วันศุกร์, มีนาคม 13, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกท่องโลก - ท่อง TWIST โอม นมัส ศิวายะ 

 โอม นมัส ศิวายะ 

เผยแพร่

spot_img

บางที่บางแห่งในโลก…!

ซ่อนความจริงที่คุณไม่เคยคิดว่าจะมีอยู่..!

    คุณเชื่อไหม…ว่า “การทำลายล้าง” 

         บางครั้ง…อาจเป็นเสียงแรกของการเกิดใหม่?

                         เมืองแห่งนี้ไม่ใช่เพียง “สถานที่” หากแต่คือ “จังหวะลมหายใจของโลกเก่า” 

                         ทุกตรอกซอกซอย ทุกเสียงสวดมนต์ มีบางอย่างซ่อนอยู่   ราวกับว่าทุกอณูอากาศเฝ้ารอให้คุณหลุดเข้าไปในมิติอีกชั้น

              เมืองพาราณสี

                           เช้าตรู่…ที่นั่น

แสงแดดยามอรุณค่อย ๆ ฉาบลงบนสายน้ำคงคา

                           กลิ่นควันกำยานเจือปนเสียงสวด ……

  “โอม นมัส ศิวายะ   Om Namah Shivaya 

โอม นมัส ศิวายะ”

        เสียงดังก้องเหนือบันไดหินริมฝั่ง….แม่น้ำคงคา

                           อินเดียน ฮินดู โดยเฉพาะผู้เคร่งครัดในลัทธิไศวะ ซึ่งบูชาพระศิวะ. ชุมนุมอยู่ที่นั่น

         มนตร์นี้มีความหมายว่า “ข้าพเจ้าขอนอบน้อมแด่พระศิวะ” หรือ “การสักการะแด่ผู้เป็นมงคล”. 

                               ภาพนักบวชทาเถ้าขาวเต็มร่าง นั่งนิ่งดั่งรูปสลัก…

                               เบื้องหน้า คือวิหารศักดิ์สิทธิ์แห่งพระศิวะ พระนางปารวตี  ที่ผู้แสวงบุญทั้งโลกต้องการมาให้เห็นด้วยตาตนเองสักครั้งในชีวิต

กลิ่นธูปควันหนา ปะปนกับกลิ่นดอกไม้บูชา

เสียงสวดมนต์ก้องสะท้อนกำแพงศิลา

ทำให้ทุกลมหายใจ…ราวกับเดินอยู่ในมิติของพลังศักดิ์สิทธิ์ที่มองไม่เห็น

                                คุณไปมาแล้วใช่ไหม  ?

       เมื่อคราวไป 4 สังเวชนียสถาน….

       หรือยังไม่ได้ไป !

                      จะไปมาแล้ว หรือยังไม่ได้ไป….

        ตามผมมา…!

    สุวรรณภูมิ บินไป พาราณสี สี่ชั่วโมงครึ่ง

        ลงเครื่องแล้ว  จะใช้แท็กซี่   หรือรถตุ๊กตุ๊ก  หรือรถรับจ้างไปวิหาร  ได้ทั้งนั้น

จ่ายสัก  300–500 รูปี  ก็ไม่เกิน 150 บาท   ถึงแล้ว

        คุณจะมีความสุขกับเสียงแตรไปตลอดทาง

                     แล้วคุณก็ต้องกินของอร่อยหน้าวิหารก่อนซี

                      โรตีร้อน ๆ สักแผ่น โดยฝีมืออินเดียนแท้ที่เป็นมือวิเศษตบแป้งให้บางแล้วทอดได้กรอบ    กับชากาหล่ามจ๋าย  อันหอมกลิ่นเครื่องเทศเข้มข้นละมุนลิ้น  แค่นี้ก็อิ่มแล้ว

       อย่าไปสนใจ  ถ้าคุณเห็นคนขายยืนฉี่อยู่ใกล้ ๆ แล้วสะบัดมือนิด ๆ ก่อนจะจับแป้งคลึงแป้งโรตีให้รายอื่นต่อ

       ไป..เข้าไปข้างในกัน

       นักบวชหลายสิบคน ร่ายรำท่าทางศักดิ์สิทธิ์  นุ่งห่มผ้าพลิ้วปลิวไสวด้วยสีสดสว่าง  เทิดบูชาอย่างตั้งใจ

  แขนหมุนวนเป็นวงกลม

  เท้ากระแทกพื้นพร้อมเสียงกลองดังก้อง

  ดวงตาเบิกกว้าง ราวกับมองทะลุเข้าไปในจิตใจผู้ชม

         ย่อตัวเอี้ยวซ้ายแล้วหันกลับมาทางขวาอย่างรุนแรง

            กลิ่นธูปควันหนาคลุ้งไปทั่ว พัดสัมผัสใบหน้าและผมของผู้คน

            ทุกก้าว…เหมือนเดินอยู่กลางสายลมพลังงานที่มองไม่เห็น

           ผมถอยห่าง เหมือนถูกพลังบางอย่างดึง  หลายคนขยับเข้าไปใกล้เหมือนถูกเชิญชวน

                  บางคนยืนตาไม่กะพริบ…จดจ้องการร่ายรำด้วยความกลัวปนศรัทธา

     ใกล้ ๆ  กันนั้น  ผมเห็น…

ศิวลึงก์…!

                  แท่งศิลาที่ดูเรียบง่าย แต่แท้จริงคือสัญลักษณ์แห่งจักรวาลและพลังสร้างสรรค์อันไร้สิ้นสุดของพระศิวะ

                  มันไม่ได้เป็นเพียงวัตถุศักดิ์สิทธิ์ หากแต่คือการย่อโลกทั้งจักรวาลลงมาอยู่ในรูปทรงเดียว   รูปทรงที่ผสานทั้ง “กำเนิด” และ “การทำลาย” เอาไว้พร้อมกัน

                  คนอินเดียเชื่อว่า ศิวลึงก์ ไม่ใช่เพียงหินศักดิ์สิทธิ์ แต่เป็น สัญลักษณ์ของพระศิวะ   เทพผู้สร้างและผู้ทำลายจักรวาลในเวลาเดียวกัน

                  การกราบไหว้ศิวลึงก์ในวิหาร จึงเท่ากับการขอพลังคุ้มครอง ขอพรด้านความอุดมสมบูรณ์ กำลังใจ และการเริ่มต้นใหม่ในชีวิต

                     ทุกปีจะมีคืนแห่งพระศิวะ  จึงมีเทศกาล มหาศิวราตรี ที่ผู้คนหลั่งไหลไปวิหารศิวะทั่วอินเดีย เพื่อทำพิธีบูชาศิวลึงก์ทั้งคืน เชื่อกันว่าคืนนี้คำอธิษฐานจะถึงพระศิวะโดยตรง

                    เห็นไหม ว่าเขาไปกันทำไม ?

                     ผมฟังมาแล้วแล้วชวนให้น่าคิด !!

      เมืองนี้…ไม่ได้ให้คุณมา “เที่ยว” แต่มา “เผชิญหน้า”

      ทุกจังหวะกลอง…เหมือนสวรรค์เคาะประตูบอกว่าโลกนี้ไม่ใช่ของคุณ

      ศรัทธา…บางครั้งคือใบมีดที่กรีดวิญญาณโดยไม่รู้ตัว

      ความศักดิ์สิทธิ์…ไม่ได้โอบกอด แต่ทิ่มแทง

ผู้รู้ที่นั่นสรุปให้ฟังว่า….

            พาราณสี…คือเส้นแบ่งของ “คนที่ยังอยู่” และ “คนที่ถูกเลือกให้หายไป”

เจ้าหน้าที่วิหารเล่าให้ฟัง…

              “หากพระศิวะร่ายรำตัณฑวะครบ 108 จังหวะ…โลกจะ    

  ดับสลายทันที

  และบางพิธี…ผู้เข้าร่วมถึงกับล้มตายตรงนั้น

  ราวกับพลังนั้นดึงวิญญาณออกไปจริง ๆ”

          มีนักท่องเที่ยวเล่าปากต่อปากว่า ขณะพิธีดำเนินไป    จู่ ๆ ได้ยินเสียงสวดแผ่ว ๆ กลายเป็นเสียงกระซิบใกล้หู

    เห็นเงาร่างดำค่อย ๆ เคลื่อนไหวรอบตัว

    ฝันเห็นชายสวมพวงมาลาเข้ามาเคาะอก 3 ครั้ง

การทำลายล้าง…ไม่ได้เป็นด้านลบเสมอไป

มันคือการสร้างใหม่ ฟื้นฟูจักรวาล

บางครั้ง…ผู้ที่อยู่ในพิธี ได้สัมผัสพลังนี้เต็ม ๆ

และพลังนั้น…สามารถเรียกวิญญาณหรือทำให้ผู้เข้าร่วมถึงกับหมดสติได้จริง

         ขากลับ…จากวิหาร ผมกำลังคิด

การทำลายล้าง…ไม่ได้เป็นด้านลบเสมอไป

มันคือการสร้างใหม่ ฟื้นฟูจักรวาล

              เหมือนชีวิตเราเศร้าหมอง…ลองไปสักครั้ง พลังที่ได้รับทำให้ได้ชีวิตแจ่มใส  เหมือนอย่างที่ใคร ๆ เขาทำกัน

               ก้าวออกจากวิหาร….พลันเห็น

               ชายชราหน้าวิหารจ้องหน้า ยังคงยื่นมือมาหาเหมือนขาเข้าแล้ว  พูดพึมพำจนมีคนข้าง ๆ แปลให้ฟังว่า

             “ทุกคนที่ได้ยินเสียงกลองนี้…ต่างถูกเรียกมาโดยเจตจำนงบางอย่าง….

 คืนนั้นผมฝันเห็นพระศิวะร่ายรำตรงหน้า

และในความฝัน…

จังหวะนั้นดำเนินไปเรื่อย ๆ เหมือนนับถอยหลังบางสิ่งที่ผมยังไม่รู้คำตอบ…..!

       มืดแล้วสว่าง…สว่างแล้วอาจสว่างจ้า

               แล้วคุณจะเข้าใจ…ว่าทำไมผมถึงอยากให้คุณมาด้วย

    คุณคิดอะไรอยู่ !

ข่าวล่าสุด

เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับคำว่า “อาชญากรรมสงคราม”

ยืนยันสิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นความจริงมากขึ้นเรื่อยๆ นั่นคือ สหรัฐฯ เป็นผู้รับผิดชอบต่อการโจมตีด้วยขีปนาวุธโทมาฮอว์กที่ทำลายโรงเรียนประถมแห่งหนึ่งในอิหร่าน ในช่วงเริ่มต้นของสงครามอิหร่านที่กำลังดำเนินอยู่

คดีของ Jeffrey Epstein คืออะไรและเกี่ยวอะไรกับประธานาธิบดี Donald Trump หรือไม่?

กระทรวงยุติธรรมสหรัฐ (Department of Justice) ได้เผยแพร่เอกสารเพิ่มเติมมากกว่า 3 ล้านหน้าในวันนั้น เพื่อตอบสนองต่อกฎหมาย Epstein Files Transparency Act

จีนได้ปฏิเสธคำเชิญอย่างเป็นทางการจาก โดนัลด์ ทรัมป์

ในความขัดแย้งที่กำลังดำเนินอยู่  ปักกิ่งได้ชี้แจงอย่างชัดเจนว่าต้องการหลีกเลี่ยงการเข้าร่วมการต่อสู,ต้องการมุ่งเน้นไปที่ความมั่นคงและการทูต การตอบสนองนี้แสดงให้เห็นถึงเจตนาของจีนในการหลีกเลี่ยงการถูกดึงเข้าไปในสงครามที่กว้างขึ้นในช่วงเวลาที่ความตึงเครียดทั่วโลกสูงอยู่แล้ว  เจ้าหน้าที่จีนได้เน้นย้ำว่าลำดับความสำคัญของพวกเขาคือการป้องกันการเพิ่มขึ้นของความตึงเครียดและการปกป้องเส้นทางการค้าและผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ  พวกเขายังย้ำว่าการเลือกข้างในความขัดแย้งครั้งใหญ่จะไม่สนับสนุนความมั่นคงในระยะยาวในภูมิภาค ตำแหน่งนี้สะท้อนถึงกลยุทธ์ที่กว้างขึ้นของจีนในการรักษาระยะห่างจากการมีส่วนร่วมทางทหารโดยตรงในขณะที่ยังคงมีอิทธิพลต่อกิจการระดับโลกผ่านการทูตและอำนาจทางเศรษฐกิจ  การปฏิเสธนี้เน้นให้เห็นว่าชาติใหญ่ในโลกกำลังเลือกบทบาทของตนอย่างระมัดระวังเมื่อความขัดแย้งขยายตัว การตัดสินใจของจีนส่งสัญญาณว่าต้องการหลีกเลี่ยงการแบ่งแยกที่ลึกซึ้งและแทนที่จะผลักดันให้เกิดการลดความตึงเครียด  ขณะที่สถานการณ์ยังคงพัฒนา ผู้นำระดับโลกกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิดเพื่อดูว่าท่าทีของจีนจะมีผลต่อความพยายามทางการทูตในอนาคตอย่างไร

ผลักดันกองเรืออเมริกัน AbrahamLincoln ออกห่างจากชายฝั่งของบาห์เรน

เราได้ผลักดันกองเรืออเมริกัน AbrahamLincoln ออกห่างจากชายฝั่งของบาห์เรนและโอมาน และทำให้มัน เสียหายบางส่วน เราได้ยิงเครื่องบินอเมริกัน 10 ลำใน คูเวต

ข่าวอื่นๆ

“ความรัก กับดาบ Excalibur”

ไม่มีดาบเล่มใดในโลก ….ที่ถูกชักออกมาเพื่อความยุติธรรมเพียงอย่างเดียว…! เพราะทุกครั้งที่เหล็กสัมผัสอากาศ มันพกพา…. ความรัก ….. ความหึงหวง … และควาทะเยอทะยานมาด้วยเสมอ

โอกินาวะ ทะเล สงคราม และความลับ

บางที่บางแห่งในโลก…! ซ่อนความจริงที่คุณไม่เคยคิดว่าจะมีอยู่…! คุณอาจคิดว่าโอกินาวะคือเกาะสวย…ริมทะเลใส แต่สิ่งที่คุณจะเจอ…อาจทำให้หัวใจเต้นแรงยิ่งกว่าชิงช้าสวรรค์

ถ้าอยากเห็นเมืองที่ “กำแพงพูดได้” และตรอกแคบ ๆ สามารถเล่าเรื่องร้อยปีได้ดีกว่าพิพิธภัณฑ์…

คุณต้องไป George Town เมืองเดียวในเอเชียที่ศิลปะสตรีท, อาคารโคโลเนียล, กลิ่นเครื่องเทศเก่า และบ้านเรือนสามวัฒนธรรม จีน มลายู อินเดีย…..มารวมกันในตรอกที่เดินแค่ 50 ก้าวก็เปลี่ยนบรรยากาศเหมือนข้ามประเทศ