เมื่อวันที่ 28 พ.ย. 68 นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ว่า ขณะนี้มีจังหวัดที่ได้รับผลกระทบรวม 7 จังหวัด โดยมีจังหวัดสงขลาเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด
โฆษกประจำสำนักนายกฯ ได้แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อความสูญเสียที่เกิดขึ้น โดยเปิดเผยว่าตัวเลขผู้เสียชีวิตจากสถานการณ์น้ำท่วมที่รวบรวมได้ล่าสุดนั้น คาดว่าน่าจะสูงถึงเกือบ 200 ราย รัฐบาลได้ให้คำมั่นว่าจะเร่งรัดการช่วยเหลือเยียวยาครอบครัวผู้ประสบภัยให้มีความรวดเร็วและดีที่สุด เพื่อเป็นการแสดงความเสียใจและปรารถนาที่จะแบ่งเบาภาระของผู้ประสบภัย
ขณะที่กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสงขลา รายงานว่ามีพื้นที่ได้รับผลกระทบแล้ว 16 อำเภอ 129 ตำบล 982 หมู่บ้าน 258 ชุมชน รวม 403,053 ครัวเรือน ประชาชน 1,111,715 คน โดยมีผู้ต้องอพยพ 37,654 คน และมีรายงานผู้เสียชีวิตจากการจมน้ำ 55 ราย
สำหรับอำเภอหาดใหญ่ เป็นพื้นที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด ครอบคลุม 15 ตำบล 57 หมู่บ้าน และ 162 ชุมชน มีประชาชนกว่า 243,778 คน ประสบปัญหาน้ำท่วม และต้องอพยพรวม 16,101 คน โดยจังหวัดได้เปิดศูนย์พักพิงรวม 16 แห่ง ทั้งในมหาวิทยาลัย โรงเรียน วัด สำนักงานท้องถิ่น และศูนย์พัฒนาสังคม หลายจุดมีผู้ประสบภัยเข้าพักแน่นเต็มกำลังรองรับ เช่น มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ที่รองรับได้ 9,000 คน ปัจจุบันเข้าพักแล้วกว่า 6,500 คน และโรงเรียนหาดใหญ่รัฐประชาสรรค์ที่รองรับได้ 3,500 คน เข้าพักแล้ว 2,800 คน
ในส่วนของโครงสร้างพื้นฐาน มีความเสียหายเกิดขึ้นเป็นบริเวณกว้าง ทั้งถนน 228 สาย สะพาน 12 แห่ง โรงเรียน 41 แห่ง วัด 38 แห่ง และมีบ้านเรือนเสียหายทั้งหลัง 2 หลัง รวมถึงเสียหายบางส่วนกว่า 1,074 หลัง ขณะเดียวกัน พื้นที่การเกษตรได้รับผลกระทบรวมกว่า 26,000 ไร่ โดยเฉพาะพื้นที่พืชไร่ นาข้าว สวนผลไม้ และบ่อปลาในหลายอำเภอ



