ภาพถ่ายดาวเทียมล่าสุดเผยให้เห็นกลุ่มควันดำหนาทึบและเพลิงไหม้ขนาดใหญ่ 2 จุด บริเวณท่าเรือเจเบล อาลี ในนครดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดจากการโจมตีตอบโต้ของอิหร่านในหลายประเทศทั่วตะวันออกกลาง
เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเปิดเผยก่อนหน้านี้ว่า เพลิงไหม้ที่เกิดขึ้นมีสาเหตุมาจากเศษซากของวัตถุที่ถูกสกัดกั้นกลางอากาศเหนือย่านบิสิเนส เบย์ ก่อนตกลงมาในพื้นที่ท่าเรือ โดยไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ


ขณะเดียวกัน บรรยากาศทั่วนครดูไบในวันอาทิตยที่1 มี.ค.2569 เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากเมืองท่องเที่ยวคึกคักในช่วงสุดสัปดาห์ฤดูหนาว ซึ่งถือเป็นไฮซีซัน กลายเป็นเมืองที่เงียบเหงา
ปกติชายหาด ห้างสรรพสินค้า และบุฟเฟต์ตามโรงแรมจะเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยว แต่ขณะนี้ทางหลวงส่วนใหญ่กลับว่างเปล่า ท้องฟ้าไร้เครื่องบินขึ้นลงเคยหนาแน่นอย่างที่เคยเป็น ท่าจอดเรือดูไบมารีนา ซึ่งโดยปกติเต็มไปด้วยเรือยอชต์และกิจกรรมทางน้ำ กลับเงียบสงบผิดปกติสำหรับชาวเมืองจำนวนมากบอกว่าบรรยากาศคล้ายย้อนกลับไปช่วงล็อกดาวน์โควิด-19 เมื่อ 6 ปีก่อน เมื่อหนึ่งในศูนย์กลางการคมนาคมที่คึกคักที่สุดของโลกเงียบลงอย่างฉับพลัน
โรงเรียนในเมืองกลับมาใช้การเรียนการสอนออนไลน์อีกครั้ง หลายครอบครัวเลือกอยู่ภายในบ้านพอล เดวิตต์ ช่างภาพวิดีโอของ CNN ประจำกรุงอาบูดาบี กล่าวว่า “มันให้ความรู้สึกเหมือนช่วงโควิด วันเงียบสงบ แดดออก นกร้อง แต่ไม่มีเสียงรถหรือเครื่องบินเลย”
ประชาชนบางส่วนรีบเดินทางไปซูเปอร์มาร์เกตเพื่อกักตุนสินค้า ขณะที่แอปพลิเคชันส่งของชำรายงานความล่าช้า เนื่องจากความต้องการพุ่งสูง ย่านที่ปกติเคยคึกคักจนถึงค่ำคืนกลับว่างเปล่า

หลังจากน่านฟ้าของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ถูกปิด บางคนขับรถออกไปยังพื้นที่เงียบสงบของประเทศ เช่น เมืองฮัตตา ใกล้พรมแดนโอมาน ซึ่งมีโรงแรมอย่างน้อยหนึ่งแห่งปรับห้องประชุมเป็นที่พักชั่วคราวให้กับนักท่องเที่ยวที่เช็กเอาต์แล้วแต่ไม่สามารถเดินทางกลับประเทศได้
แขกที่เพิ่งเดินทางมาถึงบางรายกล่าวว่า กำลังพาครอบครัวย้ายออกจากบางพื้นที่ของดูไบที่ถูกโจมตี
ขณะเดียวกัน บางส่วนเดินทางข้ามพรมแดนทางบกไปยังโอมาน ซึ่งในช่วงแรกถือเป็นประเทศเดียวในภูมิภาคที่ไม่ได้รับผลกระทบจากการโจมตีของอิหร่านเมื่อวันเสาร์ อย่างไรก็ตาม ในวันอาทิตย์ ทางการโอมานระบุว่ามีโดรน 2 ลำพุ่งเป้าโจมตีท่าเรือแห่งหนึ่งในประเทศ
ดูไบ ซึ่งเป็นเมืองที่ภาคภูมิใจในเรื่องความปลอดภัยและมีเสถียรภาพ ไม่มีหลุมหลบภัยสาธารณะ หลายครอบครัวจึงใช้ลานจอดรถใต้ดินเป็นที่หลบภัยในคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา ผู้ปกครองพยายามปกป้องบุตรหลานจากความหวาดกลัวต่อเสียงระเบิดเหนือศีรษะ
ผู้ปกครองหลายรายบอกลูกๆ ว่าเสียงดังกล่าวเป็นเพียงดอกไม้ไฟหรือการยิงปืนใหญ่ต้อนรับเดือนรอมฎอน ซึ่งเป็นธรรมเนียมปฏิบัติในหลายประเทศมุสลิมในช่วงเวลาอิฟตาร์



