หน้าแรกเรื่องสั้นเรื่องสั้น “ต้องฆ่า”

เรื่องสั้น “ต้องฆ่า”

เผยแพร่

spot_img

 เสียงไซเรนตำรวจแผ่วห่างออกไปเรื่อย ๆ

กลิ่นควันจากท่อรถบรรทุกเก่าผสมกลิ่นขยะเน่าเสียลอยมากับลม

                               ดินแดนสลัมใต้สะพานกลางเมืองใหญ่ นิ่งสงัดจนเหมือนถูกแช่แข็ง

                เขาค่อย   ลุกออกจากกองดินที่ขุดทางเท้ามองตามหลังรถตำรวจ แล้วถอนหายใจแบฝ่ามือที่เลือดแดงฉาน

                              หนุ่มใหญ่ อดีตสายลับที่หักหลังองค์กรถูกยิงเฉียดไหล่

                              เลือดไหลเป็นทางจนหยุดแล้วซึมเปื้อนเสื้อ ก้าวช้า ๆ บนทางเดินที่มีเศษแก้วแหลมคม

                              เขาหลบเข้า ห้องเช่าเก่า ไฟกะพริบ แสงเหลืองสลัวสะท้อนฝุ่น

                             โทรศัพท์แตก โทรออกไม่ได้ แขนขวาเจ็บบาดแผลจนยกไม่ได้

                            เสียง ฝีเท้าหนัก ๆ จากด้านนอก ทำให้หัวใจเขาเต้นรัว

                             เขาพยายามจับปืนแน่น  มือสั่นจากความเจ็บปวด

ทันใดนั้น  ประตูถูกเคาะเบา ๆ

                            “ลุง… เปิดให้ผมเข้าก่อน พวกมันกำลังล่าผมอยู่เหมือนกัน!”

                            เด็กวัยรุ่นผอมสูง ใส่เสื้อยืดเก่า หน้าเลอะคราบฝุ่น

ตากลมโตสั่นด้วยความตื่น

                           ลังเล   แต่ในขณะเดียวกันได้ยินเสียงฝีเท้าของนักฆ่าหลายคนใกล้เข้ามา….

                           เขาจึงเปิดรับเด็กเข้ามาอย่างจำใจ

                       “ชื่ออะไร”

                       “เรียกผมง่าย ๆ ว่า เบิ้ม ก็ได้ครับ”

                        การพบกันดูเหมือนบังเอิญ แต่จริง ๆ นี่คือ การตั้งกับดักแห่งโชคชะตา

             “อยู่ตรงนี้ไม่ปลอดภัย”  วัยรุ่นพูดพลางเงี่ยหูฟังเสียงภายนอก

             “ทำไมแกรู้….”

                       “ผมเตร็ดเตร่ย่านนี้จนคุ้น  ถ้าเชื่อผม…ตามผมมา“

                       ”เบิ้ม“  พาเขาหนีออกด้านหลัง ผ่าน ตรอกสกปรก กลิ่นอับชื้นและเศษขยะกระจายเต็มพื้น

                         มุดผ่าน รั้วโรงงานเก่า

                         เสียงกระสุนปืนตามมา ฟาดฟันข้าง ๆ หัวของพวกเขา

                          เสียงหัวใจเต้นกับเสียงฝีเท้าของพวกตามล่าเป็นจังหวะเดียวกัน

                         เขาเดินพลางคิดพลาง…..

เด็กคนนี้…!!

         รู้ทางลัดซ่อนตัว รู้เวลาเปลี่ยนเวรยาม  รู้วิธีวิ่งโดยไม่ให้เสียงสะท้อน

            มันไม่ใช่ความรู้ของเด็กทั่วไป

            หนุ่มใหญ่เริ่มสงสัย แต่ไหล่เขาแทบใช้ไม่ได้แล้ว

มือขวามันปวดร้าวจนยกไม่ขึ้นจนต้องพึ่งพาเด็ก

            ทั้งสองเดินวิ่งผสมกันจนมาถึง ตึกแถวปิดกิจการ หยุดตรงประตูหลังล่ามโซ่

           ภายในเงียบเหมือนถูกเตรียมไว้

           ฝุ่นหนานุ่มเกาะพื้น ฝ้าเพดานบางส่วนร่วงลงเป็นเศษผง

         “เบิ้ม” ปิดประตู ล็อก อย่างคล่องแคล่วเหมือนทำอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน

                 เขาหันไปสบตาเหมือนค้นหาความจริง หนุ่มตรงหน้ายิ้มเจือจางแล้วพูดเบา ๆ พอได้ยิน

               “ตรงนี้ปลอดภัยครับลุง”

                 ชายหนุ่มไม่แน่ใจ…..ครุ่นคิด  ….เริ่มไม่แน่ใจ

ว่านี่มันกำลังเผชิญศึกอยู่ใช่ไหม

                 ระหว่างเด็กหนุ่มปราดเปรียวกับนักฆ่าที่ไล่ตามมาใกล้ ๆ 

                 อะไรน่ากลัวกว่ากัน?

                       เขางอตัวไปข้างหน้าด้วยความเจ็บปวดแขนพยายามปฐมพยาบาลตัวเอง

                      เบิ้มกระโดดเข้าช่วยทำแผลอย่างชำนาญจนผิดสังเกต

                      กลิ่น แอลกอฮอล์ และเสียง ผ้าก๊อซซับเลือด เต็มห้อง

                   “นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ทำแผลให้คนโดนยิงใช่ไหม”

เด็กละมือจาก็าพันแผลหันมายิ้มบาง ๆ

                   “ลุงก็รู้คำตอบนี่ครับ”

                      หนุ่มใหญ่ชงัก ครุ่นคิด…

        เบิ้มหยิบ รูปถ่ายเก่า จากกระเป๋า

                     ภาพชายวัยกลางคน ใบหน้าเจ็บปวดราวกับถูกทรมาน

                     เขาเห็นภาพแล้วชงักจนเข่าแทบทรุด

                  “ไม่นะ… นั่นมัน….”

                  “ใช่ครับ ผู้ชายที่ลุงเอาไปสอบสวนเมื่อ 9 ปีก่อน

ลุงคงจำได้ที่บอกว่าแค่ต้องการ“ข้อมูล”…ไม่ได้ตั้งใจฆ่า”

                    เสียงน้ำนิ่ง ๆ รั่วซึมจากเพดาน กระทบพื้นดังเป็นจังหวะ

                    น้ำเสียงเด็กเรียบเย็นผิดธรรมชาติจนยะเยือกเข้าไปในอก

                   “ผู้ชายคนนั้นคือพ่อผม”

                   หนุ่มใหญ่ช็อก….ในทันที

ความผิดในอดีตกลับมาเคาะประตูใจเขาอย่างรุนแรง เหมือนว่ามันจะมายืนทวงตรงหน้า

                 หนุ่มใหญ่ถอยห่าง   แม้มือขวาจะเจ็บจนล้ายังเลื่อนไปใกล้ปืนในกระเป๋า  แล้วพยายามอธิบาย

              “ตอนนั้นฉันโดนสั่ง… ไม่ได้ตั้งใจฆ่า”

               เบิ้มส่ายหน้า…แล้วหันมายิ้มแห้ง ๆ 

            “ผมรู้ครับลุง… เพราะพ่อบอกไว้ก่อนสิ้นใจว่า

‘ลุงคือคนเดียวที่ยังมีมนุษย์หลงเหลือ’”

             โลกของหนุ่มใหญ่หยุดหมุน….ใจระรัว

         “งั้นหมายความว่า.… แกมาช่วยฉันงั้นเหรอ?”

                    เบิ้มยิ้มเศร้า….สีหน้าเปลี่ยนไปนิด

และหยิบ เครื่องส่งสัญญาณเล็ก ๆ  ออกมาถือ

                 “ผมไม่ได้มาฆ่าลุงครับ…

                          ผมมาส่งตำแหน่งของลุงให้พวกมัน”

           หนุ่มใหญ่อ้าปากค้าง มือจับปืนทันที…จนร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวด

                         เสียงรถหลายคันจอดหน้าตึก

ไฟฉายสว่างจ้า….

                         เสียงตะโกนล้อมตึกทะลุหู

เด็กกระซิบเบา ๆ

                       “ลุง… ผมไม่มีสิทธิเลือกจริง ๆ”

             หนุ่มใหญ่คิดอย่างรวดเร็ว …ยิ้ม… ช้า ๆ

คนอย่างเขาผ่านความตายมานักต่อนัก แต่ยังไม่ตาย …

              จะตายคราวนี้…เพราะไอ้เด็กหนุ่มที่นมเพิ่งแตกพาน..ก็ให้มันตายไปต่อหน้าเดี๋ยวนี่ซี….!

            แต่ข้างนอก…ก็ภัยมรณะ หลายคนกับปืนหลายกระบอก

            มือซ้ายเลื่อนไหลลูบกระเป๋าอย่างรวดเร็วด้วยความมั่นใจ

แล้วก้าวเข้าไปชิด  พูดพึมพำเยือกเย็น

                     “เด็กอย่างแก… ทำหน้าที่ได้ดีมาก”

                     เสียงเอะอะของรองเท้าเหยียบย่ำเหมือนเตรียมรอจะบุกเข้ามา

                     อย่างไม่คาดฝัน เขาล้วงปืนแล้วใส่ฝ่ามือเด็กหนุ่มให้กำไว้อย่างรวดเร็ว

                    เบิ้มตะลึง…กำปืนไว้แน่นอ้าปากจะพูด…หนุ่มใหญ่ชิงก่อน…

                  “แกจะแก้แค้นให้พ่อ หรือจัดการกับไอ้พวกข้างนอกก็

แล้วแต่แก…..”

                 เบิ้ม…จับปืนกระชับ ถอยห่างออกไปชิดลังไม้  เม้มริมฝีปาก แล้วค่อย ๆ ยกปืนส่องมาทันที…..!

                  โป้ง..โป้ง…!

                 บึ้ม มม …!

                  เศษอิฐหินจากผนัง และกระจก ประตู ปลิวว่อน

ฝุ่นคลุ้งกระจายเหมือนม่านหมอก

                 เสียงดังสนั่นหวั่นไหว ทั้งปืนและระเบิด….ไฟลุกโพลงสว่างวาบเข้ามา

                 เสียงวื่ง..เสียงล้ม ..เสียงร้องระงม…ก่อนจะเงียบเหมือนรอจังหวะ

                หนุ่มใหญ่ค่อย ๆ เผยอศีรษะช้า ๆ ปัดฝุ่นคละคลุ้ง

แล้วลุกขึ้นอย่างทุลักทุเล  เดินกระเผลกฝ่าประตูที่เปิดอ้าออกไปข้างนอก   กวาดสายตามองรอบ ๆ แล้วหันกลับมา

             ”ยังโชคดีที่ฉันเตรียมระเบิดมา…ลุกซี..ไปกันไอ้หนู.!“

              พูดจบเดินผ่านกองซากศัตรูนอนเกลื่อนเต็มพื้น ไม่มีใครขยับได้อีกต่อไป

ข่าวล่าสุด

ฝนมา…ความเสียหายมาก่อน Cell Broadcast?  บททดสอบใหญ่ “ระบบเตือนภัย” เตือนทัน หรือช้าเกินไป

INSIDE INSIGHT | “ชัยทัศน์” ประจำวันที่ 27 กันยายน  2569                                ฝนกระหน่ำหนักระหว่างวันที่ 23–27 กันยายน 2569 ถูกกรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งเตือนล่วงหน้า ครอบคลุมทั้งภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง...

ศรัทธาสั่นคลอน… แต่จิตวิญญาณไม่เคยทิ้ง “ศาสนา”

INSIDE INSIGHT | “ชัยทัศน์” ประจำวันที่ 26 กันยายน  2569 วิกฤต “ผ้าเหลือง” เขย่าความเชื่อมั่น เมื่อโลกดิจิทัลทำให้ทุกความผิดถูกมองเห็น                          ข่าวพระภิกษุเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดวินัยหรือกฎหมาย ตั้งแต่เรื่องทรัพย์สิน ความสัมพันธ์ส่วนบุคคล ไปจนถึงคดีอาญา กำลังกลายเป็นบททดสอบสำคัญของความเชื่อมั่นต่อองค์กรสงฆ์ไทย...

“เนเน่ รอยัล” คว้าแชมป์โลก AGT  เด็กไทยใช้ “ฝีมือ” พิสูจน์ตัวเอง   แล้วรัฐบาลใช้ “ผลงาน” พิสูจน์ประชาชนอย่างไร ?

จากเด็กภูเก็ตวัย 16 ปี สู่แชมป์ America’s Got Talent คนแรกของไทย เงินรางวัล 1 ล้านดอลลาร์ และเวทีเดียวกับ Linkin Park ความสำเร็จที่เกิดจากความสามารถ กลายเป็นกระจกสะท้อนคำถามต่อการบริหารประเทศ

อนุทิน- “If I can make it there, I’ll make it anywhere”

“If I can make it there, I’ll make it anywhere” ประโยคดังจากเพลง New York, New York ที่ Frank Sinatra ร้อง ซึ่งมีความหมายว่า ”หากประสบความสำเร็จในนิวยอร์ก ก็สามารถประสบความสำเร็จได้ทุกแห่ง“

ข่าวอื่นๆ

เรื่องสั้น  “น้ำใจบนทางเปลี่ยว”

หนุ่มใหญ่กัดริมฝีปากจนห้อเลือด มือขวากำพวงมาลัยรถเก๋งเก่าๆ ไว้แน่นจนข้อนิ้วขาวซีด ส่วนมือซ้ายวางพาดอยู่บนขอบประตูรถ แสงจากฟ้าแลบสะท้อนให้เห็น "รอยแผลเป็นทางยาวตรงข้อมือซ้าย" มันขรุขระและลึกหนา ดูเป็นตำหนิที่น่าเกลียดที่สุดบนร่างกายของเขา

เรื่องสั้น  “ปริศนา ห้องริมสุด”

เงียบสงัดของเวลาใกล้รุ่งที่ความมืดเริ่มจางหายไปภายใต้เงาเมฆหนาครึ้มฝน เขาควรจะจมดิ่งอยู่ในห้วงนิทราให้นานกว่านี้กลับสะดุ้งตื่นขึ้นด้วยสัมผัสประหลาดที่กรีดผ่านความรู้สึก แอร์ในห้องยังคงทำงานส่งเสียงครางหึ่งเบา ๆ ทว่าอากาศรอบกายกลับเย็นเยียบผิดปกติจนรู้สึกได้ถึงไอหนาวที่ลามเลียไปตามแนวกระดูกสันหลัง

 เรื่องสั้น   “คืน…ฝนตก”  | “ชัยทัศน์”

เสียงเครื่องยนต์ครางกระหึ่มก่อนจะสำลักไอเสียออกมาเป็นจังหวะสุดท้ายแล้วดับสนิทลง ท่ามกลางเสียงคำรามของท้องฟ้ากัมปนาททั่วหุบเขา “เอก” ทุบพวงมาลัยด้วยความโมโห เข็มความร้อนของรถคันเก่งพุ่งสูงจนมิดเกจ์แดงฉานเหมือนคำเตือนจากนรก