วันศุกร์, เมษายน 17, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHTนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ยืนยันว่าไม่เคยประกาศ “เส้นตาย 10 ตุลาคม”

นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ยืนยันว่าไม่เคยประกาศ “เส้นตาย 10 ตุลาคม”

เผยแพร่

spot_img

ท่ามกลางความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา รัฐบาลไทยภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ยืนยันว่าไม่เคยประกาศ “เส้นตาย 10 ตุลาคม” ต่อกัมพูชาอย่างเป็นทางการ พร้อมย้ำ “จุดยืน 4 ข้อ” เพื่อรักษาเกียรติภูมิและอธิปไตยของชาติ โดยเน้นแนวทางสันติภาพและหลักกฎหมายระหว่างประเทศเป็นสำคัญ

                                การแถลงของนายอนุทินมีขึ้นหลังจากสื่อกัมพูชาเผยแพร่ข่าวว่าไทยกำหนดเส้นตายให้กัมพูชาถอนกำลังออกจากพื้นที่พิพาท ซึ่งนายกรัฐมนตรีไทยปฏิเสธชัดเจน โดยระบุว่า รัฐบาลให้ความสำคัญสูงสุดกับ “ความปลอดภัยของประชาชนและศักดิ์ศรีแห่งชาติ” การออกมาปรับน้ำเสียงของไทยครั้งนี้สะท้อนความพยายามลดแรงปะทะทางการทูต ขณะเดียวกันยังคงรักษาจุดยืนที่ไม่ยอมให้ประเทศใดก้าวล่วงอธิปไตย

                               ท่ามกลางแรงกดดันจากหลายฝ่าย การประกาศสนับสนุนกัมพูชาอย่างเป็นทางการของเอกอัครราชทูตจีนประจำกรุงพนมเปญ ได้สร้างแรงสะเทือนในภูมิภาค แต่ไทยตอบกลับด้วยท่าทีทางการทูตเชิงสมดุล โดยเปิดเผยว่าทูตจีนประจำกรุงเทพฯ ก็สนับสนุนไทยเช่นเดียวกัน นั่นทำให้จีนถูกมองว่ากำลังใช้ “ความเป็นกลางเชิงยุทธศาสตร์” เพื่อรักษาผลประโยชน์กับทั้งสองประเทศ ขณะที่ไทยอาศัยช่องทางนี้ในการรักษาสมดุลระหว่างมหาอำนาจและเพื่อนบ้าน

                                จุดยืน 4 ข้อที่ไทยย้ำ—การถอนอาวุธหนัก การถอนทุ่นระเบิด การจัดการขบวนการสแกมเมอร์ และการบริหารพื้นที่ตามกฎหมาย ถูกนำเสนอในฐานะ “เงื่อนไขเพื่อสันติภาพ” มากกว่าการข่มขู่ 

                               บทบาทของกองทัพจึงยังอยู่ในกรอบของกฎหมายระหว่างประเทศ แต่พร้อมปฏิบัติหากเกิดการละเมิดซ้ำ โดยรัฐบาลพยายามวางภาพลักษณ์ของไทยว่าเป็นประเทศที่ยึดมั่นในสันติวิธี ทว่ามีความชัดเจนในหลักการอธิปไตย

                                ในเกมการทูตเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เสียงของไทยวันนี้เปรียบเหมือน “โน้ตเสียงต่ำ” ที่พยายามไม่ให้ดังกว่าคู่ข้างบ้าน แต่ก็ไม่เงียบพอให้ใครมองข้ามได้ การย้ำจุดยืนสี่ข้ออาจฟังดูเหมือนสัญญาเพื่อสันติภาพ หากแต่ในทางปฏิบัติ มันคือ “สมการทางอธิปไตย” ที่ไม่มีใครอยากเป็นฝ่ายผิด

ข่าวล่าสุด

รถไฟความเร็วสูง กรุงเทพฯ-โคราช 90 นาที

โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ระยะที่ 1 (กรุงเทพฯ-โคราช) ระยะทาง 253 กม. มีกำหนดเปิดใช้ประมาณปี 2570-2572 โดยใช้เวลาเดินทางเพียง 90 นาที ด้วยความเร็วสูงสุด

อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวตีกอล์ฟของไทยเป็นถึงอันดับ 3 ของโลก

มีคนตีกอล์ฟทั่วโลกเข้ามาไทยมากที่สุดเป็นอันดับ 3 ของโลก และเป็นอันดับ 1 ของเอเชีย ดึงดูดเม็ดเงินเข้าประเทศได้มหาศาล

KPI Poll | คลังความคิดจากเสียงประชาชน สู่เข็มทิศการเมืองไทย

สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผยผลสำรวจ เรื่อง “ความนิยมและความคาดหวังต่อคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ในสายตาประชาชน”

ด่วน ประกาศปรับขึ้นค่าไฟฟ้ารอบใหม่ ตัวเลขพุ่งสูงกว่าเดิม 

คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานมีมติให้ปรับขึ้นอัตราค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) ประจำงวดเดือนพฤษภาคมถึงสิงหาคม 2569 ซึ่งจะส่งผลให้ภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ข่าวอื่นๆ

สงกรานต์ 2569 เมื่อ “ดีเซล 44 บาท” ทำงานแทนรัฐบาล

วิกฤตการณ์พลังงานที่ผลักดันให้ราคาน้ำมันดีเซลพุ่งสูงขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 44.40 บาทต่อลิตรในช่วงสงกรานต์ปี 2569 กลายเป็นกลไกจำกัดการเดินทางที่ส่งผลรุนแรงยิ่งกว่าการรณรงค์ใดๆ ของภาครัฐ

“ฟรีวีซ่า 93 ประเทศ ดันเศรษฐกิจไทยฟื้น แต่ความเสี่ยงอาชญากรรมข้ามชาติท้าทายระบบคัดกรอง”

“สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Office on Drugs and Crime ) และ INTERPOL เริ่มสะท้อนแนวโน้มที่ต้องจับตา โดยระบุว่าเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะกลุ่มหลอกลวงออนไลน์และอาชญากรรมไซเบอร์ มีการปรับรูปแบบและเคลื่อนย้ายฐานปฏิบัติการไปยังประเทศที่มีมาตรการเข้าเมืองผ่อนคลายมากขึ้น

จาก One Bangkok ถึง Dusit Central Park ไทยประกาศศักดามหาอำนาจไลฟ์สไตล์โลก

การเกิดขึ้นของอภิมหาโครงการอย่าง One Bangkok และการกลับมาของ Dusit Central Park ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มพื้นที่ค้าปลีก แต่คือการประกาศชัดว่ากรุงเทพฯ ได้วิวัฒนาการสู่ศูนย์กลางไลฟ์สไตล์ระดับโลกที่นานาชาติยอมรับในเชิงรสนิยม