วันจันทร์, เมษายน 20, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHT “มารยา” แห่งพนมเปญ  เมื่อกัมพูชาตระบัดสัตย์ปราบสแกมเมอร์

 “มารยา” แห่งพนมเปญ  เมื่อกัมพูชาตระบัดสัตย์ปราบสแกมเมอร์

เผยแพร่

spot_img

                             ความยินดีในการร่วมมือกับเกาหลีใต้เพื่อปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ของนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ฮุน มาเนตกลายเป็นเพียงฉากหน้าของ “มารยาทางการทูต” เมื่อผู้นำกัมพูชาปฏิเสธการร่วมมือกับไทยอย่างโจ่งแจ้ง ซ้ำยังผลักภาระให้ไทยไปแก้ปัญหาตนเองก่อน

                            การกระทำดังกล่าวไม่เพียงแต่ตอกย้ำถึงการ “ตระบัดสัตย์” ที่กัมพูชาแสดงออกอย่างต่อเนื่องในปัญหาชายแดน แต่ยังเผยให้เห็น “ความไม่จริงใจ” ในการแก้ไขอาชญากรรมข้ามชาติอย่างแท้จริง ซึ่งนานาชาติเริ่มประจักษ์ถึงพฤติการณ์นี้แล้ว

                           ฉากหน้าของความร่วมมือที่แฝงด้วยการปฏิเสธ

จากการที่เกาหลีใต้ยกระดับมาตรการด้วยการส่งคณะทำงานพิเศษระดับสูงเข้าพบคู่เจรจาถึงกรุงพนมเปญ พร้อมสั่งเตือนภัยการเดินทางระดับสูงสุดในพื้นที่สีหนุวิลล์ สะท้อนชัดเจนว่าเกาหลีใต้ไม่ไว้วางใจในความสามารถหรือความจริงใจของกัมพูชา แต่ปฏิกิริยาของนายกฯ ฮุน มาเนต ที่ยินดีร่วมมือกับเกาหลีใต้ กลับเป็นคนละเรื่องกับการปฏิบัติต่อประเทศไทยอย่างสิ้นเชิง

                           ทั้งนี้  การไทยแสดงความพร้อมในการร่วมมือจัดการอาชญากรรมข้ามแดน ผู้นำกัมพูชาได้ปฏิเสธความร่วมมือกับไทยทันที โดยใช้คำพูดเสียดสีให้ไทยกลับไปจัดการปัญหาภายในประเทศของตนก่อน ท่าทีนี้ไม่ใช่เพียงการปฏิเสธ แต่คือการ “เหยียบย่ำ” ความพยายามของมิตรประเทศ และทำให้ความตึงเครียดด้านความมั่นคงตามแนวชายแดนที่ระอุอยู่ก่อนหน้านี้จากปัญหาการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงและการใช้ทุ่นระเบิดยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น

                         พฤติการณ์ที่ไม่น่าไว้วางใจของกัมพูชาในเรื่องอาชญากรรมข้ามชาติเป็นเพียงอีกหนึ่งบทพิสูจน์ที่ต่อยอดมาจากประวัติการ “ตระบัดสัตย์” ที่นานาชาติรับรู้ดีอยู่แล้ว ทั้งกรณีการละเมิดเขตแดนและการใช้ทุ่นระเบิดตามแนวชายแดน ซึ่งผู้เชี่ยวชาญต่างชาติยืนยันว่าเป็นทุ่นระเบิดที่ถูกวางขึ้นใหม่ การที่กัมพูชาแสดงความยินดีร่วมมือกับเกาหลีใต้ก็เพียงเพราะถูกแรงกดดันทางเศรษฐกิจและการทูตจากประเทศมหาอำนาจ ขณะเดียวกันก็พยายาม “สลัดทิ้ง” ประเทศเพื่อนบ้านอย่างไทยออกจากการมีส่วนร่วม แสดงให้เห็นอย่างโจ่งแจ้งว่ากัมพูชาไม่มีเจตนาจริงใจในการกำจัดรากเหง้าของอาชญากรรมข้ามชาติ แต่ต้องการเพียงจัดการเฉพาะหน้าที่เพื่อบรรเทาแรงกดดันจากภายนอกเท่านั้น 

                           การกระทำเช่นนี้จึงไม่ต่างอะไรกับการยอมรับโดยปริยายว่าปัญหาดังกล่าวถูกปกป้องหรือมีผลประโยชน์ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มอำนาจภายใน

                           หลักฐานที่ประจักษ์ชัดจากปฏิบัติการของไทย

สิ่งที่ตอกย้ำพฤติการณ์นี้อย่างชัดเจนคือความเชื่อมโยงของอาชญากรรมกับกลุ่มอำนาจในกัมพูชา ดังเช่นกรณีเมื่อเร็วๆ นี้ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจไทยได้เข้าตรวจค้นอาคารและพบหลักฐานสำคัญที่เชื่อมโยงกับกลุ่มแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในประเทศไทย ซึ่งนำไปสู่การขยายผลและพบว่าเจ้าของบ้านพักนั้นเป็น วุฒิสมาชิกชาวกัมพูชา ที่กำลังหลบหนีความผิดอยู่ พฤติการณ์นี้แสดงให้เห็นว่าขบวนการสแกมเมอร์มิได้เป็นเพียง “แก๊งนอกกฎหมาย” ธรรมดา แต่เป็น “องค์กรอาชญากรรมที่มีสายสัมพันธ์ระดับสูง” กับเครือข่ายอำนาจรัฐในกัมพูชา ข้อมูลเช่นนี้ถูกส่งผ่านช่องทางข่าวกรองระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง และเป็นหลักฐานที่ชัดเจนว่าการร้องขอความร่วมมือจากกัมพูชามีแต่จะนำไปสู่ความล่าช้าและการตบตาเท่านั้น

                            การที่ไทยมีความจริงใจยื่นมือช่วยเหลือและร่วมมือกลับถูกปฏิเสธอย่างหยามเกียรติและประจักษ์ถึงการ “ตระบัดสัตย์” ซ้ำซาก รัฐบาลไทยจึงไม่ควรทุ่มเททรัพยากรไปกับการเจรจาที่ไร้ผลอีกต่อไป

                           ณ เวลานี้ ถึงเวลาที่ต้อง ยกระดับมาตรการจัดการด้วยตนเอง และ ขยายความให้ประชาคมโลกเห็นถึงพฤติการณ์ของกัมพูชา ในประเด็นนี้อย่างชัดเจน โดยการนำข้อมูลการสืบสวนทั้งหมดของไทย ไม่ว่าจะเป็นหลักฐานการวางทุ่นระเบิด การละเมิดเขตแดน และความเชื่อมโยงของแก๊งสแกมเมอร์กับนักการเมืองกัมพูชา ไปเปิดเผยในเวทีระหว่างประเทศอย่างเป็นทางการ เพื่อสร้างความชอบธรรมในการดำเนินการ “มาตรการ 3 ตัด” ทั้งตัดไฟ ตัดอินเทอร์เน็ต และตัดการขนส่งน้ำมัน ตามแนวชายแดนอย่างเด็ดขาด โดยไม่จำเป็นต้องรอความยินยอมจากประเทศที่ไม่มีควา

มจริงใจในการแก้ไขปัญหาอีกต่อไป เพื่อปกป้องผลประโยชน์และความมั่นคงของชาติไทยเอง.

ข่าวล่าสุด

สี จิ้นผิง พลิกวิกฤต ‘สงครามอิหร่าน’ เป็นโอกาส  สร้างระเบียบโลกใหม่ชูจีนเป็นทางเลือกแทนขั้วอำนาจสหรัฐฯ

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้ใช้โอกาสจากความวุ่นวายนี้ในการปรับโฉมอำนาจระดับโลกของตน ศึกษายุทธวิธีของสหรัฐฯ และวางตำแหน่งประเทศจีน ให้เป็นทางเลือกใหม่ที่มั่นคงเหนืออำนาจของอเมริกา

สงครามอิหร่าน ‘บีบทรัมป์’ กลับมาเจรจานิวเคลียร์อีกครั้ง ในเงื่อนไขที่สหรัฐฯเสียเปรียบและทรัมป์โง่เขลามาก

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เคยวิจารณ์ข้อตกลงนิวเคลียร์ที่ นายบารัค โอบามา ลงนามกับประเทศอิหร่าน เมื่อปี 2015 ว่าเป็นข้อตกลงที่ "แย่มาก", "เอียงข้างฝ่ายเดียว" และ "เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์"

นักฟิสิกส์ทำสำเร็จ! ทลายกฎเหล็ก 165 ปี ปลดล็อกขีดจำกัดโซลาร์เซลล์  ที่เคยถูกมองว่าเป็นไปไม่ได้!…

ปัญหาคลาสสิกของแผงโซลาร์เซลล์ที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ คือมันมักจะสูญเสียพลังงานจำนวนมากไปกับการแผ่ความร้อนทิ้งสู่อากาศ สาเหตุหลักมาจาก "กฎการแผ่รังสีความร้อนของเคอร์ชอฟฟ์" (Kirchhoff's law of thermal radiation)

มันเริ่มต้นในชื่อ “Hey Jules”

เดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1968 ซินเธีย เลนนอน (Cynthia Lennon) เพิ่งกลับจากการพักผ่อนสองสัปดาห์ในกรีซ เธอแวะผ่านกรุงโรม ก่อนจะเดินทางถึงลอนดอนด้วยสภาพที่สดชื่นและผ่อนคลาย

ข่าวอื่นๆ

รื้อระบบ  “ฟรีวีซ่า” ตัดวงจร“ทุนเทา“  หรือทุบหม้อข้าว…ท่องเที่ยว ?

เดินหน้าเขย่านโยบายคนเข้าเมืองครั้งใหญ่ เตรียมชงมาตรการลดวันพำนัก "ฟรีวีซ่า" (Visa Exemption) จากเดิมที่เคยขยายให้ถึง 60 วัน กลับมาสู่มาตรฐานเดิมที่ 30 วัน เพื่อยกระดับความมั่นคงและคัดกรอง "นักท่องเที่ยวคุณภาพ"

รัฐถือ“ไม้เรียว” จัดระเบียบทุนพลังงาน   รื้อโครงสร้างราคา “หน้าโรงกลั่น”

ภาพลักษณ์ใหม่ของกระทรวงพลังงานภายใต้การนำของ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ที่มีความชัดเจนและดุดันยิ่งขึ้นในการประกาศยุทธศาสตร์ “ไม่เกรงใจกลุ่มทุน”

“ใคร?” คือเจ้าของตัวจริงธุรกิจท่องเที่ยวไทย !เปิดโครงสร้างนอมินี 4 แสนล้าน 

สถิติจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เผยยอดตรวจสอบธุรกิจกลุ่มเสี่ยงนอมินีในปีที่ผ่านมาพุ่งสูงกว่า 16,000 ราย ใน 10 จังหวัดท่องเที่ยวหลัก