วันอังคาร, มกราคม 27, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHT“กัมพูชาเดือด ?”

“กัมพูชาเดือด ?”

เผยแพร่

spot_img

   “สม รังสี” สถาปนา “รัฐบาลพลัดถิ่น” ท้าทายอำนาจ “ตระกูลฮุน” บนเกมหมากรุก “จีน-สหรัฐฯ”

 การเมืองกัมพูชาเข้าสู่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ เมื่อนายสม รังสี อดีตผู้นำฝ่ายค้านที่ลี้ภัยในฝรั่งเศส ได้ประกาศเมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2568 สถาปนา “รัฐบาลกัมพูชาอิสระ”  หรือ “รัฐบาลพลัดถิ่น”  เพื่อท้าทายความชอบธรรมของระบอบตระกูลฮุน โดยเฉพาะในประเด็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนและการปล่อยปละละเลยให้ประเทศกลายเป็นแหล่งกบดานของอาชญากรรมไซเบอร์ (Scammer) ที่สร้างความเสียหายทั่วโลก 

                              การประกาศที่กรุงปารีสครั้งนี้ ตอกย้ำว่าการต่อสู้ทางการเมืองของกัมพูชาได้ก้าวข้ามพรมแดนไปสู่เวทีโลก และเป็นการอาศัยจังหวะที่รัฐบาลพนมเปญเผชิญกับแรงกดดันนานาชาติ โดยเฉพาะมาตรการคว่ำบาตรที่เข้มงวดจากสหรัฐฯ 

                             การเคลื่อนไหวของสม รังสี แม้จะขาดอำนาจทางทหาร แต่มีเป้าหมายหลักคือการ “สร้างความชอบธรรมทางการเมือง” จากภายนอก เพื่อปลุกระดมการต่อต้านจากภายใน และผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนผ่านอำนาจในที่สุด

                            สาระสำคัญของการประกาศของรัฐบาลพลัดถิ่น คือการชูประเด็นที่สอดคล้องกับผลประโยชน์ทางยุทธศาสตร์ของชาติตะวันตก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเรียกร้องให้กัมพูชาต้องรื้อถอน “ฐานทัพเรือเรียม” ที่จีนเป็นผู้ลงทุนและใช้ประโยชน์ออกไป เพื่อฟื้นฟูความเป็นกลางของประเทศตามเจตนารมณ์ของข้อตกลงสันติภาพปารีสปี 2534 

                            ข้อความที่นายสม รังสี กล่าวขอบคุณสหรัฐฯ สำหรับการคว่ำบาตรเครือข่ายอาชญากรรมที่เชื่อมโยงกับระบอบฮุนเซน ยิ่งเป็นการยืนยันว่าการเคลื่อนไหวครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนทางอ้อม จากวอชิงตัน ซึ่งต้องการใช้ปัญหา Scammer และประเด็นท่าเรือเรียมเป็นเครื่องมือในการกดดันและบั่นทอนเสถียรภาพของรัฐบาลที่ฝักใฝ่จีนมาอย่างยาวนาน

                           ท่าทีของประเทศมหาอำนาจและประเทศเพื่อนบ้านจึงเป็นปัจจัยชี้ขาดในอนาคต: สหรัฐฯ จะใช้การคว่ำบาตรเป็นเครื่องมือบ่อนทำลายความชอบธรรมและรายได้ของตระกูลฮุนอย่างต่อเนื่อง 

                         ส่วน จีน แม้จะดูนิ่งเฉยต่อการประกาศของสม รังสี แต่กำลังแสดงสัญญาณการแสวงหา “ทางเลือกที่สาม” ผ่านการหันไปสร้างสัมพันธ์กับกลุ่มราชวงศ์อย่าง เจ้าชายนโรดม จักรวุฒิ ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่รอบคอบเพื่อรับประกันว่าผลประโยชน์ด้านท่าเรือเรียมและการลงทุนจะยังคงอยู่ไม่ว่าใครจะขึ้นมามีอำนาจก็ตาม 

                       สำหรับประเทศไทย ควรวางตัวเป็นกลางอย่างเคร่งครัด แต่ต้องใช้จังหวะที่กัมพูชาอยู่ในภาวะสั่นคลอนนี้ เร่งรัด การแก้ไขปัญหาร่วมกัน โดยเฉพาะการจัดการอาชญากรรมไซเบอร์และการกำหนดเขตแดน เพื่อให้ได้ประโยชน์ด้านความมั่นคงสูงสุด ก่อนที่สถานการณ์จะกลับสู่ความตึงเครียดอีกครั้ง

                       เกมการเมืองกัมพูชาในวันนี้ไม่ใช่แค่การแย่งชิงอำนาจภายใน แต่เป็นหมากรุกระดับภูมิภาคที่ถูกวางกระดานโดยมหาอำนาจ

                      ฮุน เซน ถูกบีบให้ปวดหัวจากทุกทิศทาง โดยเฉพาะ “แผล” เรื่อง Scammer ที่ถูก สหรัฐฯ ตอกย้ำถึงความไม่ชอบธรรม สม รังสี ได้ตำแหน่ง “นายกรัฐมนตรีเงา” พร้อมไมโครโฟนขนาดใหญ่ในปารีส ส่วน จีน ก็ยิ้มมุมปาก เพราะถึงแม้ตระกูลฮุนจะพ่ายแพ้ไป จีนก็มี “เบี้ยสำรอง” ที่พร้อมจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำที่ยังคงเป็นมิตรกับปักกิ่ง … 

                     ประเทศไทย ยังสง่างามในความเป็นสุภาพบุรุษ

                    งานนี้มีแต่ “กัมพูชา” ที่แทบจะไม่มีใครถามไถ่ว่า “จะอยู่รอดในเกมอำนาจใหญ่ครั้งนี้ได้อย่างไร?”

ข่าวล่าสุด

“สนามบินสุวรรณภูมิ” กับ 113 แอร์ไลน์

ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิกลายเป็นหนึ่งในสนามบินที่มีสายการบินพาณิชย์ใช้บริการมากถึง 113 สายการบิน สะท้อนบทบาท “ประตูการบินของภูมิภาค” อย่างชัดเจน

นักวิชาการคว่ำบาตรการเมือง : สะท้อนตัวตนนักการเมือง

กลุ่มนักวิชาการเพื่อสังคม ชี้ประเด็นสำคัญอยู่ที่ข้อเสนอให้คว่ำบาตรไม่เลือกพรรคที่มีพฤติกรรมอันเป็นปฏิปักษ์ต่อการพัฒนาประเทศ

ทรัมป์ไม่อยู่กับร่องกับรอย ขู่แคนาดาจะถูกเก็บภาษีนำเข้าในอัตรา 100%

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เตือนแคนาดาเมื่อวันเสาร์ที่ 24ม.ค.ว่า สหรัฐฯ จะเรียกเก็บภาษีนำเข้าในอัตรา 100% กับสินค้าที่จำหน่ายในสหรัฐ หากแคนาดาทำข้อตกลงทางการค้ากับจีน

KPI Poll x LINE TODAY เปิดพื้นที่เสียงประชาชน ครั้งที่ 3

KPI Poll x LINE TODAY เปิดพื้นที่เสียงประชาชน ครั้งที่ 3 สัปดาห์นี้ โค้งสุดท้ายกับสองคำถามสำคัญ ที่อยากฟังการเมืองจากเสียงประชาชน

ข่าวอื่นๆ

“สนามบินสุวรรณภูมิ” กับ 113 แอร์ไลน์

ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิกลายเป็นหนึ่งในสนามบินที่มีสายการบินพาณิชย์ใช้บริการมากถึง 113 สายการบิน สะท้อนบทบาท “ประตูการบินของภูมิภาค” อย่างชัดเจน

“ข่าวปลอม” … Fake News ภัยคุกคามระดับโลก !  วิกฤตความจริงในสังคมโลกยุคดิจิทัล

”ข่าวปลอม“ หรือ Fake News ได้พัฒนาเป็นภัยคุกคามเชิงโครงสร้างของระบบข้อมูลข่าวสารโลก ไม่จำกัดอยู่เพียงความผิดพลาดทางสื่อ แต่กลายเป็นปัญหาที่ส่งผลต่อชีวิต เศรษฐกิจ และการเมืองโดยตรง

“เบื้องหลัง” กะเหรี่ยง ..กอทูเล  ...

สแกนแผนลึกเนปิดอว์ แบ่งแยกแล้วปกครอง ฉกฉวยรอยแยกชาติพันธุ์ ขยี้ปีกทายาทนักสู้ จับตาหมากรุกมหาอำนาจ สหรัฐฯ-จีน ในสงครามตัวแทนที่ปิดไม่มิด และบทพิสูจน์ชั้นเชิงอธิปไตยไทย