วันเสาร์, มีนาคม 21, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกปกิณกะเรื่องนี้สำหรับ “คอกาแฟ” คุณเป็นคนหนึ่งหรือเปล่าที่ชอบดื่มกาแฟ

เรื่องนี้สำหรับ “คอกาแฟ” คุณเป็นคนหนึ่งหรือเปล่าที่ชอบดื่มกาแฟ

เผยแพร่

spot_img

ถ้าใช่ … แล้วรู้ไหมล่ะครับว่า “กาแฟ” ดีหรือไม่ดีกับสุขภาพอย่างไร

ผมเป็นคนหนึ่งที่ชอบดื่มกาแฟ ไม่ว่าจะตอนเช้าๆ ที่บ้าน หรือช่วง “พักเบรก” เวลาที่ไปอบรมสัมมนารายการต่าง ๆ ของที่ทำงาน แต่เชื่อไหม ทั้งที่ชอบดื่ม ผมก็ไม่เคยรู้ว่า “กาแฟ” ดีหรือไม่ดีต่อสุขภาพอย่างไร

จนกระทั่งไปพบข้อมูลที่น่าสนใจหลายประเด็น ที่อดใจไม่ได้ ต้องนำมาเล่าสู่กันฟังกับ “คอกาแฟ” ไว้ ณ ที่นี้

1. การดื่มกาแฟ ทำให้เส้นเลือดใหญ่ในร่างกายของผู้ดื่ม มีความแข็งแรงมากกว่าผู้ไม่ดื่ม

2. การดื่มกาแฟ ช่วยป้องกันความเสี่ยงของการเป็นมะเร็งสำไส้ใหญ่

3. การดื่มกาแฟ ช่วยให้ร่างกายได้รับสารต้านอนุมูลอิสระมากกว่า 1299 มิลลิกรัม ในขณะที่เครื่องดื่มอย่างเช่น ชา มีสารต้านอนุมูลอิสระเพียง 294 มิลลิกรัม

4. การดื่มกาแฟจำนวน 2-3 แก้วต่อวัน จะลดอัตราเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจ

5. การดื่มกาแฟ ช่วยลดอัตราเสี่ยงของการเป็นเบาหวานเพราะในกาแฟมีสารประกอบที่เรียกว่า “ควินิน” ที่ช่วยให้ร่างกายผลิตสารอินซูลินได้ดีขึ้น

6. การดื่มกาแฟ จะช่วยลดอัตราการเกิดภาวะความจำเสื่อม ซึ่งเป็นเรื่องที่ทุกคนไม่พึงปรารถนา

7. การดื่มกาแฟเป็นประจำ จะช่วยลดการจับตัวของคอเลสเตอรอลในร่างกาย ช่วยป้องกันโรคหัวใจ ในกาแฟ

มี“นิโคติน” ซึ่งเป็นวิตามินบีรวมชนิดหนึ่ง (คนละชนิดกับนิโคตินในบุหรี่) กาแฟจึงช่วยป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือดแข็งตัว

8. การดื่มกาแฟจะช่วยลดความอ้วนได้ เพราะกาแฟช่วยละลายไขมัน การดื่มกาแฟหลังจากอิ่มจากอาหาร จะช่วยให้ไขมันแตกตัว และให้พลังงาน

9. การดื่มกาแฟ 1 แก้วต่อวัน จะช่วยลดความเสี่ยงจากการเป็น “ตับแข็ง” ได้ถึง 20% และหากดื่ม 4 แก้วต่อวัน จะช่วยลดอัตราเสี่ยงได้ถึง 80% 

10. การดื่มกาแฟจะช่วยลดความเสี่ยงจากการเป็นนิ่วในถุงน้ำดี โดยเฉพาะผู้ดื่มกาแฟอย่างน้อย 2 แก้วต่อวัน

11. การดื่มกาแฟจะช่วยปรับสีผิวของเรา ช่วยลดริ้วรอยและทำให้ผิวหนังของผู้ดื่มเรียบเนียนขึ้นด้วย

 แหม….ประโยชน์ข้อนี้ คุณผู้หญิงถึงกับตาลุกเลยใช่ไหมล่ะ

12. การดื่มกาแฟช่วยลดอาการของการเกิดโรคหืด และสามารถกำจัดโรคหืดในผู้ป่วยบางคน

13. การดื่มกาแฟช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งต่อลูกหมาก

14. การดื่มกาแฟช่วยลดอาการปวดศีรษะ โดยเฉพาะโรคไมเกรนโดยคาเฟอีนในกาแฟ จะสามารถช่วยลดอาการปวดหัวได้ถึง 40%

15. การดื่มกาแฟจะช่วยลดอาการปวดกล้ามเนื้อภายหลังออกกำลังกายได้ถึง 58% แต่ต้องดื่มอย่างน้อยวันละ 2 แก้ว

16. การดื่มกาแฟจะช่วยคลายความเครียด และทำให้อารมณ์แจ่มใส ซี่งเท่ากับช่วยแก้โรคซึมเศร้าให้ผู้ดื่ม

17. การดื่มกาแฟช่วยป้องกันฟันผุ ทั้งนี้เพราะในกาแฟมีสารประกอบที่ทำให้กาแฟมีกลิ่นหอม และรสขม ซึ่งทำให้มีประสิทธิภาพช่วยในการป้องกันแบคทีเรีย และการก่อตัวของแบคทีเรียที่ทำให้เกิดโรคฟันผุ

18. การดื่มกาแฟเป็นประจำ จะช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดในสมอง และสมรรถภาพสมอง ผู้รู้บอกว่า ความหอมของกาแฟจะช่วยกระตุ้นสมองให้ทำงานได้เร็วขึ้น มีสมาธิมากขึ้น และมีประสิทธิภาพในการทำงานมากขึ้น

19. การดื่มกาแฟจะช่วยให้ไม่ง่วง และเกิดความรู้สึกตื่นตัว กระฉับกระเฉง และช่วยลดความรู้สึกหนาว เนื่องจากในกาแฟมีสารคาเฟอีน

20. การดื่มกาแฟเป็นประจำ จะช่วยไล่ความชรา กาแฟที่เข้มข้นจะทำให้ออกไซด์แตกตัวกระตุ้นการเผาผลาญในร่างกายของผู้ดื่ม คุณสมบัติข้อนี้ของกาแฟ จึงเหมาะกับคนที่กลัวความแก่

อ่านมาถึงตรงนี้ หลายท่านคงสังเกตเห็นแล้วว่า จำนวนการดื่มหรือปริมาณการดื่ม มีผลต่อประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นกับร่างกายของแต่ละคน ตั้งแต่ 1 แก้ว 2 แก้ว หรือ 4  แก้ว ซึ่งผู้รู้บอกว่า สารประกอบที่อยู่ในกาแฟ จะส่งผลกับแต่ละบุคคลแตกต่างกันไป ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับ ความสมบูรณ์แข็งแรงของร่างกายของแต่ละคน

 แต่สิ่งที่ควรคำนึงถึงอย่างยิ่งที่ผู้รู้เตือนไว้ก็คือ พฤติกรรมในการดื่มกาแฟของคุณ เช่น คุณได้มีการปรุงรสกาแฟโดยการเติมน้ำตาล ครีม นมข้นหวาน ลงใปในปริมาณที่มากเกินไปหรือไม่ สิ่งเหล่านี้ ต้องมี “ความพอดี” การดื่มกาแฟของคุณจึงจะเกิดประโยชน์สูงสุดอย่างแท้จริง

ระวังอย่าให้ “เครื่องปรุงรส” กาแฟของคุณมาทำให้การดื่มกาแฟได้รับประโยชน์น้อยลงหรือเสียไป โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์

อ่านข้อเขียนเช่นนี้ หลายคนคงเลิกตะขิดตะขวงใจกันแล้วใช่ไหมว่า ทำไม “คอกาแฟ” จึงดื่มกาแฟกันแบบดื่มได้ดื่มดี  ประเภทว่างไม่ได้ เรียกหา “กาแฟ” ทันที

 จบนะ…ไปหา “กาแฟ” มาดื่มสักถ้วยดีกว่า

(Cr: มานพ    แก้วสนิท  บทความในหนังสือ ต่วย ตูน)

ข่าวล่าสุด

“น้ำมันเถื่อน“ โผล่กลางวิกฤต  “น้ำมันหาย”

วิกฤต “น้ำมันหาย” ถูกยกระดับสู่การตรวจสอบทั้งระบบ หลังรัฐบาลเรียกทุกหน่วยงานประชุมเร่งด่วน ขณะที่ตำรวจ ปคบ.บุกตรวจคลังน้ำมันในอ่างทอง พบกักตุนกว่า 331,000 ลิตร

น้ำมันหายวันละ 1 หมื่นลิตร สะเทือนทั้งระบบพลังงานไทย

กรณีข้อสงสัย “น้ำมันหายวันละ 10,000 ลิตร” กลายเป็นประเด็นร้อนที่เขย่าทั้งระบบพลังงาน หลัง พิพัฒน์ รัชกิจประการ ตั้งคำถามถึงความผิดปกติของปริมาณน้ำมันในตลาด

อาหาร สส. วันละ 1,000 บาท จริงหรือ ?

ประเด็น “อาหารเลี้ยง สส.” กลายเป็นชนวนทางการเมืองอีกครั้ง หลัง นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ตั้งคำถามกลางที่ประชุมในวันโหวตประธานสภา ก่อนถูกตัดบท

ทุเรียนไทย…ผลไม้พันล้านที่คนไทยอาจไม่ได้เลือกกินเอง

ต้นฤดูกาลทุเรียนปี 2569 เริ่มส่งสัญญาณชัดเจน เมื่อราคาทุเรียนหน้าสวนภาคตะวันออกเปิดตัวที่ประมาณ 150-180 บาทต่อกิโลกรัมสำหรับพันธุ์กระดุม และมีแนวโน้มขยับขึ้นสู่ 180-220 บาทต่อกิโลกรัม

ข่าวอื่นๆ

คดีนี้เป็นเรื่องของ แคดดี้สนามกอล์ฟ

ทำงานในสนามกอล์ฟทุกวัน แต่ศาลฎีกาบอกว่า “ไม่ใช่ลูกจ้าง”

ขอเชิญชมคอนเสิร์ตของอัสนี-วสันต์  “อยากจะย้ำ ชัดๆ ครั้งสุดท้าย…“

รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ร่วมกับราชวิทยาลัยแพทย์ออโธปิดิกส์ฯ และคณะแพทยศาสตร์ มธ. ขอเชิญชมคอนเสิร์ตของอัสนี-วสันต์ “อยากจะย้ำ ชัดๆ ครั้งสุดท้าย…“

ขอมอบให้แก่เพื่อนรัก และผู้ที่กำลังมุ่งสู่…..อายุ 80 ปี

"บันทึกแห่งปัจจุบันกาล" วัยเจ็ดสิบเป็นหมุดหมายสำคัญของชีวิต  มุมมองใดก็ตามที่พิจารณา มนุษย์เมื่อก้าวพ้นเจ็ดสิบย่อมนับว่าเป็นผู้สูงวัยโดยแท้  ณ จุดนี้ พระอาทิตย์อัสดงอันงดงามเริ่มลับขอบฟ้า ชีวิตอันเปี่ยมสีสันก็ร่อยหรอลง  จากข้อมูลทางการเปิดเผย มีเพียง *44%*ของประชากรทั้งหมดที่สามารถก้าวข้ามวัยชราได้ แล้วหันเหชีวิตมุ่งสู่เส้นทางแห่งการ  "มุ่งสู่แปดสิบ"   **ทศวรรษแห่งความยากลำบากที่สุด:**   ช่วงอายุ 70 ถึง 80ปี เป็นสิบปีที่ยากลำบากที่สุดในชีวิต  เป็นห้วงยามเต็มไปด้วยเรื่องราววุ่นวายแห่งวัยชรา   1.ความเสื่อมถอยเร่งรุด     อวัยวะทุกส่วนเสื่อมสลายและสึกหรออย่างไม่อาจย้อนคืน เปรียบดังเครื่องจักรเก่าที่ใกล้หมดอายุการใช้งาน ยังคงดำเนินต่อไปอย่างเชื่องช้า   2.ยุคทองของโรคภัย     ภูมิต้านทานร่างกายที่อ่อนแอและแปรปรวน ทำให้ต่อต้านเชื้อโรคได้ยาก ...