หน้าแรกวัฒนธรรม ชีวิตก่อนที่จะเป็นที่ตั้งของโรงแรมดุสิตธานี   ที่ตรงนี้เคยมี 'บ้านศาลาแดง' ตั้งอยู่

ก่อนที่จะเป็นที่ตั้งของโรงแรมดุสิตธานี   ที่ตรงนี้เคยมี ‘บ้านศาลาแดง’ ตั้งอยู่

เผยแพร่

spot_img

บ้านศาลาแดง        

บ้านกัปตันวอเรน        

บ้านพระยาสุรศักดิ์มนตรี(เจิม แสง-ชูโต)        

บ้านเจ้าพระยายมราช (ปั้น สุขุม )       

ก่อนที่จะเป็นที่ตั้งของโรงแรมดุสิตธานี   ที่ตรงนี้เคยมี ‘บ้านศาลาแดง’ ตั้งอยู่  เดิมบ้านนี้เป็นบ้านของฝรั่งชื่อ กัปตันวอแรน ต่อมาขายต่อให้พระคลังข้างที่ แล้วพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชทานให้เจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี (เจิม แสง-ชูโต) เมื่อประมาณปีพ.ศ. 2430  ต่อมาเมื่อท่านเป็นเสนาบดีกระทรวงเกษตราธิการอยู่ 5 ปี  ได้ก่อหนี้ติดค้างเงินหลวงถึง 80,000 บาท ครั้นจะกราบบังคมทูลขอพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ก็ไม่อยากรบกวนพระราชหฤทัย   จึงยกบ้านหลังนี้ชดใช้หนี้หลวงไป  เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ  ทรงทราบในภายหลัง  จึงรับสั่งให้ท่านอาศัยอยู่บ้านนี้ไปตลอดชีวิต  แต่ท่านก็ได้ย้ายออกไปเมื่อลาออกจากราชการ

ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ ได้เสด็จไปเยี่ยม เจ้าพระยายมราช (ปั้น  สุขุุม)  ซึ่งป่วยอยู่ที่บ้านบางขุนพรหม  เห็นว่าบ้านที่อยู่คับแคบ  จึงพระราชทานบ้านศาลาแดงแห่งนี้ให้เจ้าพระยายมราช  ซึ่งท่านได้อยู่อาศัยจนอสัญกรรม (ในตำแหน่ง ผู้สำเร็จราชการในรัชกาลที่ 8)    

เนื่องจากเจ้าพระยายมราชท่านเป็นเสนาบดีชั้นผู้ใหญ่และเป็นที่โปรดปรานของพระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ บ้านนี้จึงเป็นบ้านที่เคยรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทั้งรัชกาลที่ 5 ที่ 6 และที่ 7 และยังเป็นที่รับรองพระราชอาคันตุกะระดับประเทศหลายครั้ง  

และในปีพ.ศ. 2463  บ้านหลังนี้ได้จัดงานเลี้ยงสำคัญงานหนึ่ง เมื่อวันที่ 18 กันยายน พ.ศ.2463 เจ้าพระยายมราช (ปั้น สุขุม) ได้ขอพระราชทานจัดเลี้ยง ในโอกาสฉลองอภิเษกสมรสของสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้ามหิดลอดุลยเดช กรมขุนสงขลานครินทร์ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก กับนางสาวสังวาลย์ ตะละภัฏ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี 

บ้านศาลาแดง ได้เป็นที่จัดงานมงคลสมรสของคุณหญิงประจวบ สุขุม กับ พลเรือเอกเจ้าพระยา

รามราฆพ  (หม่อมหลวงเฟื้อ พึ่งบุญ) ในวันจันทร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ.2467  คุณหญิง เป็นบุตรีของเจ้าพระยายมราช  (ปั้น สุขุม) ท่านเจ้าของบ้านศาลาแดงนั่นเอง 

เมื่อเจ้าพระยายมราชถึงแก่อสัญกรรมแล้ว   บ้านก็ถูกขายให้แก่กระทรวงการคลัง และมีหน่วยงานราชการมาเช่าตึก  บ้านศาลาแดงติดป้าย “พ” “ท” “ภ” และ “พบ” ซึ่งเป็นที่ทำการของ 4 สมาคม คือ  (พ) แพทยสมาคม   

(ท) ทันตแพทย์สมาคม  

(ภ) เภสัชกรรมสมาคม และ (พบ) สมาคมนางพยาบาลแห่งกรุงสยาม 

ภายหลังเมื่อธุรกิจบนถนนสีลม ทวีความสำคัญขึ้น บ้านศาลาแดง  จึงถูกรื้อลงในปีพ.ศ. 2508 เพื่อสร้าง โรงแรมดุสิตธานี

ความคิดที่จะสร้าง โรงแรมดุสิตธานี เกิดจากท่านผู้หญิงชนัตถ์  ปิยะอุย หวังจะให้มีโรงแรมระดับ 5 ดาวที่ไม่เคยมีในประเทศไทย  และเป็นเอกลักษณ์ของพระนคร  ท่านผู้หญิงชนัตถ์จึงเดินสำรวจหาที่ดินในพระนคร จนกระทั่งลงตัวที่ที่ดินขนาด 23 ไร่ บริเวณมุมตะวันออกเฉียงใต้ของสี่แยกศาลาแดง จุดเริ่มต้นของถนนสีลม ตรงข้ามสวนลุมพินีฝั่งที่ประดิษฐานพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 6   ซึ่งเดิมเป็นบ้านศาลาแดง อดีตที่พำนักของเจ้าพระยายมราช  (ปั้น สุขุม)  ซึ่งภายหลังทายาทของท่านได้จำหน่ายที่ดินคืนให้กับสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์  (ปัจจุบันคือสำนักงานพระคลังข้างที่) ท่านผู้หญิงชนัตถ์จึงพยายามติดต่อขอเช่าที่ดินกับสำนักงานฯ จนได้ทำสัญญาเช่าระยะเวลา 30 ปี 

ส่วนชื่อโรงแรมนั้น ท่านผู้หญิงชนัตถ์นึกขึ้นได้ขณะถวายสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 6 ในสวนลุมพินีที่อยู่ด้านตรงข้าม พร้อมทั้งขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตรื้อถอนสิ่งก่อสร้างเดิม คือ บ้านศาลาแดง โดยท่านนึกถึงโครงการเมืองจำลองของพระองค์ ที่มีชื่อว่า  “ดุสิตธานี”  แปลว่า  “เมืองสวรรค์”  ซึ่งเป็นต้นแบบของระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยที่ประเทศไทยนำมาใช้ในเวลาถัดมา ท่านผู้หญิงชนัตถ์จึงนำชื่อนี้ไปตั้งชื่อโรงแรมแห่งใหม่ เพื่อเทิดพระเกียรติแด่พระองค์ไปในตัวและยังต้องการให้สอดคล้องกับสวรรค์ชั้นดุสิต เพื่อให้แขกที่มาพักโรงแรมรู้สึกเหมือนขึ้นสวรรค์ 

ในปีพ.ศ. 2509 จึงได้เริ่มทำการรื้อถอนบ้านศาลาแดง  และเริ่มก่อสร้างโรงแรมดุสิตธานี หลังจากการก่อสร้างแล้วเสร็จ สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์ บดินทรเชษฐภคินี มาทรงเปิดโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2513 ถือได้ว่าเป็นโรงแรมที่ใหญ่ที่สุด และเป็นตึกสูงที่สุดในยุคนั้น ด้วยความสูง 23 ชั้น มีห้องพักมากถึง 525 ห้อง

หลังการให้บริการทางด้านโรงเรมมาอย่างยาวนาน  ทางเครือดุสิตธานี จึงได้ร่วมทุนกับกลุ่ม เซ็นทรัลพัฒนา เพื่อพัฒนาโครงการ ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค เพื่อสร้างเป็นโรงแรม  ศูนย์การค้า  พื้นที่ค้าปลีก  อาคารชุดเพื่อการพักอาศัย  ได้รื้อถอนอาคารเดิมออกเมื่อปีพ.ศ. 2562  (รื้อถอนเสร็จสมบูรณ์ ในปีพ.ศ. 2563)  ก่อนจะเริ่มก่อสร้างโรงแรมใหม่ ในชื่อเดิม คือ โรงแรมดุสิตธานี ในบริเวณใกล้เคียง  และเริ่มเปิดให้บริการ (แบบทยอยเปิดเป็นส่วน ๆ ) เมื่อปีพ.ศ. 2567…

ข่าวล่าสุด

โฆษณาเกินจริง…ภัยเงียบที่ซ่อนอยู่ในทุกหน้าจอโทรทัศน์

INSIDE INSIGHT | “ชัยทัศน์” ประจำวันที่ 3  สิงหาคม 2569 เมื่อคำโฆษณาขายความหวัง  แต่ผู้บริโภคอาจเป็นผู้จ่ายราคา “เห็นผลใน 7 วัน” “อันดับ 1” “แพทย์แนะนำ” “งานวิจัยรับรอง”  คำโฆษณาที่คนไทยคุ้นหูทุกวัน...

”ความฝัน“ ..ที่ดับสูญในต่างแดนของ “ฮลุน โซโล่ !“

เรื่องราวของ“ฮลุน” เริ่มต้นจากเด็กกำพร้าผู้เติบโตมากับย่าในต่างจังหวัด ผ่านความอดอยากและขาดแคลน แต่ยึดมั่นในการศึกษาจนสอบคว้าทุนจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้

สงครามไซเบอร์ครั้งใหม่…เมื่อ“เหยื่อ” เป็นผู้กดโอนเงินด้วยตนเอง

การจัดตั้งศูนย์ Anti Online Scam Operation Center (AOC 1441) การอายัดบัญชีม้า การปิดกั้นเว็บไซต์ผิดกฎหมาย และการจับกุมเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ แต่ตัวเลขความเสียหายที่สะสมยังสะท้อนข้อเท็จจริงว่า ภัยไซเบอร์ยังคงกัดกินเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นของประชาชนอย่างต่อเนื่อง

วิกฤตไซเบอร์ตลาดทุน เมื่อฐานข้อมูล “ระบบฝากหุ้น TSD” รั่วไหล 2 แสนราย

ระบบบริการผู้ถือหุ้นออนไลน์ถูกเจาะเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งานกว่า 200,000 ราย โดยครอบคลุมตั้งแต่ชื่อ-นามสกุล เลขบัตรประจำตัวประชาชน ไปจนถึงชื่อโบรกเกอร์และเลขที่บัญชีธนาคาร

ข่าวอื่นๆ

จม.รักอาม่า  ดังสนั่นแผ่นดินใหญ่ ททท.คาดปลุกคนจีน เที่ยวไทย

ภาพยนตร์เรื่องนี้ ทำหน้าที่ขยี้หัวใจของชาวจีนแต้จิ๋วโพ้นทะเล เล่าเรื่องราวความผูกพันผ่านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมร่วมกันได้อย่างงดงาม ประกอบกับการดึงคนไทยเชื้อสายจีนมาร่วมถ่ายทอด ยิ่งทำให้คนดูชาวจีนอินและตระหนักว่า “ไทย-จีน ใช่อื่นไกล พี่น้องกัน”

ดูหนัง ฟังเพลง (ตอนที่ 1)  My Fair Lady : เมื่อหนังเพลงพาเราย้อนมองโลกยุคจักรวรรดินิยม

หนังเพลงคลาสสิกเรื่อง My Fair Lady ไม่ได้เล่าเพียงเรื่องความรักของหญิงขายดอกไม้กับสุภาพบุรุษผู้ดีอังกฤษ แต่กำลังตั้งคำถามสำคัญว่า “มนุษย์มีคุณค่าเพราะกำเนิด หรือเพราะโอกาสที่ได้รับ”

 Time  ยกย่อง จีโน นักกอลฟ สาวไทยเป็นยอดนักกีฬา

นักกีฬาไทยคนหนึ่งได้รับเลือกจาก TIME ให้เป็น 1 ใน 100 บุคคลผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในวงการกีฬาโลก จึงไม่ใช่เรื่องธรรมดา