คุณปราโมทย์ ไม้กลัด อดีตอธิบดีกรมชลประทาน ที่ทำงานกับในหลวง รัชกาลที่ 9 มานาน บอกว่า
พระองค์ทรงแก้ปัญหาน้ำไว้รอบด้าน แต่ผู้มีอำนาจหน้าที่ไม่นำไปปฎิบัติ
พระองค์เคยมีรับสั่งให้ทำแก้มลิงที่หนองงูเห่าเป็นที่พักน้ำจากเหนือไม่ให้ท่วมกรุงเทพฯ และทำเป็นฟลัดเวย์ระบายน้ำลงทะเล แต่นักการเมืองไม่ฟัง เอาไปทำเป็นสนามบิน (สุวรรณภูมิ)
ทำให้ปีไหนน้ำจากเหนือไหลลงมามาก เช่นปีนี้ ก็ต้องกักน้ำไว้ที่อยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี ฯลฯ เพื่อไม่ให้เข้ากรุงเทพฯ สร้างปัญหาความเดือดร้อนและความเสียหายทางเศรษฐกิจให้ปชช.ในจังหวัดนั้นๆ และโดยเฉพาะเกษตรกร
ที่หาดใหญ่ก็เช่นกัน
ราว 30 ปีก่อน น้ำท่วมหนัก รัชกาลที่ 9 ต้องเสด็จลงพื้นที่ด้วยพระองค์เอง และทรงพบว่าการสร้างถนนลพบุรีราเมศวร์ รวมถึงทางรถไฟ ถูกสร้างขวางทางน้ำ ปิดกั้นการไหลของสายน้ำ
พระองค์จึงมีรับสั่งเพิ่มช่องระบายน้ำใต้ถนนลพบุรีราเมศวร์ และให้กรมชลประทานดำเนินการก่อสร้างคลอง “ภูมินาถดำริ” ความยาว 21 กม.เพื่อช่วยระบายน้ำ หลังจากนั้นน้ำก็ไม่เคยท่วมหาดใหญ่ แต่วันนี้กลับมาเกิดเหตุอีก เพราะคนรุ่นหลังละเลย อุโมงค์ระบายน้ำ คลองระบายน้ำอุดตัน ถนนลพบุรีราเมศวร์ที่เคยมีแนวทางระบายน้ำกลับกลายเป็นกำแพงยักษ์สูงหนือหลังคาบ้านของปชช. ทำให้สายน้ำจากฝนที่ตกมาอย่างหนักไหลไม่ได้ จนเอ่อล้นท่วมเมือง
ที่ จ.จันทบุรี ในอดีตก็มีปัญหาน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมเมืองซ้ำซาก
รัชกาลที่ 9 จึงมีพระราชดำรัสให้ขุดคลองคู่ขนานแม่น้ำจันทบุรี เพื่อช่วยระบายน้ำลงทะเล และพระราชทานนามว่า “คลองภักดีรำไพ”ระยะทางกว่า 10 กม. โครงการสำเร็จก่อนพระองค์สวรรคต แค่ปีเศษ พระองค์ทรงห่วงใยราษฎรจนแทบวาระสุดท้ายของชีวิต
หลังจากนั้นมาถึงวันนี้ น้ำไม่เคยล้นตลิ่งเข้าท่วมเมืองจันท์อีกเลย

สุดท้ายนี้ขอส่งกำลังให้กับพี่น้องชาวหาดใหญ่ สงขลา และจังหวัดอื่นๆ ที่ประสบปัญหาอุทกภัย ขอให้ปลอดภัย ขอให้ทุกอย่างผ่านพ้นในเร็ววัน และขอส่งกำลังใจให้กับ จนท.ที่เข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัย ทุกท่าน
ปล.ภาพคลองภักดีรำไพ จ.จันทบุรี
ขอบคุณเจ้าของภาพ
(ที่มา เฟซบุ้ค กรกช วัฒนาศาสตร์)



