ฝ่าย“ตรงข้าม”หรือ “หอกข้างแคร่”
กระแสภาพร่วมเฟรมระหว่างนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล และ Ben Smith ขยายวงต่อเนื่องเป็นวันที่สอง หลังจากถูกเผยแพร่ออนไลน์ในช่วงเวลาที่อ่อนไหวทางการเมือง จนทำให้เกิดคำถามว่าใครอยู่เบื้องหลังการปล่อยข้อมูลดังกล่าว เดิมทีข้อสงสัยมุ่งไปที่ “ฝ่ายตรงข้าม” แต่การประเมินของหลายสำนักข่าวในวันนี้กลับชี้ว่า กระแสข้อมูลอาจมีต้นทางมาจากเครือข่ายที่อยู่ใกล้ศูนย์อำนาจของรัฐบาลเองมากกว่าที่ประเมินไว้ในช่วงแรก
รายงานของหลายฝ่ายระบุว่า ลักษณะของการปล่อยภาพและการขยายผลสอดคล้องกับรูปแบบปฏิบัติการข้อมูล หรือ IO ที่มีการวางแผนเป็นลำดับขั้น ตั้งแต่การเลือกแพลตฟอร์มกระจายข่าว ไปจนถึงการใช้บัญชีที่ดูปกติในการตั้งกระทู้ตีความ ภาพถูกออกแบบให้กระตุ้นอารมณ์มากกว่าข้อเท็จจริง ทำให้เกิดการแชร์อย่างรวดเร็วก่อนมีการตรวจสอบ ส่งผลให้กระแสสังคมเปลี่ยนทิศภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง แม้รัฐบาลชี้แจงว่าเป็นภาพเก่าจากกิจกรรมสังคมในต่างประเทศ แต่การตั้งคำถามยังคงดำเนินต่อไปเนื่องจากความเร็วของข่าวออนไลน์ทำให้ประเด็นถูกขยายกว้างเกินการควบคุม
นักวิเคราะห์การเมืองหลายรายประเมินว่า การที่พรรคร่วมรัฐบาลบางกลุ่มยังคงรักษาความเงียบในช่วงวิกฤต อาจสะท้อนความตึงเครียดทางการเมืองภายในมากกว่าการโจมตีจากภายนอก โดยมองว่าการปล่อยภาพในช่วงเวลานี้อาจมีเป้าหมายเพื่อสร้างแรงสั่นสะเทือนในแนวร่วมของรัฐบาลเอง การเมืองภายในที่ไม่ลงรอยอาจเป็นเงื่อนไขสำคัญที่ทำให้ปฏิบัติการข้อมูลครั้งนี้ส่งผลกระทบกว้างขึ้นกว่าที่คาดการณ์
สำหรับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตนี ทางรอดในจังหวะแรงกระแทกเช่นนี้ต้องอาศัย “ไอทีสู้ไอที” มากกว่าแค่คำชี้แจงแบบดั้งเดิม วิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดคือการเปิดข้อมูลต้นทางอย่างโปร่งใส อธิบายบริบทของภาพแบบรายเฟรม พร้อมปล่อยหลักฐานเชิงดิจิทัล เช่น ลำดับเวลา และข้อมูลการอยู่ ณ สถานที่จริง เพื่อหักล้างการตีความผิดที่แพร่กระจายอยู่ ขณะเดียวกัน ทีมสื่อออนไลน์ต้องยิงสารที่มีความเร็วใกล้เคียงฝ่ายไอโอ เพื่อยึด “พื้นที่รับรู้” คืนให้ได้ก่อนที่เรื่องจะถูกกำกับโดยฝ่ายตรงข้ามจนไม่สามารถดึงกลับได้อีก
รัฐบาลยามนี้ คง“หวาด”ทั้ง“ฝ่ายตรงข้าม”และ“หวั่น” จาก “หอกข้างแคร่”
ในยุคที่ภาพเพียงใบเดียวสร้างแรงสั่นสะเทือนมากกว่านโยบายทั้งฉบับ นักการเมืองบางคนอาจต้องเริ่มพก “ทีมไอทีฉุกเฉิน” แทนทีมโฆษก เพราะการตั้งโต๊ะแถลงข่าวอาจช้าเกินไปเมื่อเทียบกับความไวของนิ้วที่กดแชร์
ส่วนประชาชนก็ได้แต่หวังว่า ศึกไอโอครั้งต่อไปจะพุ่งชนกันบนข้อเท็จจริง มากกว่าบนภาพที่ใครก็ไม่รู้ตั้งใจปล่อยมาให้เชื่อแบบไม่ต้องใช้เหตุผล
ผู้เขียน “ชัยทัศน์“ 7/12/2568



