วันอังคาร, มกราคม 27, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกเสียงอิสระประชาชนอธิบายคดีขายหุ้นชินคอร์ปอเรชั่นที่ศาลฎีกาสั่งทักษิณ ชินวัตรจ่าย 1.76หมื่นล้านบาท

อธิบายคดีขายหุ้นชินคอร์ปอเรชั่นที่ศาลฎีกาสั่งทักษิณ ชินวัตรจ่าย 1.76หมื่นล้านบาท

เผยแพร่

spot_img

1.เดิมกรมสรรพากรประเมินเรียกเก็บภาษีจากนายพานทองแท้ และนางสาวพิณทองทา บุตร-ธิดานายทักษิณ  17,600 ล้านบาทเศษ จากผลประโยชน์จากการขายหุ้นบริษัทชินคอร์ปอเรชั่นให้กองทุนเทมาเส็กของรัฐบาลสิงคโปร์  แต่บุคคลทั้งสองต่อสู้ว่าผู้ต้องเสียภาษีที่แท้จริงคือนายทักษิณ เพราะเป็นเจ้าของหุ้นและผลประโยชน์ที่แท้จริง   

2. ศาลภาษีอากรกลางพิจารณาแล้วพิพากษาให้บุคคลทั้งสองชนะคดี กรมสรรพากรไม่อุทธรณ์  และไม่ยอมออกหมายเรียกและประเมินภาษีจากนายทักษิณ  ผู้ต้องเสียภาษีที่แท้จริง ทั้งที่ยังอยู่ในกำหนดเวลาที่สามารถออกหมายเรียกและประเมินภาษีได้

3.ต่อมาเดือนมีนาคม 2560 ซึ่งคดีจะครบอายุความ 10 ปี สำหรับการประเมินภาษีนายทักษิณ รัฐบาลพลเอกประยุทธ จันทร์โอชา ได้แจ้งให้กรมสรรพากรประเมินภาษีนายทักษิณตามคำแนะนำของสตง.        

4.กรมสรรพากรจึงประเมินภาษี 17,600 ล้านบาทเศษนายทักษิณ 

5.นายทักษิณต่อสู้ว่ากรมสรรพากรไม่ได้ออกหมายเรียกตนก่อนประเมินภาษี จึงประเมินภาษีตนไม่ได้                                              6.กรมสรรพากรโต้แย้งว่ากรมสรรพากรออกหมายเรียกตรวจสอบภาษีนายพานทองแท้และนางสาวพิณทอง ตัวแทน ถือว่าออกหมายเรียกตรวจสอบภาษีนายทักษิณ ซึ่งเป็นตัวการแล้ว 

7.ศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้นายทักษิณชนะคดี ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษพิพากษายืน โดยให้เหตุผลว่าการออกเรียกตรวจสอบภาษีตัวแทนไม่ถือว่าออกหมายเรียกตรวจสอบภาษีตัวการด้วย 

8.กรมสรรพากรยื่นฎีกา 

9.ศาลฎีกาพิพากษากลับให้กรมสรรพากรชนะคดี นายทักษิณจึงต้องชำระภาษีให้กรมสรรพากร 17,600 ล้านบาทเศษ 

10.คำพิพากษาศาลฎีกาถูกต้องและเป็นธรรม เพราะผู้ต้องเสียภาษีที่แท้จริงคือนายทักษิณ บุตรทั้งสองเป็นเพียงตัวแทน และหลังจากศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้บุตรทั้งสองชนะคดีเนื่องจากไม่ใช่ผู้ต้องเสียภาษีที่แท้จริงแล้ว กรมสรรพากรควรออกหมายเรียกตรวจสอบและประเมินภาษีนายทักษิณซึ่งขณะนั้นยังอยู่ในกำหนดเวลา 5 ปีที่กรมสรรพากรมีอำนาจออกหมายเรียกได้ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 19 และ 20 แต่กรมสรรพากรก็เพิกเฉยไม่ดำเนินการ จนเดือนสุดท้ายที่คดีจะขาดอายุความ กรมสรรพากรจึงยอมประเมินภาษีตามที่รัฐบาลพลเอกประยุทธ แจ้งให้ดำเนินการตามคำแนะนำของ สตง. 

11.หากศาลฎีกาไม่พิพากษากลับให้นายทักษิณตัวการที่แท้จริงเสียภาษี ก็เท่ากับศาลฎีกายอมให้มีการเลี่ยงภาษี (Unacceptable /Abusive Tax Avoidance)โดยการใช้ตัวแทนหรือ Nominee และรัฐไม่ได้ภาษีจากการเพิกเฉยของเจ้าหน้าที่กรมสรรพากร

12.ศาลฎีกาจึงต้องอาศัยความถูกต้องและเป็นธรรมพิพากษากลับคำพิพากษาศาลล่างทั้งสองให้นายทักษิณเสียภาษี                                        

13.ปัจจุบันป.ป.ช.กำลังสอบสวนเจ้าหน้าที่กรมสรรพากรที่ละเว้นไม่ยอมออกหมายเรียกและประเมินภาษีนายทักษิณตั้งแต่ศาลภาษีอากรกลางพิพากษาว่าผู้ต้องเสียภาษีที่แท้จริงคือนายทักษิณ ไม่ใช่บุตรทั้งสองซึ่งเป็นเพียงตัวแทน

(ดูคำพิพากษา หน้า 53)

ข่าวล่าสุด

“ข่าวปลอม” … Fake News ภัยคุกคามระดับโลก !  วิกฤตความจริงในสังคมโลกยุคดิจิทัล

”ข่าวปลอม“ หรือ Fake News ได้พัฒนาเป็นภัยคุกคามเชิงโครงสร้างของระบบข้อมูลข่าวสารโลก ไม่จำกัดอยู่เพียงความผิดพลาดทางสื่อ แต่กลายเป็นปัญหาที่ส่งผลต่อชีวิต เศรษฐกิจ และการเมืองโดยตรง

จีนพัฒนา ‘ชิปเส้นใย’ บางกว่าเส้นผม ฝังพลังประมวลผลในผ้า-อุปกรณ์ฝังสมอง

นักวิทยาศาสตร์จีนพัฒนา "ชิปเส้นใย" (fiber chip) ยืดหยุ่นและมีลักษณะคล้ายเส้นด้าย ซึ่งสามารถทอรวมเข้าไปในเนื้อผ้าได้ ความก้าวหน้านี้อาจนำไปสู่สิ่งทอที่ทำหน้าที่เป็นจอแสดงผลแบบโต้ตอบ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ฝังในสมองขั้นสูงที่สามารถประมวลผลสัญญาณภายใน และระบบสัมผัสในโลกเสมือนจริงที่สมจริงยิ่งขึ้น

นิทรรศการศิลปะ “วาดจากใจ”

นิทรรศการซึ่งถ่ายทอดผลงานศิลปะจากหัวใจ ของศิลปินแห่งความหลากหลาย เพื่อยกย่องคุณค่า ความสามารถ และศักยภาพของกลุ่มคนผู้ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ

“เบื้องหลัง” กะเหรี่ยง ..กอทูเล  ...

สแกนแผนลึกเนปิดอว์ แบ่งแยกแล้วปกครอง ฉกฉวยรอยแยกชาติพันธุ์ ขยี้ปีกทายาทนักสู้ จับตาหมากรุกมหาอำนาจ สหรัฐฯ-จีน ในสงครามตัวแทนที่ปิดไม่มิด และบทพิสูจน์ชั้นเชิงอธิปไตยไทย

ข่าวอื่นๆ

พี่น้องครับ!  อย่าคิดว่าเรื่องธนาคารในกัมพูชาล่มจะเป็นเรื่องไกลตัวนะครับ!

ท่อน้ำเลี้ยงของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ดูดเงินคนไทยไปนับหมื่นล้าน มันถูกซุกไว้ที่ "ปรินซ์ แบงก์" (Prince Bank) และตอนนี้มันกำลัง "แตกรัง"

ไหนๆ ก็ไหนๆ มาตามคำเรียกร้อง Q&A ภาค 2

ถาม เมืองไทยไม่มีคนดีเลยหรือ ตอบ มีมากมาย ดีแต่พูด ดีแต่คุย ดีแต่โม้ ดีแต่วางนโยบาย ดีแต่ขายฝัน ดีแต่...

งานวิจัยทั้งด้านโครงสร้างทางวิศวกรรมและ ลักษณะดินทางธรณีวิทยา

พบอันตรายของถนนพระราม 2 โดยเฉพาะใต้ชั้นดิน ทางธรณีเรียกว่าแอ่งพรุน้ำซึมตลอด ทดลองหลายครั้ง ถมทรายลงไปจำนวนมาก  แต่แล้วไม่ช้าน้ำก็เอ่อเข้ามาให้ดินยวบยาบเหมือนเดิม