วันศุกร์, เมษายน 17, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHTนักการเมืองเอี่ยวสแกมเมอร์

นักการเมืองเอี่ยวสแกมเมอร์

เผยแพร่

spot_img

 ฝ่ายค้านเดือด! ซัดนายกฯ “นิ่งดูดาย”ปล่อยนักการเมืองเอี่ยวสแกมเมอร์ ส่อขัดขวางกระบวนการโลก

                               สัญญาณอันตรายของความเชื่อมั่นรัฐบาลดังกึกก้อง เมื่อฝ่ายค้านเปิดหน้าบุกหนัก กล่าวหานายกรัฐมนตรี “นิ่งดูดาย” ต่อกรณีข่าวโหมกระพือว่านักการเมืองระดับประเทศมีชื่อพัวพันขบวนการ “สแกมเมอร์” ข้ามชาติ ซึ่งเป็นวาระระดับโลก ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องภายในประเทศ

                              ยิ่งไปกว่านั้น การที่คณะกรรมาธิการฯ ต้องเผชิญกับการ “ปฏิเสธ” เข้าชี้แจงของรัฐมนตรีหลายราย ยิ่งตอกย้ำภาพความพยายามปกป้องและกีดกันการตรวจสอบ จนน่าสงสัยว่าเหตุใดรัฐบาลจึงไม่เร่งดำเนินการ เพื่อขจัดพิษร้ายของทุนสีเทาที่กำลังแทรกซึมและกัดกินความชอบธรรมทางการเมืองของประเทศไปทีละน้อย

                               นายรังสิมันต์ โรม รองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะหัวหอกของการตรวจสอบ ได้ออกมาตั้งคำถามด้วยน้ำเสียงที่เดือดดาลว่า เหตุใดนายกรัฐมนตรีจึงทำเสมือน “หูหนวกตาบอด” ทั้งที่เชื่อว่าหน่วยงานรัฐ รวมถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ต่างมีข้อมูลนักการเมืองชื่อย่อ “ช” ที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมข้ามชาติเหล่านี้อยู่ในมือครบถ้วน 

                               การนิ่งเฉยและการปล่อยให้เรื่องเงียบหาย ไม่เพียงแต่ทำให้ภาระความเสี่ยงทั้งหมดตกอยู่กับฝ่ายค้านในการเปิดโปงเท่านั้น แต่ยังส่อให้เห็นถึง “ขบวนการถือหาง” กลุ่มทุนสีเทา ซึ่งมีเป้าหมายสำคัญคือการนำเงินสกปรกมาใช้ในการเลือกตั้งและขับเคลื่อนอำนาจรัฐ เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของตนเองในระยะยาว

                           สิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือการที่ประเทศไทยกำลังถูกยกระดับเป็น “ศูนย์กลางการฟอกเงิน” ของกลุ่มสแกมเมอร์ ด้วยการปล่อยปละละเลยของผู้มีอำนาจ ซึ่งนายรังสิมันต์ย้ำชัดว่า “โจรปราบโจรไม่ได้ มีแต่โจรช่วยโจร” สะท้อนความไม่เชื่อมั่นต่อการบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นกลางและจริงจังในคดีนี้ 

                          การที่คณะกรรมาธิการฯ ถูกเมินเฉยในการเชิญรัฐมนตรีที่ถูกพาดพิงให้มาชี้แจงด้วยตัวเอง ย่อมสร้างความเคลือบแคลงสงสัยอย่างรุนแรงในสายตาประชาชน เพราะเมื่อเป็นเรื่องระดับโลกที่หน่วยงานสากลเฝ้าระวังอยู่แล้ว การหลีกเลี่ยงการตรวจสอบจึงเท่ากับเป็นการ “สารภาพ” กลายๆ ว่ามีบางสิ่งที่รัฐบาลไม่ต้องการให้สังคมได้รับรู้

                         ท่าทีของนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีในสถานการณ์นี้ จึงเป็นเหมือนการถือไพ่ใบใหญ่ที่กำลังสั่นคลอนรากฐานความเชื่อมั่นของรัฐบาลอย่างรุนแรง หากเงินจากแก๊งสแกมเมอร์และทุนสีเทาถูกนำมาหล่อเลี้ยงอำนาจรัฐจริงตามที่ฝ่ายค้านกล่าวอ้าง คำถามสำคัญจึงมิใช่แค่ใครผิดใครถูก แต่คือ “รัฐบาลนิ่ง ใครได้ประโยชน์?” ซึ่งคำตอบที่ฝ่ายค้านตั้งข้อสังเกตไว้ก็คือ เหล่าแก๊งสแกมเมอร์และผู้ที่ได้รับผลประโยชน์จากเม็ดเงินเหล่านี้ นั่นเอง 

                        ดังนั้น เพื่อรักษาเกียรติภูมิของประเทศและพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเอง นายกรัฐมนตรีไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้อง “ตื่น” จากความนิ่งดูดายและสั่งการให้มีการตรวจสอบอย่างโปร่งใสและเด็ดขาดทันที ก่อนที่ทุนสีเทาเป็นเงาทะมึนคืบคลานเข้ามาเหมือนจะยึดประเทศได้อย่างสมบูรณ์

ข่าวล่าสุด

รถไฟความเร็วสูง กรุงเทพฯ-โคราช 90 นาที

โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ระยะที่ 1 (กรุงเทพฯ-โคราช) ระยะทาง 253 กม. มีกำหนดเปิดใช้ประมาณปี 2570-2572 โดยใช้เวลาเดินทางเพียง 90 นาที ด้วยความเร็วสูงสุด

อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวตีกอล์ฟของไทยเป็นถึงอันดับ 3 ของโลก

มีคนตีกอล์ฟทั่วโลกเข้ามาไทยมากที่สุดเป็นอันดับ 3 ของโลก และเป็นอันดับ 1 ของเอเชีย ดึงดูดเม็ดเงินเข้าประเทศได้มหาศาล

KPI Poll | คลังความคิดจากเสียงประชาชน สู่เข็มทิศการเมืองไทย

สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผยผลสำรวจ เรื่อง “ความนิยมและความคาดหวังต่อคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ในสายตาประชาชน”

ด่วน ประกาศปรับขึ้นค่าไฟฟ้ารอบใหม่ ตัวเลขพุ่งสูงกว่าเดิม 

คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานมีมติให้ปรับขึ้นอัตราค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) ประจำงวดเดือนพฤษภาคมถึงสิงหาคม 2569 ซึ่งจะส่งผลให้ภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ข่าวอื่นๆ

สงกรานต์ 2569 เมื่อ “ดีเซล 44 บาท” ทำงานแทนรัฐบาล

วิกฤตการณ์พลังงานที่ผลักดันให้ราคาน้ำมันดีเซลพุ่งสูงขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 44.40 บาทต่อลิตรในช่วงสงกรานต์ปี 2569 กลายเป็นกลไกจำกัดการเดินทางที่ส่งผลรุนแรงยิ่งกว่าการรณรงค์ใดๆ ของภาครัฐ

“ฟรีวีซ่า 93 ประเทศ ดันเศรษฐกิจไทยฟื้น แต่ความเสี่ยงอาชญากรรมข้ามชาติท้าทายระบบคัดกรอง”

“สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Office on Drugs and Crime ) และ INTERPOL เริ่มสะท้อนแนวโน้มที่ต้องจับตา โดยระบุว่าเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะกลุ่มหลอกลวงออนไลน์และอาชญากรรมไซเบอร์ มีการปรับรูปแบบและเคลื่อนย้ายฐานปฏิบัติการไปยังประเทศที่มีมาตรการเข้าเมืองผ่อนคลายมากขึ้น

จาก One Bangkok ถึง Dusit Central Park ไทยประกาศศักดามหาอำนาจไลฟ์สไตล์โลก

การเกิดขึ้นของอภิมหาโครงการอย่าง One Bangkok และการกลับมาของ Dusit Central Park ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มพื้นที่ค้าปลีก แต่คือการประกาศชัดว่ากรุงเทพฯ ได้วิวัฒนาการสู่ศูนย์กลางไลฟ์สไตล์ระดับโลกที่นานาชาติยอมรับในเชิงรสนิยม