จริงไหม ?

เผยแพร่

spot_img

ราชทัณฑ์โชว์ความอัปยศเหนือกว่าตำรวจ

   30 ล้านบาท…? ห้องลับใต้บันได… ?หญิงสาวจากสนามบิน… ? เรื่องราวที่สะท้อนความอัปยศของราชทัณฑ์ไทย เปิดโปงอภิสิทธิ์และคอร์รัปชันที่ซ่อนอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ

                          ราชทัณฑ์ระดับสูงสร้างห้องลับใต้บันได จัดอาหารสุดหรู อุปกรณ์ส่วนตัว และหญิงสาวเพื่อเอื้อประโยชน์ผู้ต้องขังพิเศษ การกระทำเหล่านี้ไม่เพียงละเมิดกฎหมาย แต่ยังทำลาย จริยธรรมและความน่าเชื่อถือขององค์กร เจ้าหน้าที่บางรายถูกบังคับให้เกี่ยวข้องหรือถูกโยงว่ามีส่วนร่วม แม้ไม่ได้กระทำโดยตรง ส่งผลให้ภาพลักษณ์ของราชทัณฑ์เสื่อมเสียหนัก

                         สื่อหลายแห่งรายงานตรงกันว่า นักโทษกลุ่มนี้เป็นผู้ “ออกเงินเอง” เพื่อปรับปรุงห้องลับใต้บันได รวมถึงจ่ายค่าบริการต่าง ๆ โดยมีการประเมินว่ามูลค่าอาจสูงถึงระดับหลายล้านบาทต่อเดือน และมีบางแหล่งข่าวระบุสูงสุดถึง “30 ล้านบาทต่อเดือน” สำหรับแพ็กเกจบริการ วีไอพี ที่ครอบคลุมอาหาร เครื่องใช้ไฟฟ้า พื้นที่พักพิเศษ และการนำหญิงสาวเข้ามาในเรือนจำ

                         คณะกรรมการสอบสวนของกระทรวงยุติธรรมได้สั่งย้ายผู้บัญชาการเรือนจำ พร้อมเรียกเจ้าหน้าที่กว่า 19–20 รายที่ถูกโยงให้เข้ามาชี้แจงและถูกสอบสวนทางวินัย ขณะเดียวกันยังมีการขยายผลหาผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม ทั้งในระดับโครงสร้างราชทัณฑ์ ไปจนถึงบุคคลภายนอกที่อาจมีส่วนสนับสนุนหรือใช้ประโยชน์จากระบบอภิสิทธิ์ดังกล่าว

                        การเปิดโปงครั้งนี้ตอกย้ำปัญหาเชิงโครงสร้างของราชทัณฑ์ไทยอย่างลึกซึ้ง และสะท้อนถึงระบบส่วยและอภิสิทธิ์ที่ดำรงอยู่เป็นเวลานาน นำไปสู่ความจำเป็นที่รัฐบาลต้องเร่งปฏิรูประบบราชทัณฑ์ ตรวจสอบเส้นทางเงินในเรือนจำ ปรับมาตรการกำกับดูแล และฟื้นฟูความเชื่อมั่นของประชาชนที่ลดลงอย่างหนักในช่วงเหตุการณ์นี้

                        ผลกระทบไม่จำกัดแค่เจ้าหน้าที่และผู้ต้องขังทั่วไป แต่ขยายไปยัง โครงสร้างกระบวนการยุติธรรม การเอื้อประโยชน์และรับส่วยเป็นระบบ ความเชื่อมั่นของประชาชนลดลงอย่างรุนแรง การสืบสวนยังพบว่ามีผู้เกี่ยวข้องอีกหลายรายที่ต้องตรวจสอบ การรื้อค้นความจริงยังคงดำเนินต่อไปเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ

                      พฤติการณ์น่าอับอายที่เกิดขึ้นเมื่อเทียบกับกรณีทุจริตของตำรวจ ราชทัณฑ์สะท้อนความอัปยศเหนือกว่า เพราะเป็นหน่วยงานที่ควบคุมผู้ต้องขังและควรคงความยุติธรรมภายในเรือนจำ ขณะที่ตำรวจแม้มีคดีทุจริต ก็ยังอยู่ในสายตาสาธารณะ การละเมิดโดยราชทัณฑ์จึงสะท้อนถึง ความอ่อนแอของการกำกับภายใน อย่างชัดเจน

                        แนวทางแก้ไขต้องรวมทั้ง ตรวจสอบโครงสร้างภายใน, แยกเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจริงกับผู้ถูกบังคับ, ป้องกันอภิสิทธิ์ผู้ต้องขัง, สร้างมาตรฐานสากลที่ตรวจสอบย้อนกลับได้อย่างมีประสิทธิ์ที่แม่นยำรวดเร็ว

                       ความจำเป็นเร่งด่วนที่ละเลยไม่ได้  นายกรัฐมนตรีต้องรีบจัดการกับกลุ่มข้าราชการที่กระทำผิดร้ายแรงทั้งหมดอย่างเด็ดขาดและรวดเร็ว ก่อนพ้นวาระยุบสภาใน 4 เดือนตาม MOA เพื่อฟื้นฟูความน่าเชื่อถือและป้องกันการละเมิดซ้ำ

-3/12/2568    “ชัยทัศน์“  ผู้เขียน

ข่าวล่าสุด

จม.รักอาม่า  ดังสนั่นแผ่นดินใหญ่ ททท.คาดปลุกคนจีน เที่ยวไทย

ภาพยนตร์เรื่องนี้ ทำหน้าที่ขยี้หัวใจของชาวจีนแต้จิ๋วโพ้นทะเล เล่าเรื่องราวความผูกพันผ่านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมร่วมกันได้อย่างงดงาม ประกอบกับการดึงคนไทยเชื้อสายจีนมาร่วมถ่ายทอด ยิ่งทำให้คนดูชาวจีนอินและตระหนักว่า “ไทย-จีน ใช่อื่นไกล พี่น้องกัน”

“จอมทัพไทย” ผู้ทะยานสู่ฟากฟ้าด้วยพระอัจฉริยภาพ “กษัตริย์นักบิน”

“จอมทัพไทย” ผู้ทะยานสู่ฟากฟ้าด้วยพระอัจฉริยภาพ “กษัตริย์นักบิน” จากระเบียบวินัยอันเคร่งครัดสู่พระราชปณิธาน “สืบสาน-รักษา-และต่อยอด” เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาประชาราษฏร์

โรคหลอดเลือดสมองและหัวใจ พุ่งสูง

สถานการณ์ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองและโรคหลอดเลือดหัวใจเฉียบพลันในประเทศไทยรอบ 3 ปีที่ผ่านมา (พศ. 2566 - 2568) แสดงแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากประมาณ 700,000 ราย ขยับขึ้นเป็น 750,000 ราย และแตะระดับ 800,000 รายในปีล่าสุด

7 ชั่วโคตร..จากถนน  “ธนบุรี-ปากท่อ” สู่ “พระราม 2”

ส้นทางคมนาคมขนส่งสายหลักลงสู่ภาคใต้ หรือทางหลวงหมายเลข 35 ที่รู้จักกันในนาม "ถนนพระราม 2" กำลังเผชิญกับวิกฤตความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยอย่างรุนแรง จากกรณีอุบัติเหตุในพื้นที่ก่อสร้างที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ข่าวอื่นๆ

“จอมทัพไทย” ผู้ทะยานสู่ฟากฟ้าด้วยพระอัจฉริยภาพ “กษัตริย์นักบิน”

“จอมทัพไทย” ผู้ทะยานสู่ฟากฟ้าด้วยพระอัจฉริยภาพ “กษัตริย์นักบิน” จากระเบียบวินัยอันเคร่งครัดสู่พระราชปณิธาน “สืบสาน-รักษา-และต่อยอด” เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาประชาราษฏร์

โรคหลอดเลือดสมองและหัวใจ พุ่งสูง

สถานการณ์ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองและโรคหลอดเลือดหัวใจเฉียบพลันในประเทศไทยรอบ 3 ปีที่ผ่านมา (พศ. 2566 - 2568) แสดงแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากประมาณ 700,000 ราย ขยับขึ้นเป็น 750,000 ราย และแตะระดับ 800,000 รายในปีล่าสุด

7 ชั่วโคตร..จากถนน  “ธนบุรี-ปากท่อ” สู่ “พระราม 2”

ส้นทางคมนาคมขนส่งสายหลักลงสู่ภาคใต้ หรือทางหลวงหมายเลข 35 ที่รู้จักกันในนาม "ถนนพระราม 2" กำลังเผชิญกับวิกฤตความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยอย่างรุนแรง จากกรณีอุบัติเหตุในพื้นที่ก่อสร้างที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง