วันอังคาร, มกราคม 27, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHT ท่ามกลางวิกฤตความมั่นคงที่ชายแดนอันคุกรุ่น

 ท่ามกลางวิกฤตความมั่นคงที่ชายแดนอันคุกรุ่น

เผยแพร่

spot_img

การประกาศตัวเป็นฝ่ายค้านของพรรคเพื่อไทยเพื่อตรวจสอบรัฐบาลใหม่ของนายอนุทิน ชาญวีรกุล ซึ่งเคยเป็นพันธมิตรร่วมรัฐบาลกันมาก่อน กำลังถูกมองว่าเป็นเกมการเมืองที่ขาดประสิทธิภาพและอาจไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์ใดๆ ต่อประเทศชาติ ในช่วงเวลาที่ควรหันมารวมพลังเพื่อรับมือกับภัยคุกคามจากภายนอก.

                          การที่พรรคเพื่อไทยประกาศตัวเป็นฝ่ายค้านเพื่อตรวจสอบรัฐบาล “อนุทิน 1” กำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางว่าเป็นการเล่นเกมการเมืองที่มุ่งตอบสนองต่อความขัดแย้งภายในมากกว่าการตรวจสอบเพื่อประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริง 

                        ทั้งสองพรรคเคยร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลและดำเนินนโยบายต่างๆ มาแล้ว การอภิปรายในครั้งนี้จึงเสมือนเป็นการเปิดเผยความลับในบ้านที่ตัวเองเคยร่วมสร้าง การทุ่มเททรัพยากรทางการเมืองเพื่อตรวจสอบรัฐบาลที่รู้ดีอยู่แล้วว่ามีเวลาทำงานเพียงสี่เดือนตามเงื่อนไข MOA ดูจะเป็นการกระทำที่ไม่ได้ก่อให้เกิดผลลัพธ์ในเชิงบวกมากนัก เพราะรัฐบาลเองก็มีข้อจำกัดด้านเวลาในการบริหารงานอย่างเต็มที่และไม่สามารถทำโครงการขนาดใหญ่ได้

                       ในมุมมองทางรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนบทบาทจากพรรคร่วมรัฐบาลมาเป็นฝ่ายค้านในระยะเวลาอันสั้นเช่นนี้ สะท้อนถึงความสัมพันธ์ที่ไม่ราบรื่นและความขัดแย้งที่ฝังรากลึกระหว่างสองพรรค 

                      การตรวจสอบจึงอาจเป็นเพียงการแสดงออกถึงความแค้นส่วนตัวหรือความต้องการสร้างฐานอำนาจใหม่ทางการเมืองมากกว่าการทำงานเพื่อประโยชน์สาธารณะที่แท้จริง ซึ่งในสถานการณ์ปกติก็อาจเป็นเรื่องที่รับได้ แต่ในห้วงเวลาที่ประเทศกำลังเผชิญกับปัญหาที่ซับซ้อนและเร่งด่วนอย่างปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา การแบ่งฝักแบ่งฝ่ายและการหันมาโจมตีกันเองภายในประเทศจึงไม่ใช่ทางเลือกที่ชาญฉลาด

                       ประเด็นที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่งคือการที่กัมพูชายังคงละเมิดข้อตกลงหยุดยิงและสนับสนุนให้พลเมืองของตนรุกล้ำพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรีอย่างต่อเนื่องในขณะที่ฝ่ายการเมืองของไทยกำลังแตกแยก เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นว่ากัมพูชากำลังฉวยโอกาสจากการเปลี่ยนผ่านทางการเมือง 

                          การที่ฝ่ายค้านซึ่งเป็นรัฐบาลเดิม และรัฐบาลใหม่ที่กำลังมุ่งหน้าเข้าสู่การเผชิญหน้าในสภา ยิ่งทำให้ประเทศขาดความเป็นเอกภาพในการรับมือกับภัยคุกคามจากภายนอก ซึ่งเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายควรหันมาให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก

                           การรวมพลังเพื่อแก้ไขปัญหาชายแดนจึงเป็นเรื่องที่เร่งด่วนและจำเป็นกว่าการใช้เวทีสภาเป็นเครื่องมือในการระบายความแค้นทางการเมือง

                           ขณะที่ “ศึกใน” กำลังเปิดฉากอย่างดุเดือดในสนามการเมือง “ศึกนอก” ที่ชายแดนกลับคุกรุ่นกว่าที่เคย รัฐบาลและฝ่ายค้านกำลังง่วนอยู่กับการชำระแค้นจากความหลัง จนลืมไปว่ายังมีศัตรูร่วมที่กำลังจ้องมองและพร้อมจะฉวยโอกาสจากความแตกแยกของพวกเขาอยู่

ข่าวล่าสุด

นักวิชาการคว่ำบาตรการเมือง : สะท้อนตัวตนนักการเมือง

กลุ่มนักวิชาการเพื่อสังคม ชี้ประเด็นสำคัญอยู่ที่ข้อเสนอให้คว่ำบาตรไม่เลือกพรรคที่มีพฤติกรรมอันเป็นปฏิปักษ์ต่อการพัฒนาประเทศ

ทรัมป์ไม่อยู่กับร่องกับรอย ขู่แคนาดาจะถูกเก็บภาษีนำเข้าในอัตรา 100%

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เตือนแคนาดาเมื่อวันเสาร์ที่ 24ม.ค.ว่า สหรัฐฯ จะเรียกเก็บภาษีนำเข้าในอัตรา 100% กับสินค้าที่จำหน่ายในสหรัฐ หากแคนาดาทำข้อตกลงทางการค้ากับจีน

KPI Poll x LINE TODAY เปิดพื้นที่เสียงประชาชน ครั้งที่ 3

KPI Poll x LINE TODAY เปิดพื้นที่เสียงประชาชน ครั้งที่ 3 สัปดาห์นี้ โค้งสุดท้ายกับสองคำถามสำคัญ ที่อยากฟังการเมืองจากเสียงประชาชน

โลกแบ่งขั้ว อาเซียนคือทางรอด

Decoupling is Real: ผู้นำโลกไม่ได้แค่เจรจาเรื่องกำแพงภาษี (Tariff) แบบเดิมๆ อีกต่อไป แต่ยกระดับสู่การกีดกัน (Sanction) และบีบให้เลือกข้างชัดเจนระหว่าง US และ China

ข่าวอื่นๆ

“ข่าวปลอม” … Fake News ภัยคุกคามระดับโลก !  วิกฤตความจริงในสังคมโลกยุคดิจิทัล

”ข่าวปลอม“ หรือ Fake News ได้พัฒนาเป็นภัยคุกคามเชิงโครงสร้างของระบบข้อมูลข่าวสารโลก ไม่จำกัดอยู่เพียงความผิดพลาดทางสื่อ แต่กลายเป็นปัญหาที่ส่งผลต่อชีวิต เศรษฐกิจ และการเมืองโดยตรง

“เบื้องหลัง” กะเหรี่ยง ..กอทูเล  ...

สแกนแผนลึกเนปิดอว์ แบ่งแยกแล้วปกครอง ฉกฉวยรอยแยกชาติพันธุ์ ขยี้ปีกทายาทนักสู้ จับตาหมากรุกมหาอำนาจ สหรัฐฯ-จีน ในสงครามตัวแทนที่ปิดไม่มิด และบทพิสูจน์ชั้นเชิงอธิปไตยไทย

 “พรมแดนไทย” บน…คมดาบ ! และบทพิสูจน์อธิปไตยเหนือรัฐใหม่ “กอทูเล”

จุดที่ทั่วโลกกำลังจับตามองคือ การประกาศสถาปนาพื้นที่ยุทธศาสตร์ใหม่ในนาม "สาธารณรัฐกอทูเล" (Republic of Kawthoolei) โดย พล.อ. เนอดา เมียะ ทายาททางการเมืองของนายพลโบเมียะ