หน้าแรกเศรษฐกิจ การเงินนายกสมาคมค้าทองคำชี้ราคาแตะ 90,000 บาทปลายปี 2569

นายกสมาคมค้าทองคำชี้ราคาแตะ 90,000 บาทปลายปี 2569

เผยแพร่

spot_img

นายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ เปิดเผยว่า ราคาทองคำช่วงนี้ปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 160 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ โดยปกติสถานการณ์สงครามมักสร้างความผันผวนดันราคาขึ้นราว 100 – 200 ดอลลาร์ และวันนี้ที่ 2 มี.ค.69 แนวโน้มยังเป็นขาขึ้นอย่างชัดเจน

ในระยะสั้นราคาทองคำยังมีความผันผวนสูง นักลงทุนที่เข้าซื้อ-ขายตลาดระยะสั้น ต้องระมัดระวัง ปัจจัยสำคัญยังต้องติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งตะวันออกกลางว่าจะยืดเยื้ออย่างไร หากสถานการณ์รุนแรงขึ้น ราคาทองคำอาจพุ่งแรง แต่หากยุติเร็ว การปรับขึ้นอาจไม่รุนแรงมากนัก 

ส่วนแนวโน้มระยะยาว ประเมินว่า ราคาทองคำช่วงปลายปี 2569 นี้ มีโอกาสแตะระดับ 90,000 บาทต่อบาททองคำ หรือประมาณ 6,000 ดอลลาร์ ซึ่งจะเป็นโอกาสให้ผู้ที่เคยซื้อในช่วงราคาสูง หรือ ติดดอยอยู่ มีโอกาสฟื้นตัวได้

ขณะที่ส่วนต่างราคารับซื้อ – ขายทองคำหน้าร้าน และออนไลน์ช่วงวันหยุดที่ผ่านมา มีร้านค้าทองคำบางแห่งปรับราคาส่วนต่างรับซื้อขายทองคำพุ่งสูงขึ้นถึง 2,000 บาทนั้น มองว่าเป็นการบริหารจัดการความเสี่ยงของร้านนั้นๆ แต่สมาคมค้าทองคำ มีส่วนต่างราคารับซื้อ-ขายอยู่ที่ 200 บาทและยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง โดยสมาคมค้าทองคำอ้างอิงราคาซื้อขายตามราคาทองคำตลาดโลก

พร้อมขอให้นักลงทุนเห็นใจผู้ประกอบการร้านค้าทองคำ ที่มีต้นทุนในการดำเนินการไม่ว่าจะเป็นการผลิตทองคำรูปพรรณ หรือ ทองคำแท่ง ที่สำคัญสังเกตได้จากวันนี้ ภายในไม่ถึง 1 ชั่วโมง มีการปรับราคาซื้อขายถึง 7 ครั้ง ทำให้บางร้านปรับราคาหน้าร้านแทบไม่ทัน ย้ำว่า ทุกขั้นตอนมีต้นทุนในการบริหารจัดการ แนะนำว่า นักลงทุน ควรหลีกเลี่ยงการซื้อ-ขายทองคำแท่งในช่วงสุดสัปดาห์ เนื่องจากประเมินราคาตลาดโลกได้ไม่ชัดเจน 

ส่วนราคาทองคำมีลุ้นแตะ 100,000 บาทภายใน ปี 69 นี้หรือไม่นั้น นายกสมาคมค้าทองคำ ระบุว่า ราคาทองคำจะปรับพุ่งสูงถึง 100,000 บาทได้ ก็ต่อเมื่อเกิดสงครามโลกครั้งที่ 3 แต่หากยังไม่มีความชัดเจน ย้ำว่า ราคาทองคำมีลุ้นที่ราคา 90,000 กว่าบาทภายในช่วงปลายปีนี้ 

อย่างไรก็ตาม บรรยากาศการซื้อขายทองคำในช่วงที่ราคาทองคำมีความผันผวนและมีแนวโน้มเป็นขาขึ้น นักลงทุนส่วนใหญ่มักมาซื้อทองคำแท่ง เพื่อเก็งกำไร มากกว่าการขายทองคำ 

อนึ่งราคาทองวันที่ 2 มี.ค. 2569 พุ่งขึ้น 2,650 บาท เมื่อเทียบกับราคาปิดวันที่ 1 มี.ค. ทองรูปพรรณขายออกที่บาทละ 81,050 บาท อ้างอิงข้อมูลล่าสุดจากสมาคมค้าทองคำ ที่เผยแพร่ผ่านทางเว็บไซต์ เมื่อเวลา 17.11 น.  

ทองคำแท่งมีราคารับซื้อในประเทศอยู่ที่บาทละ 80,050.00 บาท ขายออกบาทละ 80,250.00 บาท ตามประกาศครั้งที่ 42

สำหรับทองรูปพรรณ 96.5% รับซื้ออยู่ที่บาทละ 78,453.00 บาท ราคาขายออกบาทละ 81,050.00 บาท ขณะที่ราคาทองคำตลาดโลก (Gold Spot) อยู่ที่ 5,391 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์

ข่าวล่าสุด

ปริญญาตรีล้นตลาด พ่ายสมรภูมิ…เทคโนโลยี  เมื่อ AI “กำลังสอบ” ระบบการศึกษาไทย

เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI กำลังเปลี่ยนทั้งลักษณะงาน วิธีทำงาน และทักษะที่นายจ้างต้องการอย่างรวดเร็ว คำถามจึงไม่ใช่เพียงว่าเด็กไทยเรียนจบอะไร แต่คือ สิ่งที่เรียนมานั้นยังมีมูลค่าในตลาดแรงงานวันพรุ่งนี้หรือไม่

ด่านตรวจผู้นำรัฐบาล  บทเรียนความอับอายของรัฐราชการที่ไร้ความเข้าใจวิธีปฏิบัติ

เข้าตรวจค้นรถยนต์ของนายกรัฐมนตรีโดยขาดความเข้าใจวิธีปฏิบัติ ไม่เพียงแต่มอบภาพลักษณ์ชวนหัวในโลกออนไลน์ แต่ยังเปิดแผลความบกพร่องเชิงโครงสร้างของรัฐราชการ

วิกฤตน้ำท่วมปัว สะท้อน“จุดอ่อน” บริหารจัดการน้ำชาติ

รายงานในพื้นที่ระบุปริมาณฝนราว 108-110 มิลลิเมตร ขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยาได้เตือนล่วงหน้าถึงฝนตกหนักถึงหนักมากในภาคเหนือช่วง 18-21 สิงหาคม และความเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่ม

“เล่าต๋า” จาก “ตลอดชีวิต“   เหลือ..”8 ปี“  ระบบ…กำลังบอกอะไรเรา ?

เมื่อคำพิพากษาเริ่มต้นที่ “จำคุกตลอดชีวิต” แต่ผลลัพธ์ปลายทางกลายเป็นระยะเวลารับโทษประมาณ 8-9 ปี ระบบกำลังบอกอะไรกับสังคมเกี่ยวกับความหมายของคำว่า “ตลอดชีวิต”

ข่าวอื่นๆ

ลิขสิทธิ์ บอลโลก  JAS ยอมจ่าย 2.3 พันล้าน  คุ้มเกินคุ้ม

**JAS (บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน )** ทุ่มเงิน **70 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 2,300 ล้านบาท** เพื่อคว้าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026

Forbes จัดอันดับ จ. เชียงใหม่ ติด TOP8 เป้าหมายหลักของคนทำงานด้านดิจิทัล (Digital Nomads) และครีเอเตอร์ จากทั่วโลก ย้ายมาปักหลักมากที่สุด ในปี 2026 

นิตยสารธุรกิจชั้นนำระดับโลก Forbesได้จัดอันดับเชียงใหม่ ให้เป็น 1 ใน 8 เมืองที่เหล่านักเดินทาง คนทำงานด้านดิจิทัล (Digital Nomads) และกลุ่มครีเอเตอร์ทั่วโลกหลั่งไหลและย้ายเข้ามาปักหลักมากที่สุดในปี 2026 โดยติดกลุ่ม TOP8 ของโลก

บทเรียนจากศรีลังกา ท่าเรือที่ไม่มีเรือมาจอด

ท่าเรือ Hambantota แทบไม่มีเรือมาใช้บริการ ในปี 2016 ท่าเรือทำรายได้เพียง 11.81 ล้านดอลลาร์ แต่ค่าใช้จ่ายสูงถึง 10 ล้านดอลลาร์ กำไรเพียง 1.81 ล้านดอลลาร์ ไม่พอจ่ายดอกเบี้ยเงินกู้แม้แต่น้อย