หน้าแรกINSIDE - INSIGHTทหารไทยตอบโต้ดุเดือด หลังกัมพูชายิงล้ำแดน

ทหารไทยตอบโต้ดุเดือด หลังกัมพูชายิงล้ำแดน

เผยแพร่

spot_img

 การเปิดฉากยิงล้ำแดนของกัมพูชาครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการท้าทายอำนาจอธิปไตยไทย แต่ยังสะท้อนภาวะ “ไร้เสถียรภาพภายในกัมพูชา” ที่ผลักดันให้ฮุน เซน ต้องสร้างประเด็นข้ามพรมแดน เพื่อดึงความสนใจทั้งโลกออกจากแรงกดดันทางการเมืองในประเทศ  และหวังให้เรื่องชายแดนกลายเป็นวาระที่องค์กรระหว่างประเทศต้องหันมาพิจารณาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

                      ความรุนแรงที่เกิดขึ้นตามแนวชายแดนภาคตะวันออกตลอด 48 ชั่วโมงล่าสุด ได้สร้างความสูญเสียแก่ฝ่ายไทยอย่างเป็นรูปธรรม กองกำลังป้องกันชายแดนยืนยันว่า ทหารไทยเสียชีวิต 1 นาย  บาดเจ็บ 4 นาย และพลเรือนเสียชีวิต 1 ราย

             ขณะเดียวกัน ชาวบ้านในพื้นที่เสี่ยงตามแนวจังหวัดชายแดนกว่า 300,000 คน ถูกสั่งอพยพเข้าไปยังหลุมหลบภัยและศูนย์พักพิงชั่วคราว กระทบทั้งชีวิต ความปลอดภัย การทำกิน และโครงสร้างสังคมโดยตรง

            ถนนสายหลักหลายช่วงถูกปิดการจราจร โรงเรียนในรัศมีใกล้ชายแดนต้องหยุดการเรียนการสอนชั่วคราว หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ต้องทำงานตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อรองรับผู้สูงอายุ เด็ก และผู้ป่วยเรื้อรังที่ขาดยารักษา

                  แหล่งข่าวด้านความมั่นคงของไทยเชื่อสอดคล้องกันว่า เหตุปะทะคราวนี้ผูกโยงโดยตรงกับแรงกดดันทางการเมืองภายในกัมพูชา ซึ่งกำลังพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

                 เชื่อกันว่า ฮุน เซน ต้องการสร้าง “ปัญหาระดับนานาชาติ”  จากการปะทะชายแดนเป็นประเด็นที่สามารถยกระดับไปสู่เวทีสหประชาชาติหรือองค์กรระหว่างประเทศอื่น ๆ ได้ทันที จึงเป็นวิธีที่ผู้นำเผด็จการจำนวนไม่น้อยเลือกใช้ในสถานการณ์ที่กำลังถูกกดดัน

               ด้วยสถานะที่ถูกตั้งคำถามในเวทีสากลอยู่แล้ว ฮุน เซนต้องการ “ลากไทยเข้าไปในเกม” เพื่อให้เหตุการณ์ลุกลามจนเกิดแรงกดดันจากภายนอก ช่วยเปิดพื้นที่ให้เขาอ้างความชอบธรรมในการบริหารประเทศต่อไป

              สถานการณ์ภายในที่ฮุน เซนกำลัง “ตกอับ” มากที่สุดในรอบหลายปี  โดยเฉพาะการตัดท่อน้ำเลี่ยงสำคัญอย่างสแกมเมอร์ กระแสต่อต้านภายในประเทศเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทั้งจากภาคประชาชนและกลุ่มฝ่ายค้าน

              ฝ่ายค้านเก่าที่เคยถูกกวาดล้าง นำโดย สม รังสี กำลังฟื้นการเคลื่อนไหวจากต่างประเทศ พร้อมประกาศตั้ง “รัฐบาลอิสระนอกประเทศ” เมื่อ 2 เดือนก่อน ทำให้ฝ่ายฮุน เซนถูกบีบรัดทั้งในและนอกประเทศ

             ภายใต้แรงกดดันรอบด้าน การสร้างสถานการณ์ความมั่นคงข้ามพรมแดนจึงกลายเป็น “ทางเลือกที่ง่ายที่สุด” ในการเบี่ยงเบนสายตาประชาชน พร้อมปลุกกระแสชาตินิยมเพื่อประคับประคองอำนาจของตนเอง

              ผลกระทบที่ไทยเผชิญไม่ใช่เพียงความเสียหายทางกายภาพหรือจำนวนผู้บาดเจ็บ แต่ยังรวมถึง ภาวะกดดันด้านมนุษยธรรมจากการอพยพครั้งใหญ่ ความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจชายแดน การขนส่ง และการค้า  ภาพลักษณ์ของไทยในเวทีโลก หากไม่เร่งตอบโต้เชิงกฎหมายระหว่างประเทศอย่างมีน้ำหนัก

    การปล่อยให้ปะทะลักษณะนี้เกิดขึ้นซ้ำโดยไม่ขยับในทางการทูตอาจทำให้ไทยถูกตีความว่า “อ่อนแอ” และเปิดช่องให้ต่างชาติอื่นเข้ามาตีความสถานการณ์ผิดเพี้ยนได้ง่าย

                   มุมมองนักวิเคราะห์เสนอว่าไทยจำเป็นต้องดำเนินการพร้อมกันหลายด้าน ได้แก่  รวบรวมหลักฐานทุกมิติ ทั้งภาพถ่ายดาวเทียม ตำแหน่ง GPS คลิปเสียง และคำให้การ เพื่อใช้ในเวทีระหว่างประเทศ

       ยกระดับการสื่อสารสาธารณะของไทยสู่โลกภายนอก ทั้งภาษาไทย อังกฤษ และภาษาในภูมิภาค เพื่อคุมข้อมูลไม่ให้ถูกบิดเบือน

      เสริมระบบป้องกันพลเรือน โดยกระจายศูนย์หลบภัย อาหาร น้ำดื่ม และเวชภัณฑ์อย่างเป็นระบบ

      เปิดช่องทางทางการทูตผ่านอาเซียนและสหประชาชาติ เพื่อย้ำว่าไทยถูกกระทำ มิใช่ผู้เริ่มต้นความขัดแย้ง

                สถานการณ์นี้  หากผู้นำกัมพูชายังคงหลงคิดว่าเหตุปะทะชายแดนสามารถถูกใช้เป็นเครื่องมือเอาตัวรอดทางการเมืองภายในของเขาได้อีกต่อไป  ก็ขอให้รับรู้ไว้ว่า ประเทศไทยจะไม่ยอม “อดทน” เพื่อรอให้ทหารของเราต้องตายเพิ่มอีกแม้แต่ศพเดียว

ข่าวล่าสุด

จม.รักอาม่า  ดังสนั่นแผ่นดินใหญ่ ททท.คาดปลุกคนจีน เที่ยวไทย

ภาพยนตร์เรื่องนี้ ทำหน้าที่ขยี้หัวใจของชาวจีนแต้จิ๋วโพ้นทะเล เล่าเรื่องราวความผูกพันผ่านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมร่วมกันได้อย่างงดงาม ประกอบกับการดึงคนไทยเชื้อสายจีนมาร่วมถ่ายทอด ยิ่งทำให้คนดูชาวจีนอินและตระหนักว่า “ไทย-จีน ใช่อื่นไกล พี่น้องกัน”

“จอมทัพไทย” ผู้ทะยานสู่ฟากฟ้าด้วยพระอัจฉริยภาพ “กษัตริย์นักบิน”

“จอมทัพไทย” ผู้ทะยานสู่ฟากฟ้าด้วยพระอัจฉริยภาพ “กษัตริย์นักบิน” จากระเบียบวินัยอันเคร่งครัดสู่พระราชปณิธาน “สืบสาน-รักษา-และต่อยอด” เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาประชาราษฏร์

โรคหลอดเลือดสมองและหัวใจ พุ่งสูง

สถานการณ์ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองและโรคหลอดเลือดหัวใจเฉียบพลันในประเทศไทยรอบ 3 ปีที่ผ่านมา (พศ. 2566 - 2568) แสดงแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากประมาณ 700,000 ราย ขยับขึ้นเป็น 750,000 ราย และแตะระดับ 800,000 รายในปีล่าสุด

7 ชั่วโคตร..จากถนน  “ธนบุรี-ปากท่อ” สู่ “พระราม 2”

ส้นทางคมนาคมขนส่งสายหลักลงสู่ภาคใต้ หรือทางหลวงหมายเลข 35 ที่รู้จักกันในนาม "ถนนพระราม 2" กำลังเผชิญกับวิกฤตความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยอย่างรุนแรง จากกรณีอุบัติเหตุในพื้นที่ก่อสร้างที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ข่าวอื่นๆ

“จอมทัพไทย” ผู้ทะยานสู่ฟากฟ้าด้วยพระอัจฉริยภาพ “กษัตริย์นักบิน”

“จอมทัพไทย” ผู้ทะยานสู่ฟากฟ้าด้วยพระอัจฉริยภาพ “กษัตริย์นักบิน” จากระเบียบวินัยอันเคร่งครัดสู่พระราชปณิธาน “สืบสาน-รักษา-และต่อยอด” เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาประชาราษฏร์

โรคหลอดเลือดสมองและหัวใจ พุ่งสูง

สถานการณ์ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองและโรคหลอดเลือดหัวใจเฉียบพลันในประเทศไทยรอบ 3 ปีที่ผ่านมา (พศ. 2566 - 2568) แสดงแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากประมาณ 700,000 ราย ขยับขึ้นเป็น 750,000 ราย และแตะระดับ 800,000 รายในปีล่าสุด

7 ชั่วโคตร..จากถนน  “ธนบุรี-ปากท่อ” สู่ “พระราม 2”

ส้นทางคมนาคมขนส่งสายหลักลงสู่ภาคใต้ หรือทางหลวงหมายเลข 35 ที่รู้จักกันในนาม "ถนนพระราม 2" กำลังเผชิญกับวิกฤตความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยอย่างรุนแรง จากกรณีอุบัติเหตุในพื้นที่ก่อสร้างที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง