วันศุกร์, เมษายน 17, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHTวิกฤตศรัทธา "กัน จอมพลัง" กับเงินบริจาคกว่า 200 ล้าน

วิกฤตศรัทธา “กัน จอมพลัง” กับเงินบริจาคกว่า 200 ล้าน

เผยแพร่

spot_img

  มูลนิธิ “กัน จอมพลัง ช่วยสู้” ซึ่งระดมเงินบริจาคจากสาธารณชนได้มากกว่า 200 ล้านบาท กำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตความเชื่อมั่นครั้งใหญ่ หลังถูกตรวจสอบเข้มข้นถึงโครงสร้างการบริหารจัดการและความโปร่งใสทางกฎหมาย 

                         โดยเฉพาะประเด็นที่ผู้ก่อตั้งและผู้รณรงค์หลักไม่ได้มีตำแหน่งกรรมการอย่างเป็นทางการ และข้อบังคับที่ระบุให้โอนทรัพย์สินที่เหลือแก่ “มูลนิธิธรรมนัส พรหมเผ่า” หากมีการยุบเลิก ทำให้เกิดคำถามถึงแรงจูงใจและความสัมพันธ์เชิงผลประโยชน์แอบแฝง ซึ่งเป็นจุดบกพร่องที่ส่งผลกระทบต่อหลักธรรมาภิบาลขององค์กรสาธารณกุศลอย่างรุนแรง

                        แม้ กัน จอมพลัง จะออกมาชี้แจงและยืนยันความบริสุทธิ์ใจ โดยอ้างว่าข้อบังคับดังกล่าวกระทำไปตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่และได้สั่งการให้ แก้ไขข้อ 39 โดยจะเปลี่ยนผู้รับโอนทรัพย์สินเป็น มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ พร้อมทั้งประกาศจะเข้ารับตำแหน่งประธานมูลนิธิด้วยตนเองเพื่อสร้างความเชื่อมั่นอย่างชัดเจน 

                       อย่างไรก็ตาม ข้อกังขาเรื่องการกล่าวคำเท็จยังคงอยู่ เมื่อกรณีการบริจาคเสื้อเกราะระดับ 4 ให้หน่วยทหารแนวหน้าปรากฏหลักฐานหนังสือขอความอนุเคราะห์จากหน่วยงานในพื้นที่ (ตชด./ทหารพราน) จริง แต่โฆษกกองทัพบกยืนยันว่ากองทัพไม่ได้ขาดแคลนและไม่มีนโยบายรับบริจาค แต่รับไว้ด้วยน้ำใจ 

                     ความขัดแย้งระหว่าง “ความต้องการระดับหน้างาน” กับ “นโยบายระดับกองทัพ” เป็นสิ่งที่มูลนิธิต้องเร่งเปิดเผยรายการใช้จ่ายและเอกสารทั้งหมดต่อสาธารณะ เพื่อให้เงินทุกบาททุกสตางค์ตอบโจทย์ผู้บริจาคได้อย่างปราศจากข้อสงสัย

                    เป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจอย่างยิ่งที่ “กัน จอมพลัง” ซึ่งเชี่ยวชาญในการแฉความไม่ชอบมาพากลของผู้อื่น กลับพลาดท่าอย่างง่ายดายด้วย “ลายเซ็นที่ปรากฏในข้อบังคับมูลนิธิ” ของตนเอง การระบุชื่อมูลนิธิการเมืองในวรรคสุดท้ายของเอกสารสำคัญทางกฎหมาย ได้จุดชนวนให้เงินบริจาคกว่า 200 ล้านบาท ถูกลดทอนความศักดิ์สิทธิ์ลงทันที

                   ความปรารถนาดีที่เกิดขึ้นจากความเร่งรีบและไม่รอบคอบ ได้กลายเป็นอาวุธย้อนกลับมาทิ่มแทงตัวเอง และทำให้ภารกิจ “ช่วยสู้” ต้องกลายเป็นการ “สู้” เพื่อพิสูจน์ว่าตนไม่ได้เป็นเครื่องมือทางการเมืองใดๆ ซึ่งแสดงให้เห็นว่า การต่อสู้เพื่อความโปร่งใสต้องเริ่มต้นด้วยความโปร่งใสของตนเองก่อน แม้แต่ในตัวอักษรสุดท้ายของข้อบังคับก็ตาม

ข่าวล่าสุด

สงกรานต์ 2569 เมื่อ “ดีเซล 44 บาท” ทำงานแทนรัฐบาล

วิกฤตการณ์พลังงานที่ผลักดันให้ราคาน้ำมันดีเซลพุ่งสูงขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 44.40 บาทต่อลิตรในช่วงสงกรานต์ปี 2569 กลายเป็นกลไกจำกัดการเดินทางที่ส่งผลรุนแรงยิ่งกว่าการรณรงค์ใดๆ ของภาครัฐ

อิหร่านขู่ปิดตาย “ทะเลแดง” โต้กลับสหรัฐฯ ปิดล้อมท่าเรือ

ผู้บัญชาการกองบัญชาการทหารร่วมของอิหร่านออกมาเตือนว่า อิหร่านจะทำการสกัดกั้นการส่งออกและนำเข้าอย่างสมบูรณ์ครอบคลุมทั้งภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย (Persian Gulf), ทะเลโอมาน (Sea of Oman) และทะเลแดง

มีภาพหนึ่ง…เงียบ ๆ แต่ “ทรงพลัง” ยิ่งกว่าสิ่งใด

ป้ายเล็กๆ ในซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งหนึ่งในอิหร่าน เขียนด้วยลายมือธรรมดา Take What You Need,Pay after War. “หยิบสิ่งที่คุณต้องการไปก่อน แล้วค่อยจ่ายหลังสงคราม”

The AI Layoff Trap หรือ กับดักการปลดพนักงานด้วย AI

Brett Hemenway Falk และ Gerry Tsoukalas ได้ใช้คณิตศาสตร์มาพิสูจน์ความจริงที่น่าขนลุก พวกเขาค้นพบว่าบริษัทที่กำลังนำ AI มาแทนที่มนุษย์นั้น แท้จริงแล้วกำลังผลักดันระบบเศรษฐกิจไปสู่ความพินาศ

ข่าวอื่นๆ

สงกรานต์ 2569 เมื่อ “ดีเซล 44 บาท” ทำงานแทนรัฐบาล

วิกฤตการณ์พลังงานที่ผลักดันให้ราคาน้ำมันดีเซลพุ่งสูงขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 44.40 บาทต่อลิตรในช่วงสงกรานต์ปี 2569 กลายเป็นกลไกจำกัดการเดินทางที่ส่งผลรุนแรงยิ่งกว่าการรณรงค์ใดๆ ของภาครัฐ

“ฟรีวีซ่า 93 ประเทศ ดันเศรษฐกิจไทยฟื้น แต่ความเสี่ยงอาชญากรรมข้ามชาติท้าทายระบบคัดกรอง”

“สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Office on Drugs and Crime ) และ INTERPOL เริ่มสะท้อนแนวโน้มที่ต้องจับตา โดยระบุว่าเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะกลุ่มหลอกลวงออนไลน์และอาชญากรรมไซเบอร์ มีการปรับรูปแบบและเคลื่อนย้ายฐานปฏิบัติการไปยังประเทศที่มีมาตรการเข้าเมืองผ่อนคลายมากขึ้น

จาก One Bangkok ถึง Dusit Central Park ไทยประกาศศักดามหาอำนาจไลฟ์สไตล์โลก

การเกิดขึ้นของอภิมหาโครงการอย่าง One Bangkok และการกลับมาของ Dusit Central Park ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มพื้นที่ค้าปลีก แต่คือการประกาศชัดว่ากรุงเทพฯ ได้วิวัฒนาการสู่ศูนย์กลางไลฟ์สไตล์ระดับโลกที่นานาชาติยอมรับในเชิงรสนิยม