูมิใจไทย เหตุผลที่พวกเขาเลือกวิธี “รื้อใหม่ทั้งฉบับ” แทนที่จะแก้รายมาตรา มีเหตุผลที่ซับซ้อนกว่านั้น

พรรคส้มอยากแก้เพื่อ “รื้อโครงสร้าง”

ส่วนภูมิใจไทย ถ้าให้ลองวิเคราะห์ดู ก็คิดว่า

แก้เพื่อ “ถอดสลักระเบิดจริยธรรม”

นี่คือเหตุผลที่เร่งด่วนและเป็นรูปธรรมที่สุดสำหรับพรรคภูมิใจไทย

Pain Point ของรัฐธรรมนูญ 2560 สำหรับนักการเมืองคือ รัฐธรรมนูญ 60 ให้อำนาจศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระสูงมากในการตีความเรื่อง “มาตรฐานจริยธรรม” ซึ่งเป็นนามธรรมและไม่มีขอบเขตชัดเจน (ดังที่เห็นจากคดีคุณเศรษฐา หรือกรณีคุณชาดา ไทยเศรษฐ์ ที่ต้องถอนตัวจาก รมต.)

คุณอนุทินและพรรคภูมิใจไทยต้องการแก้ไขนิยามของ “มาตรฐานจริยธรรม” ให้ชัดเจน เป็นรูปธรรม หรือลดอำนาจองค์กรอิสระในการชี้ขาดเรื่องนี้ เพื่อสร้าง “เกราะป้องกัน” ให้กับ สส. บ้านใหญ่ และรัฐมนตรีในเครือข่าย ไม่ให้ถูกสอยตกเก้าอี้ง่ายๆ ด้วยข้อหาที่พวกเขามองว่า “หยุมหยิม” หรือเป็นเครื่องมือทางการเมือง หรือไม่?

หากรัฐบาลภูมิใจไทย เลือกวิธี “แก้รายมาตรา” โดยเน้นแก้เรื่องจริยธรรม จะมีจุดอ่อนอยู่ที่ฝ่ายค้านและสังคมโจมตีทันทีว่า “นักการเมืองแก้กติกาเพื่อผลประโยชน์ตัวเอง” การแก้จะขาดความชอบธรรม เพราะดูเหมือนทำเพื่อพวกพ้อง

ดังนั้นทางออกคือ การตั้ง ส.ส.ร. (สภาร่างรัฐธรรมนูญ) เป็นการยืมมือ “ตัวแทนประชาชน” มาแก้ ทำให้ดูสง่างามกว่า อ้างได้ว่าเป็นประชาธิปไตยเต็มใบ และล้างมลทินว่ารัฐธรรมนูญ 60 เป็นผลพวงรัฐประหาร

นี่คือ “เช็คเปล่า” ที่มีการ “ขีดคร่อม” ไว้แล้ว

การกาเห็นชอบในประชามติทำให้ “ประชาชนคุมไม่ได้” และ “ไม่รู้เขาจะใส่อะไรลงไป”

แต่สำหรับผู้ถืออำนาจรัฐ (พรรคภูมิใจไทย) พวกเขามั่นใจว่าคุมได้ครับ เพราะกระบวนการ “ได้มาซึ่ง ส.ส.ร.” จะถูกกำหนดโดยรัฐบาล

การแก้รายมาตรา คือการเปิดเวทีชกในสภาฯ ทุกวันที่มีวาระพิจารณา สังคมจะเถียงกันเรื่องกติกาทุกเดือน

แต่การตั้ง ส.ส.ร. คือการโยนเรื่องความขัดแย้งไปไว้ใน “ห้องประชุม ส.ส.ร.” เป็นเวลา 1-2 ปี

ระหว่างนั้น รัฐบาลคุณอนุทิน สามารถบริหารงาน บริหารงบประมาณ โดยไม่ต้องปวดหัวกับเรื่องแก้รัฐธรรมนูญ เพราะบอกสังคมได้ว่า “รอ ส.ส.ร. ทำงานอยู่” เป็นเทคนิคการลดอุณหภูมิทางการเมือง

ดังนั้น ความเสี่ยงมันมีอยู่จริง หากวันหนึ่งกระแสลมเปลี่ยนทิศ แล้ว ส.ส.ร. กลายเป็นคนของฝ่ายตรงข้ามเข้ามามากเกินไป “เช็คเปล่า” ใบนี้อาจย้อนกลับมาทำร้ายภูมิใจไทยเอง

#เราสนับสนุนรัฐบาลอนุทินแต่เราไม่ไว้วางใจเช็คเปล่า

#อัษฎางค์ยมนาค | #อ่านเกมอำนาจ

ข่าวล่าสุด

“มืออาชีพ” บริหารวิกฤติ วัดกันที่ “ทางออก” ไม่ใช่ “ข้ออ้าง”    จาก Ford, Johnson & Johnson และ Delta สู่บทเรียนสากล

เมื่อ“วิกฤติ” เกิดขึ้น ! ความแตกต่างระหว่าง “ผู้ดำรงตำแหน่ง” กับ “ผู้บริหารมืออาชีพ” อาจไม่ได้อยู่ที่ตำแหน่งหรือขนาดองค์กร แต่อยู่ที่วิธีรับมือกับสิ่งที่ควบคุมไม่ได้

“5,600 กระเป๋า” ตกค้าง …สะเทือน HUB !

ปัญหา “กระเป๋าล่าช้า” เมื่อสัมภาระจาก 52 เที่ยวบินตกค้างราว 5,600 ใบ ขณะที่เที่ยวบินของการบินไทยที่ออกจากกรุงเทพฯ ในช่วง 2 วันได้รับผลกระทบเกือบทั้งหมด

กระเป๋าตังค์“แบนกว่า” ความรู้สึก !4 สัญญาณเศรษฐกิจฐานราก

จากรายงานระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (Consumer Confidence Index CCI) เดือนสิงหาคม 2569 อยู่ที่ 53.2 เพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 และสูงสุดในรอบ 6 เดือน แต่ยังต่ำกว่าระดับ 100

แห่ตุนสินค้า เพราะเห็นแก่ตัว…หรือไม่เชื่อรัฐบาล..?  

ชั้นวางสินค้าทุกห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ ที่ว่างลงในกรุงเทพฯ ช่วงน้ำท่วมวันที่ 26 กันยายน 2569 ไม่ควรถูกอ่านเพียงว่าเป็นภาพของ “ความเห็นแก่ตัว” เพราะเบื้องหลังคือความกังวลของประชาชนต่อการเดินทางที่ติดขัด น้ำท่วมหลายพื้นที่

ข่าวอื่นๆ

ผลการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร 

นายชัชชาติย้ำว่าพร้อมทำงานร่วมกับ ส.ก. จากทุกพรรคและทุกกลุ่ม ขอเพียงเป็นคนที่ทำงานด้วยความสะอาด สุจริต และให้เกียรติประชาชน

ศาลอาญาคดีทุจริตฯ ภาค 1 พิพากษาสั่งลงโทษจำคุก ‘วัชรพล’ อดีตปธ.ป.ปช.-

 'สุภา' กรรมการฯ คนละ 3 ปี คดีปกปิดเอกสารสำนวนสอบนาฬิกาหรูบิ๊กป้อม ไม่เปิดเผยข้อมูลให้ 'วีระ สมความคิด'  ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 มีคำพิพากษาตัดสินคดีที่นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน (คปต.)...

เรียกร้องรัฐบาลและรัฐสภาเร่งผลักดันรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จากการมีส่วนร่วมของประชาชน

80 องค์กรประชาธิปไตย ได้ออกแถลงการณ์ เรียกร้องให้ประชาชนไทยกา “เห็นชอบ” เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ สร้างประชาธิปไตยสมบูรณ์ เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569