หน้าแรกวัฒนธรรม ชีวิต“ข้าวแช่” หรือ “ข้าวสงกรานต์” หรือที่คนมอญเรียกว่า “เปิงด้าจก์” ซึ่งแปลตรงตัวว่า “ข้าวน้ำ”

“ข้าวแช่” หรือ “ข้าวสงกรานต์” หรือที่คนมอญเรียกว่า “เปิงด้าจก์” ซึ่งแปลตรงตัวว่า “ข้าวน้ำ”

เผยแพร่

spot_img

ข้าวแช่ถือเป็นหัวใจสำคัญของประเพณีสงกรานต์ของชาวมอญ โดยเชื่อกันว่าเป็นอาหารวิเศษ มีความสะอาดและบริสุทธิ์กว่าอาหารอื่น ๆ และปรุงขึ้นเพื่อบูชาเทวดา รวมถึงแสดงความกตัญญูต่อบรรพบุรุษและสร้างบุญกุศล อีกทั้งยังนำไปถวายพระสงฆ์ และแบ่งไปส่งผู้หลักผู้ใหญ่ที่นับถือ ส่วนที่เหลือจึงนำมาตั้งวงแบ่งรับประทานกันภายในครัวเรือน โดยคนมอญในไทยจะเรียกว่า “เปิงซังกราน” ส่วนคนมอญแท้ ๆ นิยมเรียกว่า “เปิงด้าจก์” (ข้าวสงกรานต์)

วัฒนธรรมการกินข้าวแช่ของชาวมอญมีมานานแล้ว แต่ไม่ปรากฏหลักฐานชัดเจนว่าเกิดขึ้นในสมัยใด อย่างไรก็ตาม มีตำนานเรื่องข้าวแช่ที่สืบเนื่องมาจากตำนานสงกรานต์ของมอญ ดังที่ปรากฏในจารึกที่วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม โดยกล่าวถึงเศรษฐีผู้หนึ่งที่ไม่มีบุตรธิดา อันเป็นที่อับอายแก่ชาวบ้าน และเกิดความทุกข์ใจที่ตนยังขาดผู้สืบทอดมรดก จึงได้บวงสรวงบูชาแด่พระอาทิตย์และพระจันทร์ แต่เมื่อผ่านไป 3 ปีก็ยังไม่มีบุตร

ครั้นถึงเทศกาลปีใหม่ทั่วทั้งชมพูทวีป อันถือเป็นวันมหาสงกรานต์ เศรษฐีจึงพาบริวารไปยังต้นไทรใหญ่ริมน้ำ ซึ่งเป็นที่อยู่ของรุกขเทวดาทั้งหลาย แล้วนำข้าวสารมาล้างน้ำ 7 ครั้ง ก่อนนำไปหุงบูชารุกขเทวดาประจำต้นไทร พร้อมตั้งจิตอธิษฐานขอบุตร รุกขเทวดาจึงไปทูลขอต่อพระอินทร์ และพระอินทร์ก็ได้ให้เทพบุตรมาจุติเป็นบุตรของเศรษฐีสมความปรารถนา โดยตั้งชื่อว่า “ธรรมบาลกุมาร”

ด้วยเหตุนี้ชาวมอญจึงมีความเชื่อสืบต่อกันมาว่าหากได้กระทำพิธีเช่นว่านี้บูชาต่อเทวดาในวันสงกรานต์ และตั้งจิตอธิษฐานสิ่งใด ๆ ย่อมมีโอกาสสมหวัง

ส่วนข้าวแช่ในประเทศไทย ปรากฏหลักฐานชัดเจนที่สุดในสมัยรัตนโกสินทร์ โดยกวีเอกของไทย คือ สุนทรภู่ ยังได้กล่าวถึง “ข้าวแช่” ไว้ในบทกวีว่า “…ฤดูร้อนก่อนเก่าทำข้าวแช่ น่าชมแต่เครื่องกับสำรับฉัน ช่างทำเป็นดอกจอกและดอกจันทน์ งามจนชั้นกระชายทำเหมือนจำปา มะม่วงดิบหยิบดูจึ่งรู้จัก ช่างน่ารักทำเป็นเช่นมัจฉา…”

ข้าวแช่เข้าสู่ราชสำนักสยาม: สืบเนื่องมาจากการเสด็จฯ แปรพระราชฐานของรัชกาลที่ 4 ไปประทับที่พระราชวังพระนครคีรี (เขาวัง) ในครั้งนั้นมีเจ้าจอมมารดาซ่อนกลิ่น ผู้มีเชื้อสายมอญทางเจ้าพระยามหาโยธา (เจ่ง คชเสนี) ซึ่งหลบหนีพม่ามาในสมัยกรุงธนบุรี ได้ติดตามไปถวายงาน ณ พระราชวังพระนครคีรีด้วย

สันนิษฐานว่าในครั้งนั้นเองข้าวแช่ของเจ้าจอมมารดาซ่อนกลิ่นได้รับการถ่ายทอดไปยังห้องเครื่อง จนบ่าวไพร่สนมกำนัลได้เรียนรู้ และแพร่หลายไปยังสามัญชนในย่านเมืองเพชรบุรีในที่สุด ข้าวแช่สูตรมอญดั้งเดิมของเจ้าจอมมารดาซ่อนกลิ่นยังคงจับใจผู้ที่ได้ลิ้มลอง แม้แต่รัชกาลที่ 5 ยังทรงกล่าวถึงไว้ว่าหากจะเสวยข้าวแช่ ก็ต้องเป็นข้าวแช่ของเจ้าจอมมารดาซ่อนกลิ่น

แม้แต่รัชกาลที่ 6 ก็ยังทรงเคารพรักและติดพระทัยในรสมือของเจ้าจอมมารดาซ่อนกลิ่น และเสด็จมาเยี่ยมเยียนถึงวัง (กรมพระนเรศร์ฯ) อยู่เสมอ โดยเฉพาะในเทศกาลสงกรานต์ ที่ทรงเสด็จมาอวยพรและรดน้ำทุกปีมิได้ขาด.

ข่าวล่าสุด

“ซิม” จดทะเบียนทะลุ “100 ล้านเบอร์“  สวนทางประชากรจริงและกลุ่มวัยผู้ใช้

วิกฤตประชากรเสมือน เมื่อสถิติเลขหมายสะท้อนรอยรั่วความมั่นคงดิจิทัล กสทช. เร่งล้อมคอกซิมม้าภายใต้ประกาศใหม่ ท่ามกลางความท้าทายของสแกมเมอร์ข้ามพรมแดน

เรียกร้องรัฐบาลและรัฐสภาเร่งผลักดันรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จากการมีส่วนร่วมของประชาชน

80 องค์กรประชาธิปไตย ได้ออกแถลงการณ์ เรียกร้องให้ประชาชนไทยกา “เห็นชอบ” เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ สร้างประชาธิปไตยสมบูรณ์ เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569

ครึ่งวัน ทะลุ 21 ล้านแห่ชิงสิทธิ “60/40”  สะท้อนวิกฤตเงินตึงมือทั่วหน้า

ปรากฏการณ์ประชาชนแห่หลั่งไหลเข้าสู่ระบบจนยอดลงทะเบียนโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” พุ่งทะลุเกินกว่า 21.5 ล้านคนภายในเวลาไม่ถึงครึ่งวันแรก

“รัฐมนตรี” ต้องไม่ใช่ “นักรบอารมณ์” บนเวทีการเมือง

กรณีวิวาทะระหว่าง นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม กับ ปิยบุตร แสงกนกกุล ในประเด็น “อคติส่วนตัวของรัฐมนตรี” กำลังสะท้อนปัญหาที่ลึกกว่า “การเถียงกันทางการเมือง” มันกำลังสะท้อนว่าประเทศไทยกำลังเดินเข้าสู่ยุคที่“อารมณ์” เริ่มแทรกเหนือ “วุฒิภาวะ” และนั่นคือสัญญาณอันตรายของสังคมประชาธิปไตยทุกแห่งในโลก รัฐมนตรีไม่ใช่เพียง “คนชนะเลือกตั้ง” แต่คือ “ผู้ใช้อำนาจรัฐ” ซึ่งหมายความว่าทุกคำพูดทุกท่าทีทุกอคติล้วนส่งผลต่อประชาชนทั้งประเทศ หากผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแสดงออกด้วยความโกรธ...

ข่าวอื่นๆ

ประวัติพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ

พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญเป็นพระราชพิธี ๒ พิธีรวมกัน คือ พระราชพิธีพืชมงคล อันเป็นพิธีสงฆ์ อย่างหนึ่ง

วันพยาบาลสากล (International Nurses Day) 

วันพยาบาลสากลไม่ใช่แค่การระลึกถึงบุคคลสำคัญอย่างฟลอเรนซ์ ไนติงเกลเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสสำคัญในการยืนยันว่า “พยาบาลคือหัวใจของระบบสุขภาพ” ทั่วโลก.

เรื่องราวอันอัศจรรย์​ของศาสตราจารย์​นายแพทย์​อวย​ เกตุสิงห์

ท่านศาสตราจารย์นายแพทย์อวย เกตุสิงห์เป็นนายแพทย์ผู้ทรงวุฒิเป็นเยี่ยมด้วยการจบวิชาเคมีชั้นสูงจากเยอรมัน ท่านเคยรักษาพยาบาล ท่านอาจารย์ฝั้น อาจาโร และหลวงปู่ขาว อนาลโยอย่างใกล้ชิด