หน้าแรกเรื่องสั้นเรื่องสั้น  “บ้านชายป่า”

เรื่องสั้น  “บ้านชายป่า”

เผยแพร่

spot_img

“ชัยทัศน์” 06/10/69

ศพแรกถูกพบในเช้าวันจันทร์

ชายวัยกลางคนหายออกจากบ้านไปตั้งแต่คืนก่อน และไม่มีใครรู้ว่าเขาเข้าไปในป่าทำไม กระทั่งรุ่งเช้า ชาวบ้านพบร่างของเขานอนอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ ห่างจากถนนไม่ถึงสองกิโลเมตร

หนึ่งสัปดาห์ต่อมา มีศพที่สอง

ตำแหน่งไม่ไกลจากจุดเดิมนัก และสภาพศพทำให้ตำรวจยังหาคำอธิบายไม่ได้ ไม่มีร่องรอยการปล้น ไม่มีทรัพย์สินหาย ไม่มีรอยเท้าของคนอื่นที่ชัดเจน มีเพียงบาดแผลบริเวณลำคอและรอยลากยาวบนพื้นดิน

หลังจากนั้น ข่าวลือก็เริ่มแพร่ไปทั่วหมู่บ้าน

บางคนบอกว่าในป่ามีสัตว์ที่ไม่ควรมีอยู่ บางคนบอกว่ามีคนแอบนำสัตว์อันตรายมาเลี้ยง และทุกครั้งที่พูดถึงเรื่องนั้น ชื่อของชายคนหนึ่งมักถูกเอ่ยขึ้นพร้อมกัน

        “เจ้าของบ้านไม้หลังเก่าที่ตั้งอยู่ตรงชายป่า“

          ชายหนุ่มจำเขาได้ลาง ๆ…

หลายปีก่อน เขาเคยเห็นชายคนนั้นเดินกลับจากป่าพร้อมกรงเหล็กใบเล็ก ในกรงมีบางอย่างขยับอยู่ใต้ผ้าคลุม เขาเคยถามคนแถวนั้นว่าเลี้ยงอะไร แต่ไม่มีใครตอบตรงกันสักคน

วันนี้เขาจึงกลับมาอีกครั้ง…

                             บ้านไม้หลังนั้นยังอยู่ที่เดิม ตั้งห่างจากแนวต้นไม้ไม่ถึงร้อยเมตร หลังบ้านเป็นป่าทึบ ส่วนหน้าบ้านเป็นทางดินแคบ ๆ ที่รถยนต์เข้าได้เพียงบางฤดู

ชายเจ้าของบ้านกำลังผ่าฟืนอยู่ข้างกองไม้

เขา…เงยหน้าขึ้นเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้า

                             “หลงทางหรือ”

            “เปล่าครับ”   ชายหนุ่มหยุดอยู่ห่างจากบ้านพอสมควร

“ผมมาตามหาคน”

              ชายเจ้าของบ้านมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนก้มลงผ่าฟืนต่อ

             “ถ้าอย่างนั้น คุณมาช้าไป”

ชายหนุ่มไม่ได้ถามต่อทันที สายตาของเขาเหลือบไปยังป่าด้านหลังบ้าน

              “หมายความว่าอะไรครับ”

              “คนที่คุณตามหา ไม่ได้อยู่ในป่าแล้ว”

เสียงขวานกระทบไม้ดังขึ้นอีกครั้ง

              ”ปึก…ปึก ..!“

ชายหนุ่มมองมือของอีกฝ่าย แล้วสังเกตเห็นรอยแผลเป็นยาวบริเวณข้อมือ

             “คุณอยู่ที่นี่คนเดียวหรือครับ”

             ”คนเดียว”

             ”แล้วไม่กลัวหรือ”

ชายเจ้าของบ้านเงยหน้าขึ้น

             “กลัวอะไร ? ”

คำถามนั้นทำให้ชายหนุ่มนิ่งไป

ลมเย็นพัดผ่านชายคา ใบไม้ในป่าด้านหลังไหวพร้อมกันเป็นแนว ทั้งที่บริเวณบ้านแทบไม่มีลม  ชายเจ้าของบ้านมองเข้าไปในป่า ก่อนพูดโดยไม่หันกลับมา

             ”ค่ำแล้ว ฝนยังกระหน่ำ ถ้าไม่รีบ พักที่นี่..สักคืนก็ได้…”  จ้องหน้าชายหนุ่มก่อนจะพูดต่อ

             “แต่ถ้าได้ยินเสียงอะไร   อย่าออกไปดู”

        ทำไมครับ”    เขาไม่ได้ตอบ…หันไปทางกองฟืน

            “ปึก ปึก ปึก!”  ขวานฟันลงกลางไม้

และในป่าด้านหลังบ้าน มีเสียงบางอย่างตอบกลับมา

แกรก…แกรก กก….

             ชายหนุ่มหันไปมองทันที  แต่คราวนี้ เขาเห็นเพียงกิ่งไม้ที่กำลังสั่นไหวอยู่ในความมืด !!

ฝนเริ่มตกหนักก่อนค่ำ

                   ทางดินหน้าบ้านกลายเป็นโคลนอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มจึงตัดสินใจพักค้างคืน แม้จะรู้ดีว่าการอยู่ใกล้ป่าหลังพระอาทิตย์ตกไม่ใช่เรื่องที่ควรทำ

                 ชายชราท่าทางมีไมตรี…

                  อาหารเย็นมีเพียงข้าวกับของแห้งง่าย ๆ จากเจ้าของบ้านที่ใจดีที่กำลังก้มกินเงียบ ๆ ราวกับไม่รู้สึกว่ามีแขกอยู่ด้วย

               “คุณอยู่ที่นี่มานานหรือยังครับ”

                          “สิบกว่าปี”

                “ไม่เบื่อหรือครับ ?“ 

ชายเจ้าของบ้านยิ้มบาง ๆ

                        ”ป่าไม่เคยเหมือนเดิมทุกวัน”  

ชายหนุ่มวางช้อนลงค่อยเพ่งมาทางเสียง

                      “แล้วไม่กลัวบ้างหรือครับ อยู่ติดป่าทึบแบบนี้”  

คราวนี้อีกฝ่ายเงียบไปนาน

                        “ตอนแรกกลัว”

        ”แล้วตอนนี้ล่ะครับ”

                       “ตอนนี้รู้แล้วว่าควรกลัวอะไร”

 เสียงฝนกระทบหลังคาดังต่อเนื่อง จนคำตอบนั้นดูเหมือนจะจมหายไปกับเสียงน้ำ

กลางดึก ชายหนุ่มสะดุ้งตื่นเพราะเสียงบางอย่างลากไปบนพื้นด้านนอก

                ครืด…ครืด…!

เขาลุกจากที่นอนและเดินไปใกล้ประตู

                           “อย่า”   เสียงเจ้าของบ้านดังขึ้นจากอีกมุมหนึ่งของห้อง

ชายหนุ่มหันกลับไป ตกใจระคนกัน !

            “ได้ยินเหมือนกันหรือครับ”

                           ”ได้ยิน”

            “มันคืออะไร ?“

ชายเจ้าของบ้านหยิบตะเกียงขึ้น

                          “บางอย่างที่ไม่จำเป็นต้องรู้จักชื่อมัน ถึงจะรู้ว่าควรอยู่ห่าง ๆ”   เขาเดินออกไปทางประตูหลังบ้าน

ชายหนุ่มยืนอยู่กับที่ครู่หนึ่ง ก่อนเดินตามไปที่ระเบียง  ไม่มีอะไรอยู่ตรงนั้น

มีเพียงรอยลาก…บนดินเปียก และรอยเท้าสัตว์หลายขนาดปะปนกันจนแยกไม่ออก

ระหว่างนั้นเอง สายตาของชายหนุ่มสะดุดเข้ากับ…กรงเหล็กเล็ก ๆ ใต้โต๊ะไม้

มันเก่าและเป็นสนิม แต่ยังแข็งแรงพอสำหรับสัตว์ตัวเล็ก

                    “กรงอะไรครับ”

ชายเจ้าของบ้านหันมามอง  “กับดัก”

                    “ดักอะไร”

                          “สัตว์ที่ผมไม่อยากให้เข้าบ้าน”

                    “สัตว์อะไรครับ”

                         “ถ้าผมรู้ว่ามันจะเข้าทางไหน ผมคงไม่ต้องใช้กรง”

คำตอบนั้นทำให้ชายหนุ่มมองเขานานขึ้น

เช้าวันต่อมา ฝนหยุดแล้ว

ชายหนุ่มออกไปสำรวจป่าคนเดียว เขาพบรอยเท้าสัตว์ขนาดใหญ่เป็นช่วง ๆ บนพื้นโคลน รอยหนึ่งมีเลือดหยดอยู่ข้าง ๆ

เขาตามรอยนั้นเข้าไปลึกขึ้น

ใต้ต้นไม้ต้นหนึ่ง เขาพบเสื้อแจ็กเก็ตเปื้อนดินตกอยู่บนพื้น กระเป๋าด้านใน มีโทรศัพท์มือถือที่หน้าจอแตกร้าว แต่ยังเปิดติด

ภาพสุดท้ายบนหน้าจอเป็นภาพป่า

ในภาพนั้นมีบางอย่างสีดำเกาะอยู่บนลำต้นไม้ด้านหลัง

      ชายหนุ่มก้มลงดูใกล้ ๆ  ก่อนที่โทรศัพท์จะดับลง

เสียงกิ่งไม้หักดังขึ้นไม่ไกลจากเขา  เขาเงยหน้าทันที

                แล้วเห็นรอยเท้าสัตว์อีกชุดหนึ่งทอดหายเข้าไปในพงไม้

รอยเท้านั้นใหญ่และลึกกว่ารอยที่เขาเห็นก่อนหน้า

จากรูปทรงของกีบและรอยดินที่ถูกขุด

                      ชายหนุ่มคิดถึง..หมูป่า..ทันที !

มันอาจบาดเจ็บจากอะไรบางอย่าง เลือดที่เห็นบนพื้นอาจเป็นของมัน และถ้าหมูป่าตัวนั้นกำลังตกใจหรือคลุ้มคลั่ง มันก็อาจทำร้ายคนที่บังเอิญเข้าใกล้ได้

ความคิดนั้นทำให้เรื่องทั้งหมดดูง่ายขึ้นกว่าที่ควรจะเป็น

เขาตามรอยไปอีกไม่กี่สิบเมตร

กลิ่นคาวลอยมากับลม  ชายหนุ่มชะลอฝีเท้า  ใต้ต้นไม้ใหญ่มีร่างของชายคนหนึ่งนอนอยู่   เขารีบเข้าไปใกล้   

                    ชายคนนั้นยังไม่ตาย   ดวงตาเปิดกว้าง …แต่ไม่ได้มองมาที่เขา  กลับกำลังจ้องขึ้นไป…บนต้นไม้ !

ชายหนุ่มเงยหน้าตาม

และในวินาทีนั้นเอง เขาจึงรู้ว่ารอยกีบหมูป่าที่ตามมาไม่มีความหมายอะไรเลย…!

             แมงมุมสีดำ…ขนาดใหญ่เกาะนิ่งอยู่บนลำต้นเหนือศีรษะ

ขาของมันยาวผิดธรรมชาติ ลำตัวใหญ่เกือบเท่ากระเป๋าเดินทาง และมีใยสีขาวขึงอยู่ระหว่างกิ่งไม้หลายจุดจนแทบมองไม่เห็นในเงา

            มันขยับขาหน้าช้า ๆ  จากนั้นพุ่งลงมา…!

            ชายหนุ่มกระโดดหลบ เขาล้มกลิ้งไปบนพื้นก่อนควักมีดออกจากเอว   เขาไม่ทันได้ตั้งตัว แมงมุมก็พุ่งเข้าหาอีกครั้ง

           ขาหนึ่งฟาดผ่านแขนจนเสื้อขาด ชายหนุ่มแทงมีดสวนขึ้นไปเต็มแรง…

          ปลายมีดปักเข้าที่ข้างลำตัว  เสียงแหลมผิดมนุษย์ดังขึ้นในป่า…

          แมงมุมถอยกลับอย่างรวดเร็ว มันลากขาที่บาดเจ็บเข้าไปในพงไม้ ก่อนหายไปหลังต้นไม้ใหญ่ ..!

          ชายหนุ่มยืนหอบ   เขามองเลือดสีเข้มที่ติดอยู่บนปลายมีด

แล้วหันกลับไปหาร่างที่อยู่ใต้ต้นไม้

          ชายคนนั้นหมดสติแล้ว แต่ยังหายใจ  มีเสียงดัง หันไปทางต้นไม้ใหญ่อีกครั้ง จ้องเขม็ง…มันหายไปไหนแล้ว

          เสียงฝีเท้าดังมาจากด้านหลัง  ชายเจ้าของบ้านปรากฏตัวพร้อมขวานในมือ…!

         สายตาของเขาเลื่อนจากชายหนุ่ม ไปยังรอยเลือดบนพื้น และหยุดอยู่ที่พงไม้…

               “คุณเห็นมันแล้วสินะ”

                 ชายหนุ่มพยักหน้า

                         “มันอยู่ในป่ามานานแค่ไหน”

ชายเจ้าของบ้านไม่ได้ตอบคำถามนั้น  เขามองบาดแผลที่แขนของชายหนุ่ม

               “มันกัดหรือเปล่า”

                        “ไม่ครับ”

               ”ดี”   

ชายเจ้าของบ้านหยิบผ้าจากกระเป๋ามาพันแขนให้

              ”กลับบ้านก่อน”

                      “แล้วมันล่ะ”

ชายเจ้าของบ้านมองเข้าไปในพงไม้

            “มันบาดเจ็บอย่างนั้น   ไม่น่าจะรอด ..”

ชายหนุ่มกำมีดแน่น   เขารู้แล้วว่าคนตายสองคนไม่ได้ถูกหมูป่าทำร้าย และกรงเหล็กที่บ้านไม่ได้มีไว้สำหรับสัตว์ธรรมดา

แต่สิ่งที่เขายังไม่รู้คือ เหตุใดชายเจ้าของบ้านจึงรู้จักมันมากกว่าที่ควรจะรู้

         ชายหนุ่มมองชายชราหาความจริง

บ่ายคล้อย ชายหนุ่มไม่ยอมกลับบ้าน

เขาพบรอยเลือดสีเข้มลากออกจากพงไม้ไปตามแนวต้นไม้ ใยสีขาวบาง ๆ ติดอยู่กับกิ่งหลายแห่ง รอยเหล่านั้นค่อย ๆ นำเขาออกจากจุดเกิดเหตุลึกเข้าไปในป่า

          ครั้งนี้เขาเดินช้าลง   ทุกเสียงรอบตัวมีความหมาย  เขาไม่รู้ว่าแมงมุมจะโจมตีจากตรงไหน แต่รู้ว่ามันบาดเจ็บ และรู้ว่ามันต้องหาที่หลบ ..หรือตายแล้ว !

         ใต้ต้นไม้ที่ล้มขวางทาง มีใยจำนวนมากขึงเป็นชั้น ๆ

         ชายหนุ่มหยุด    ปลายมีดอยู่ในมือขวา  เงาดำขนาดใหญ่ขยับอยู่หลังลำต้น  มันพุ่งออกมาโดยไม่มีเสียงเตือน

         ชายหนุ่มหลบได้เพียงครึ่งตัว ขาของมันกระแทกไหล่จนเขาล้มลงกับพื้น มีดหลุดจากมือไปไกล

         แมงมุมกางขาทั้งหมดเข้าหาเขา  เขาควานหาอาวุธจนปลายนิ้วแตะด้ามมีด   ทันทีที่มันก้มลง ชายหนุ่มคว้ามีดแทงสวนขึ้นสุดแรง

        ครั้งหนึ่ง  …แล้วอีกครั้ง แล้วอีกครั้ง…!

       แมงมุมดิ้นอย่างรุนแรง ขาของมันฟาดพื้นจนใบไม้กระจาย

ชายหนุ่มแทงซ้ำเข้าที่ลำตัว ก่อนผลักมันออกจากตัว  เสียงร้องแหลมดังสะท้อนระหว่างต้นไม้

      แมงมุมถอยกรูด เลือดสีเข้มไหลตามลำตัว มันพยายามลากตัวเองหนี แต่ชายหนุ่มตามเข้าไปอีกก้าว

                  “จบเสียที”    เขาแทงครั้งสุดท้าย  ร่างสีดำกระตุกแรง แล้วพุ่งหนีเข้าไปในพงไม้อย่างช้า ๆ  เหมือนรอความตาย

                  เสียงกิ่งไม้หักดังต่อเนื่องอยู่สองสามครั้ง ก่อนทุกอย่างจะเงียบลง   ชายหนุ่มยืนหอบอยู่กลางป่า   มีดในมือสั่นเล็กน้อย  เขามองรอยเลือดที่ทอดหายเข้าไปในพง แล้วค่อย ๆ ลดมีดลง

                 เสียงฝีเท้าดังมาจากด้านหลัง  ชายเจ้าของบ้านเดินเข้ามา

คราวนี้ไม่มีขวานในมือ  เขามองชายหนุ่ม แล้วมองเข้าไปในพงไม้

                “มันตายใช่ไหม.. ?”

                  ชายหนุ่มพยักหน้าช้า ๆ…  เหลียวมองเลือดที่ติดอยู่บนมีด ก่อนมองรอยที่ลากยาวหายไปในความมืด

                  ทั้งสองยืนเงียบอยู่ท่ามกลางป่า  ในที่สุดชายหนุ่มเก็บมีดเข้าฝัก

เขาเหนื่อย แต่ความรู้สึกที่หนักอยู่ในอกเบาลงเป็นครั้งแรกตั้งแต่เดินเข้าป่า

                 ถอนหายใจก่อนจะสบตากับเจ้าของบ้าน   แล้วหันหลังกลับก้าวเดินจากไปอย่างช้า ๆ เหมือนสิ้นสุดภารกิจอันหนักอี้ง…

                 แสงเย็นสุดท้ายก่อนตะวันตกดินลอดผ่านยอดไม้    เหงื่อชุ่มหน้าชายหนุ่มเข้มเห็นชัด แม้จะเหน็ดเหนื่อยแต่คว้าชัยชนะ  พลางกำสองมือเป็นหมัดแน่นแล้วรีบเดินต่อโดยไม่หันกลับไปมองใครอีก

                ชายเจ้าของบ้านจ้องตามบนแผ่นหลังชายหนุ่มด้วยใจระทึก  แมงมุมที่เกาะแน่นกำลังยกขาขึ้น…!

ข่าวล่าสุด

“รถฉุกเฉิน” …สิทธิใช้ทาง กับ..“ฉุกเฉินจริงไหม ?”  กฎหมายต้องให้ทาง แต่ระบบต้องตอบให้ได้ว่า…ใครคือ “รถฉุกเฉิน”

รัฐเร่งตรวจสอบและเดินหน้า ระบบการแพทย์ฉุกเฉินดิจิทัล Digital EMS และ แพลตฟอร์มดิจิทัลกลางการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ NDEMS National Digital Emergency Medical

ทุเรียนไทยขายมาก…แต่เงินได้น้อย  “ล้ง” จุดตัดสำคัญของราคา จากสวนถึงตลาดจีน  เงินอยู่ที่ใคร?

ทุเรียนไทยยังส่งออกเกือบล้านตัน แต่ปี 2568 มูลค่ากลับลดลงอย่างชัดเจน ขณะที่จีนยังเป็นตลาดหลักกว่า 97% ของมูลค่าทุเรียนสดไทย ปัญหาจึงไม่ได้อยู่ที่ “ขายไม่ได้”

เอลนีโญจ่อแรงมาก…ไทย-เพื่อนบ้านต้องรับมือก่อนวิกฤต

เอลนีโญมีโอกาสเกือบ 100% ที่จะต่อเนื่องถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2570 ขณะที่ สำนักงานบริหารมหาสมุทรและบรรยากาศแห่งชาติสหรัฐฯ (NOAA/ National Oceanic and Atmospheric Administration) ประเมินโอกาสมากกว่า 90% ที่จะพัฒนาเป็นระดับรุนแรงมาก

เปิดศึกรอยแผลองค์กรอิสระ “กสทช.” ประชุมล่ม 12 ครั้ง

เมื่อข้อพิพาทเรื่องสถานะประธานกระทบต่อองค์ประชุม คำถามจึงไม่ใช่เพียงว่าใครมีสิทธิ์นั่งหัวโต๊ะ แต่คือ กสทช. จะกลับมาทำหน้าที่เพื่อประโยชน์สาธารณะได้เมื่อใด

ข่าวอื่นๆ

เรื่องสั้น  “น้ำใจบนทางเปลี่ยว”

หนุ่มใหญ่กัดริมฝีปากจนห้อเลือด มือขวากำพวงมาลัยรถเก๋งเก่าๆ ไว้แน่นจนข้อนิ้วขาวซีด ส่วนมือซ้ายวางพาดอยู่บนขอบประตูรถ แสงจากฟ้าแลบสะท้อนให้เห็น "รอยแผลเป็นทางยาวตรงข้อมือซ้าย" มันขรุขระและลึกหนา ดูเป็นตำหนิที่น่าเกลียดที่สุดบนร่างกายของเขา

เรื่องสั้น  “ปริศนา ห้องริมสุด”

เงียบสงัดของเวลาใกล้รุ่งที่ความมืดเริ่มจางหายไปภายใต้เงาเมฆหนาครึ้มฝน เขาควรจะจมดิ่งอยู่ในห้วงนิทราให้นานกว่านี้กลับสะดุ้งตื่นขึ้นด้วยสัมผัสประหลาดที่กรีดผ่านความรู้สึก แอร์ในห้องยังคงทำงานส่งเสียงครางหึ่งเบา ๆ ทว่าอากาศรอบกายกลับเย็นเยียบผิดปกติจนรู้สึกได้ถึงไอหนาวที่ลามเลียไปตามแนวกระดูกสันหลัง

 เรื่องสั้น   “คืน…ฝนตก”  | “ชัยทัศน์”

เสียงเครื่องยนต์ครางกระหึ่มก่อนจะสำลักไอเสียออกมาเป็นจังหวะสุดท้ายแล้วดับสนิทลง ท่ามกลางเสียงคำรามของท้องฟ้ากัมปนาททั่วหุบเขา “เอก” ทุบพวงมาลัยด้วยความโมโห เข็มความร้อนของรถคันเก่งพุ่งสูงจนมิดเกจ์แดงฉานเหมือนคำเตือนจากนรก