วันพฤหัสบดี, เมษายน 16, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกเศรษฐกิจ การเงินสินค้านำเข้าทุกชิ้น! ต้องเสียภาษี ‘ศุลกากร’

สินค้านำเข้าทุกชิ้น! ต้องเสียภาษี ‘ศุลกากร’

เผยแพร่

spot_img

 เริ่ม  1  ม.ค. 69 —  สั่งของจากจีนเตรียมจ่ายเพิ่ม?

ล่าสุด กรมศุลกากรประกาศชัดครับ ตั้งแต่วันที่  1  มกราคม  2569  เป็นต้นไป

สินค้านำเข้าจากต่างประเทศ จะถูกจัดเก็บภาษีศุลกากรและ  VAT  ทุกชิ้น! ไม่มีข้อยกเว้นแม้แต่มูลค่า “หลักสิบบาท

ก่อนหน้านี้เกิดอะไรขึ้น?

    ที่ผ่านมา ถ้าเราซื้อของจากต่างประเทศผ่าน  Shopee / Lazada / Temu / AliExpress

 แล้วราคาสินค้าต่ำกว่า  1,500  บาทจะไม่ต้องเสียภาษีและ  VAT เพราะอยู่ภายใต้ข้อยกเว้นที่เรียกว่า “ De Minimis Value”  เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับสินค้าราคาถูกหรือพัสดุส่วนบุคคล

   แต่ปัญหาคือ…ระบบนี้ทำให้สินค้า “ราคาถูกจากต่างประเทศ” ทะลักเข้ามาแข่งกับผู้ค้าภายในประเทศที่ต้องเสียภาษีเต็ม ๆ กลายเป็นการค้าที่ไม่เป็นธรรมต่อ  SME  ไทย

ศุลกากรเลยตัดสินใจ “ยกเลิกเพดานขั้นต่ำ”

    นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร ระบุว่า “เริ่ม  1  ม.ค.  69  สินค้าที่มีมูลค่าเกิน  1  บาท ก็ต้องเสียภาษีแล้วครับ” พูดง่าย ๆ คือ…

ไม่มีของฟรีภาษีอีกต่อไป!

    คาดว่าจะจัดเก็บรายได้เพิ่มเข้ารัฐได้กว่า  3,000  ล้านบาทต่อปี

โดยมีอัตราเฉลี่ย อากรนำเข้า ( Import Duty)  ราว  10%  /   ภาษีมูลค่าเพิ่ม ( VAT)  อีก  7%

 จะกระทบยังไงกับคนทั่วไป?

    1.  คนที่ชอบสั่งของจากต่างประเทศ (จีน / เกาหลี / อเมริกา)

        →  ของทุกชิ้นจะมีภาษีเพิ่ม ไม่ว่าราคาจะเท่าไหร่

        →  โดยเฉพาะของเล็ก ๆ เช่น เคสมือถือ, ถุงเท้า, ของตกแต่งบ้าน ฯลฯ

    2.  ร้านค้าไทย ( SME /  แม่ค้าออนไลน์)

        →  จะได้เปรียบมากขึ้น เพราะสินค้าจากต่างประเทศจะไม่สามารถ “ขายราคาต่ำจนตัดตลาด” ได้เหมือนเดิม

    3.  แพลตฟอร์ม  E-commerce  ใหญ่

        → Shopee / Lazada / Temu / AliExpress

        จะต้องส่ง “ข้อมูลสินค้าและมูลค่า” ให้กรมศุลกากรตรวจสอบ เพื่อคำนวณภาษีอัตโนมัติ (กำลังจะมีการประชุมร่วมวันที่  7  พ.ย. นี้)

แล้วจะคำนวณยังไง?

   สมมติสั่งของ  500  บาท จากจีน อากรนำเข้า  10% = 50  บาท  VAT 7%  ของ ( 500+50) = 38.5  บาท

รวมทั้งหมด  = 588.50  บาท

ที่มา  bangkokbiznews  https://m.pantip.com/topic/43826074-

 อีกหนึ่งในผลงานที่ภูมิใจในการทำงานอย่างเต็มที่ดร.เอกชัย เรืองรัตน์   สมาชิกวุฒิสภา

ข่าวล่าสุด

ความตายที่ทรมานที่สุดในมหาสมุทร

ความจริงคือมันไม่ใช่เรื่องของ การกิน ครับ แต่มันคือเรื่องของ วิธีการ ที่โหดร้ายจนคุณอาจจะจินตนาการไม่ออกเลยว่า ในโลกที่เจริญแล้ว ยังมีวิธีการฆ่าสัตว์ที่เลือดเย็นขนาดนี้เหลืออยู่อีกเหรอ

“ฟรีวีซ่า 93 ประเทศ ดันเศรษฐกิจไทยฟื้น แต่ความเสี่ยงอาชญากรรมข้ามชาติท้าทายระบบคัดกรอง”

“สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Office on Drugs and Crime ) และ INTERPOL เริ่มสะท้อนแนวโน้มที่ต้องจับตา โดยระบุว่าเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะกลุ่มหลอกลวงออนไลน์และอาชญากรรมไซเบอร์ มีการปรับรูปแบบและเคลื่อนย้ายฐานปฏิบัติการไปยังประเทศที่มีมาตรการเข้าเมืองผ่อนคลายมากขึ้น

เจเร็ด คุชเนอร์:คนที่ทำให้ตะวันออกกลางน่ากลัวขึ้นในคืนนี้

The Guardian รายงานว่า Kushner กำลังช่วยเจรจาดีลในตะวันออกกลาง ขณะเดียวกันก็เดินหน้าหาเงินเพิ่มอย่างน้อย 5,000 ล้านดอลลาร์ให้กองทุน Affinity Partners ของตัวเอง

“คนที่สู้ชีวิตอยู่ในไทยมาทั้งชีวิต เสียภาษีทุกเดือน ได้เบี้ยเท่ากันกับคนที่เพิ่งกลับมา”

การมีส่วนร่วมกับระบบ เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุไม่ได้ผุดขึ้นมาเอง มันมาจากภาษีของคนที่ทำงาน จ่าย VAT จ่ายภาษีเงินได้ และร่วมสร้างเศรษฐกิจไทยมาตลอด

ข่าวอื่นๆ

IMF ปรับลดคาดการณ์การเติบโตเศรษฐกิจโลกจากผลกระทบสงครามอิหร่าน เตือนว่าอาจเลวร้ายลงกว่านี้

Pierre-Olivier Gourinchas ที่ปรึกษาเศรษฐกิจของ IMF เขียนในรายงาน World Economic Outlook ฉบับล่าสุด เขาเสริมว่า ความขัดแย้งนี้ยังอาจนำไปสู่วิกฤตพลังงานระดับโลก “ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน”

บริการรถไฟขนส่งสินค้าทางรางแบบครบเส้นทาง จีน-ลาว-ไทย เปิดให้บริการแล้ว ส่งผลไม้สดจากอาเซียนสู่จีน

รถไฟขนส่งสินค้าแบบควบคุมอุณหภูมิ (cold-chain) จีน-ลาว-ไทย บรรทุกทุเรียนสดจากประเทศไทย ออกเดินทางเมื่อวันจันทร์ที่ 30 มีนาคม2569 ถือเป็นการเปิดเส้นทางขนส่งข้ามพรมแดนใหม่สำหรับผลไม้

“โสภณ” อดีตมือแก้วิกฤตน้ำมันยุคป๋าเปรม อัดรัฐบาลขึ้นราคาเอื้อนายทุน ปล่อยฟันกำไรสต๊อกเก่ากว่า 1.6 หมื่นล้าน ชี้ “น้ำมันไม่ขาด แต่ขาดความสุจริต”

นายโสภณ สุภาพงษ์ อดีตรองผู้ว่าการ ปตท. และผู้ก่อตั้งบริษัท บางจากฯ เจ้าของรางวัลรามอน แมกไซไซ ออกโรงวิพากษ์วิจารณ์การแก้ปัญหาวิกฤตพลังงานของรัฐบาลชุดปัจจุบันผ่านเพจเฟซบุ๊ก "วิถีคิด" อย่างดุเดือด โดยชี้ว่าการปรับขึ้นราคาน้ำมันล่าสุดโดยไม่มีการตรวจสอบสต๊อกเก่า เป็นการเปิดทางให้กลุ่มผู้ค้าน้ำมันและนักการเมืองกวาดกำไรจากประชาชนไปมากกว่า 16,000 ล้านบาทในทันที