วันศุกร์, มีนาคม 13, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกWorld in Focusเนปาลลุกเป็นไฟ 'ประกาศเคอร์ฟิว 3 เมืองใหญ่' Gen Z เผารัฐสภา-ทำเนียบฯ ดับแล้ว 19 ศพ เตือนคนไทยเลี่ยงเดินทาง!

เนปาลลุกเป็นไฟ ‘ประกาศเคอร์ฟิว 3 เมืองใหญ่’ Gen Z เผารัฐสภา-ทำเนียบฯ ดับแล้ว 19 ศพ เตือนคนไทยเลี่ยงเดินทาง!

เผยแพร่

spot_img

10 กันยายน 2568 ความไม่พอใจของ #คนรุ่นใหม่ในเนปาล ปะทุจนควบคุมไม่อยู่ เมื่อกลุ่มผู้ประท้วง #GenZ จุดไฟเผาอาคารสำคัญทางการเมือง ทั้ง #รัฐสภาเก่า และ #ทำเนียบนายกรัฐมนตรี ใน #กรุงกาฐมาณฑุ ส่งผลให้รัฐบาลต้องประกาศ #เคอร์ฟิว ครอบคลุมกรุงกาฐมาณฑุ, #ลลิตปุระ และ #ภักตปุระ อย่างเร่งด่วน เมื่อเหตุจลาจลลุกลามจนมีผู้เสียชีวิตแล้ว อย่างน้อย 19 ราย

สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กาฐมาณฑุ ประกาศแจ้ง “เตือนคนไทยให้งดออกนอกที่พักอาศัย” ใน 3ช่วงเคอร์ฟิว ทั้งแนะนำเลี่ยงพื้นที่ชุมนุม เนื่องจากการเดินทางในกรุงกาฐมาณฑุแทบเป็นไปไม่ได้ หลายเส้นทางถูกตัดขาด ผู้โดยสารจำนวนหนึ่งไม่สามารถเดินทางไปถึงสนามบิน ขณะที่สภาพอากาศเลวร้ายยิ่งซ้ำเติมสถานการณ์

รายงานระบุว่า ผู้ประท้วงได้บุกเผาอาคาร สำนักข่าวคันติปุระ พับลิเคชั่นส์ หนึ่งในสื่อกระแสหลักของประเทศ โดยการเคลื่อนไหวครั้งนี้มีจุดยืนชัดเจนเพื่อ #ต่อต้านรัฐบาลที่ถูกกล่าวหาว่าทุจริต และที่สร้างความไม่พอใจอย่างรุนแรงคือการ #สั่งบล็อกแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียยอดนิยม เช่น Facebook, Instagram, YouTube และ X (Twitter)

ความรุนแรงขยายวงกว้างไปถึงการ #ทำร้ายบุคคลทางการเมือง และครอบครัวของพวกเขา นายบิชณุ ปราสาท โปเดล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ถูกกลุ่มผู้ประท้วงทำร้ายร่างกายและลากตัวไปประจานกลางเมือง ขณะที่ นางราชยาลักษมี จิตราคาร์ ภริยาอดีตนายกรัฐมนตรี จฮาลานาธ คานาล ถูกจับขังและเผาเสียชีวิตในบ้านพักของตนเอง

ในเวลาเดียวกัน นายเค.พี. ชาร์มา โอลี นายกรัฐมนตรีเพิ่งประกาศลาออก และเร่งเดินทางออกนอกประเทศท่ามกลางความโกรธแค้นของประชาชนที่โหมกระหน่ำ

แต่การประท้วงใน ยังปะทุรุนแรงจนกลายเป็นโศกนาฏกรรม เมื่อ #กลุ่มผู้ชุมนุม ซึ่งส่วนใหญ่เป็น #คนรุ่นใหม่#GenZ ได้บุกล้อมบ้านพักของ นายจฮาลานาธ คานาล อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เมืองดัลลู โดยจับภรรยาของเขา นางราชยาลักษมี จิตราคาร์ ขังไว้ภายในบ้าน แล้วจุดไฟเผาอย่างโหดร้าย

แม้เจ้าหน้าที่และชาวบ้านจะพยายามเข้าช่วยเหลือและนำตัวนางจิตราคาร์ส่งโรงพยาบาล แต่เธอทนพิษบาดแผลจากไฟคลอกไม่ไหว เสียชีวิตในเวลาต่อมา สร้างความสะเทือนใจอย่างหนักต่อสังคมเนปาลและนานาชาติ

กลุ่มผู้ประท้วงยังขยายเป้าหมายไปยัง #ครอบครัวนักการเมือง ระดับสูง โดยมีรายงานว่า ครอบครัวของ นายเอ็น.พี. ซาอุด #รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้รับการคุกคาม ขณะที่ใน #กรุงกาฐมาณฑุ มีคลิปเผยแพร่ชัดเจนว่า นายพิษนุ ปราสาด เพาเดล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง วัย 65 ปี ถูกผู้ชุมนุมวิ่งไล่ เตะและทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บ

เหตุการณ์นี้ปะทุขึ้นหลังจาก นายเคพี ชาร์มา โอลี ประกาศลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 9 กันยายนที่ผ่านมา ท่ามกลางกระแสไม่พอใจ #การทุจริตในรัฐบาล และมาตรการ #ควบคุมเข้มงวดต่อการใช้สื่อสังคมออนไลน์ ที่ถูกมองว่าเป็นการ #ปิดกั้นเสรีภาพ

อีกทั้ง กลุ่มผู้ประท้วงลุกฮือจุดไฟเผาอาคารที่ตั้งของสำนักข่าวใหญ่ที่สุดของเนปาล ในกรุงกาฐมาณฑุ ยังคงดำเนินต่อเนื่องเป็นวันที่สอง วานนี้ อาคารดังกล่าวเป็นที่ตั้งของ Kantipur Publications ซึ่งเป็นสำนักพิมพ์หนังสือพิมพ์ Kantipur และ The Kathmandu Post ทั้งยังเป็นที่ตั้งของธุรกิจและสำนักงานต่าง ๆ อีกหลายแห่งในเชิงพาณิชย์

สาเหตุของวิกฤติ : การลุกฮือครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นการระเบิดความไม่พอใจที่สะสมมานานจากสองประเด็นหลัก

#เสรีภาพทางดิจิทัลถูกปิดกั้น : คนรุ่นใหม่พึ่งพาโซเชียลมีเดียในชีวิตประจำวัน เมื่อรัฐบาลบล็อกการเข้าถึงจึงถูกตีความว่าเป็นการปิดกั้นสิทธิขั้นพื้นฐาน

#การทุจริตเชิงโครงสร้าง : กระแส “Nepo Kid” เปิดโปงการใช้ชีวิตหรูหราของลูกหลานนักการเมือง ท่ามกลางสังคมที่เต็มไปด้วยความเหลื่อมล้ำ

การแบนโซเชียลฯ กลายเป็นชนวนที่จุดไฟแห่งความไม่พอใจ จนลุกลามเป็น วิกฤติการเมืองและสังคมครั้งใหญ่ที่สุดของเนปาลในรอบหลายปี

ข่าวล่าสุด

เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับคำว่า “อาชญากรรมสงคราม”

ยืนยันสิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นความจริงมากขึ้นเรื่อยๆ นั่นคือ สหรัฐฯ เป็นผู้รับผิดชอบต่อการโจมตีด้วยขีปนาวุธโทมาฮอว์กที่ทำลายโรงเรียนประถมแห่งหนึ่งในอิหร่าน ในช่วงเริ่มต้นของสงครามอิหร่านที่กำลังดำเนินอยู่

คดีของ Jeffrey Epstein คืออะไรและเกี่ยวอะไรกับประธานาธิบดี Donald Trump หรือไม่?

กระทรวงยุติธรรมสหรัฐ (Department of Justice) ได้เผยแพร่เอกสารเพิ่มเติมมากกว่า 3 ล้านหน้าในวันนั้น เพื่อตอบสนองต่อกฎหมาย Epstein Files Transparency Act

จีนได้ปฏิเสธคำเชิญอย่างเป็นทางการจาก โดนัลด์ ทรัมป์

ในความขัดแย้งที่กำลังดำเนินอยู่  ปักกิ่งได้ชี้แจงอย่างชัดเจนว่าต้องการหลีกเลี่ยงการเข้าร่วมการต่อสู,ต้องการมุ่งเน้นไปที่ความมั่นคงและการทูต การตอบสนองนี้แสดงให้เห็นถึงเจตนาของจีนในการหลีกเลี่ยงการถูกดึงเข้าไปในสงครามที่กว้างขึ้นในช่วงเวลาที่ความตึงเครียดทั่วโลกสูงอยู่แล้ว  เจ้าหน้าที่จีนได้เน้นย้ำว่าลำดับความสำคัญของพวกเขาคือการป้องกันการเพิ่มขึ้นของความตึงเครียดและการปกป้องเส้นทางการค้าและผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ  พวกเขายังย้ำว่าการเลือกข้างในความขัดแย้งครั้งใหญ่จะไม่สนับสนุนความมั่นคงในระยะยาวในภูมิภาค ตำแหน่งนี้สะท้อนถึงกลยุทธ์ที่กว้างขึ้นของจีนในการรักษาระยะห่างจากการมีส่วนร่วมทางทหารโดยตรงในขณะที่ยังคงมีอิทธิพลต่อกิจการระดับโลกผ่านการทูตและอำนาจทางเศรษฐกิจ  การปฏิเสธนี้เน้นให้เห็นว่าชาติใหญ่ในโลกกำลังเลือกบทบาทของตนอย่างระมัดระวังเมื่อความขัดแย้งขยายตัว การตัดสินใจของจีนส่งสัญญาณว่าต้องการหลีกเลี่ยงการแบ่งแยกที่ลึกซึ้งและแทนที่จะผลักดันให้เกิดการลดความตึงเครียด  ขณะที่สถานการณ์ยังคงพัฒนา ผู้นำระดับโลกกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิดเพื่อดูว่าท่าทีของจีนจะมีผลต่อความพยายามทางการทูตในอนาคตอย่างไร

ผลักดันกองเรืออเมริกัน AbrahamLincoln ออกห่างจากชายฝั่งของบาห์เรน

เราได้ผลักดันกองเรืออเมริกัน AbrahamLincoln ออกห่างจากชายฝั่งของบาห์เรนและโอมาน และทำให้มัน เสียหายบางส่วน เราได้ยิงเครื่องบินอเมริกัน 10 ลำใน คูเวต

ข่าวอื่นๆ

ผลักดันกองเรืออเมริกัน AbrahamLincoln ออกห่างจากชายฝั่งของบาห์เรน

เราได้ผลักดันกองเรืออเมริกัน AbrahamLincoln ออกห่างจากชายฝั่งของบาห์เรนและโอมาน และทำให้มัน เสียหายบางส่วน เราได้ยิงเครื่องบินอเมริกัน 10 ลำใน คูเวต

IRGC ระบุว่าอิหร่าน จะเป็นผู้กำหนดว่าสงครามจะสิ้นสุดเมื่อใดไม่ใช่สหรัฐฯ

ปฏิบัติการ “Epic Fury” 10 วันผ่านไปแล้ว และรัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ พีต เฮกเซธ ยืนยันว่า สหรัฐฯ กำลัง “ชนะ” ต่อชาวอิหร่านที่เขาเรียกว่า “ป่าเถื่อน” และกล่าวว่าเตหะรานกำลัง “เร่งรีบ” พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์

เนทันยาฮู ปรากฏตัวต่อสาธารณะครั้งแรก

นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล ปรากฏตัวต่อสาธารณะเดินทางตรวจเยี่ยมท่าเรืออัชดอด 1 ใน 3 ท่าเรือพาณิชย์หลักของอิสราเอล