หน้าแรกวัฒนธรรม ชีวิตรอยจารึกแห่ง "แต้อ๋อง" เปิดตำนานสุสานพระเจ้าตากสิน ณ เมืองซัวเถา

รอยจารึกแห่ง “แต้อ๋อง” เปิดตำนานสุสานพระเจ้าตากสิน ณ เมืองซัวเถา

เผยแพร่

spot_img

ชื่อภาษาจีนเฉิงไห่ เจิ้งหวังมู่ (澄海郑王墓)ที่ตั้งหมู่บ้านหัวฝู่ อำเภอเฉิงไห่ (Chenghai), นครซัวเถา, มณฑลกวางตุ้งปีที่สร้างพ.ศ. 2327 (รัชสมัยจักรพรรดิเฉียนหลง ปีที่ 47)ลักษณะสุสานฉลองพระองค์ ป้ายหินแกรนิตสีชมพู อักษรทองความสำคัญศูนย์รวมจิตใจของคนไทยเชื้อสายจีน และสัญลักษณ์ความสัมพันธ์ไทย-จีน

ในประเทศไทย เรามักจะคุ้นตากับ “พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช” ที่ประดิษฐานอยู่ตามจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อระลึกถึงวีรกรรมการกอบกู้เอกราช แต่ทราบหรือไม่ว่า ที่เมืองจีนซึ่งเป็นบ้านเกิดของพระราชบิดาของพระองค์ ก็มีอนุสรณ์สถานเพียงแห่งเดียวที่ชาวจีนเรียกขานกันว่า “สุสานพระเจ้าตากสินมหาราช”

ตามรอยเสด็จฯ “คืนถิ่นจีนใหญ่”ข้อมูลความเรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยศรัทธาของสุสานแห่งนี้ ถูกถ่ายทอดผ่านพระราชนิพนธ์ใน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เรื่อง “คืนถิ่นจีนใหญ่” เมื่อครั้งเสด็จฯ เยือนหมู่บ้านหัวฝู่ อำเภอเฉิงไห่ (เท่งไฮ้) เมื่อปี พ.ศ. 2540

ในพระราชนิพนธ์ระบุว่า สุสานตั้งอยู่ห่างจากถนนใหญ่ประมาณครึ่งกิโลเมตร มีลักษณะที่แตกต่างจาก “ฮวงซุ้ย” จีนทั่วไปที่มักจะทำเป็นส่วนโค้ง แต่ที่นี่มีลักษณะคล้ายหลุมศพทางตะวันตก มีป้ายหินแกรนิตสีชมพูสลักตัวอักษรจีนสีทอง

 แปลความได้ว่า:”สุสานฉลองพระองค์และพระมาลาของพระเจ้าตากสินแห่งกรุงสยาม สร้างขึ้นในปีที่ 47 แห่งรัชสมัยเฉียนหลง (ค.ศ. 1784) บูรณะใหม่เมื่อฤดูใบไม้ร่วงปี ค.ศ. 1985″

ปริศนาภายในสุสาน: ทำไมต้องไปสร้างที่เมืองจีน?แม้พระองค์จะทรงกระทำคุณูปการยิ่งใหญ่ ณ แผ่นดินสยาม แต่เหตุใดจึงมีสุสานอยู่ที่อำเภอเฉิงไห่? 

คำตอบนี้ซ่อนอยู่ในประวัติศาสตร์แห่งความกตัญญูและสายเลือดสุสานฉลองพระองค์ (衣冠墓 – Yīguān mù): ภายในสุสานไม่ได้บรรจุพระบรมศพ แต่บรรจุ “ฉลองพระองค์” (เสื้อผ้า) และ “พระมาลา” (หมวก) รวม 2 ชุด คือชุดรูปแบบไทยและรูปแบบจีน

สายสัมพันธ์จากข้าราชบริพาร: หลังจากพระองค์สวรรคตได้ 2 ปี ข้าราชบริพารเชื้อสายจีนได้นำสิ่งของเหล่านี้กลับมามอบให้พระญาติที่หมู่บ้านหัวฝู่ เพื่อสร้างเป็นที่สักการะและรำลึกถึงพระองค์ในฐานะบุคคลผู้เป็นความภูมิใจของตระกูลและชุมชนสัญลักษณ์ของ “แต้อ๋อง”: 

ชาวจีนแต้จิ๋วในยุคนั้นเรียกพระองค์ว่า “แต้อ๋อง” (กษัตริย์ตระกูลแต้) การสร้างสุสานนี้จึงเป็นเครื่องยืนยันถึงความเคารพรักที่ชาวจีนมีต่อพระมหากษัตริย์ไทยผู้มีเชื้อสายจีนแต้จิ๋วข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับสุสาน 

จากความเรียบง่ายสู่ความยิ่งใหญ่ในอดีตสุสานแห่งนี้มีความเรียบง่ายมาก แต่ด้วยพลังศรัทธาของนักธุรกิจชาวไทยและผู้มีจิตศรัทธา ได้ร่วมกันบูรณะครั้งใหญ่เพื่อปรับปรุงภูมิทัศน์ให้สมพระเกียรติและอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวที่เดินทางไปสักการะปัจจุบัน “เจิ้งหวังมู่” ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ แต่เป็นประจักษ์พยานที่ยังมีชีวิตถึงความผูกพันที่ตัดไม่ขาดระหว่างไทยและจีน ผ่านเรื่องราวของวีรกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ที่ชื่อว่า “พระเจ้าตากสินมหาราช”

ข้อมูลประกอบ https://www.silpa-mag.com/culture/article_102315

ข่าวล่าสุด

”ปลดล็อก“…ที่ดินเวนคืน รฟม.เปิดทางเอกชนใช้ทางเข้า-ออกได้ แต่ห้ามใช้ทรัพย์สินรัฐเอื้อประโยชน์เฉพาะราย

บทเรียน “แอชตัน-อโศก” ย้ำว่า อำนาจรัฐต้องชอบด้วยกฎหมายและรับผิดชอบต่อสาธารณะ

ย้อนรอยความฝันและตัวตนที่เคยหล่นหาย: สิทธิธรรม โรหิตะสุข กับนิทรรศการเฉพาะกิจ “ว่าด้วยนักศึกษาศิลปะคนหนึ่งซึ่งมีความฝันอยากเป็นศิลปินคอนเซปชวลแต่ไม่ประสบผลสำเร็จ : กรณี สิทธิเดช โรหิตะสุข”

ในเส้นทางชีวิตของคนเรา มีสักกี่ครั้งที่เราจะได้หวนกลับไปพบกับ "ความฝันในวัยเยาว์" ที่เคยหล่นหายไประหว่างทาง นิทรรศการศิลปะล่าสุดจาก สิทธิธรรม โรหิตะสุข (หรือที่หลายคนคุ้นเคยในชื่อเดิม สิทธิเดช โรหิตะสุข) ณ VS Gallery

อุเทนถวาย-ปทุมวัน ปมขัดแย้ง…ครึ่งศตวรรษ !

งดเรียน 90 วันอาจหยุดเหตุเฉพาะหน้า แต่ไม่อาจหยุดวงจรความรุนแรง

23 ตุลาคม วันปิยมหาราช

วันคล้ายวันเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหากษัตริย์ผู้ทรงได้รับการถวายพระราชสมัญญานามว่า “พระปิยมหาราช”

ข่าวอื่นๆ

ย้อนรอยความฝันและตัวตนที่เคยหล่นหาย: สิทธิธรรม โรหิตะสุข กับนิทรรศการเฉพาะกิจ “ว่าด้วยนักศึกษาศิลปะคนหนึ่งซึ่งมีความฝันอยากเป็นศิลปินคอนเซปชวลแต่ไม่ประสบผลสำเร็จ : กรณี สิทธิเดช โรหิตะสุข”

ในเส้นทางชีวิตของคนเรา มีสักกี่ครั้งที่เราจะได้หวนกลับไปพบกับ "ความฝันในวัยเยาว์" ที่เคยหล่นหายไประหว่างทาง นิทรรศการศิลปะล่าสุดจาก สิทธิธรรม โรหิตะสุข (หรือที่หลายคนคุ้นเคยในชื่อเดิม สิทธิเดช โรหิตะสุข) ณ VS Gallery

เสิร์ฟความอุดมสมบูรณ์แห่งอู่ข้าวอู่น้ำ เสน่ห์ปลาแม่น้ำแท้แห่งเมืองชุมแสง  ‘ร้านอาหารรุ่งทิพย์’

‘รุ่งทิพย์’ ร้านรับแขกประจำเมือง กับปรัชญาวัตถุดิบธรรมชาติ 100% หนึ่งในพิกัดความอร่อยที่ได้รับการยกย่องให้เป็นเสมือน "ร้านรับแขกประจำอำเภอชุมแสง" คือ ร้านอาหารรุ่งทิพย์

ชุบชีวิตเศรษฐกิจชุมชน ‘น่านมุมแมลง’ และ ‘น่านปลาย่าง’ ยกระดับวัตถุดิบท้องถิ่นสู่แหล่งโปรตีนคุณภาพแห่งชุมแสง

‘น่านปลาย่าง’ จากความอุดมสมบูรณ์ของสายน้ำสู่สินค้า OTOP หนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่สะท้อนถึงภูมิปัญญาอันโดดเด่นของชุมแสงคือ “น่านปลาย่าง” ภายใต้การดูแลของคุณสมบัติ สงวนวงศ์