หน้าแรกเรื่องสั้นเรื่องสั้น  “แผนที่ กับความตาย”

เรื่องสั้น  “แผนที่ กับความตาย”

เผยแพร่

spot_img

ความเงียบมักจะดังที่สุดหลังความตาย…!

                        หกเดือนที่แล้ว เสียงเบรกของรถยนต์ที่เสียหลักบนถนนสายเปลี่ยวใกล้พรมแดน ได้ฉีกกระชากชีวิตที่สมบูรณ์ของ เมธี ออกเป็นเสี่ยงๆ

                         นับตั้งแต่นั้นมา เสียงเดียวที่ยังหลงเหลืออยู่ในบ้านเก่าที่เคยอบอุ่นก็คือเสียงสะท้อนจากความว่างเปล่าของการมีชีวิตอยู่ เขาเปลี่ยนความเศร้าเป็นการหมกมุ่น เขาไม่เชื่อคำตัดสินของตำรวจที่ว่ามันคือ “อุบัติเหตุจากการขับรถเร็ว”

เขาเชื่อว่ามันคือบางอย่างที่โหดร้ายกว่านั้น

                         ห้องโถงประมูลของเก่าขนาดเล็กในย่านชานเมืองเป็นที่เดียวที่เมธีรู้สึกว่ามีชีวิตชีวาอีกครั้ง คืนนั้น ท่ามกลางบรรดาของเก่าที่ถูกนำมาประมูล เมธีสะดุดกับหมายเลข 19  “กล่องยาสูบเงินแกะสลักสมัยไม่น้อยกว่า 100 ปี ได้มาจากทรัพย์สินของผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน”

                       หัวใจของเมธีเต้นผิดจังหวะจนเจ็บหน้าอก

                       ไม่ใช่แค่รูปแบบของกล่องที่คุ้นตา แต่เป็นคำว่า “อุบัติเหตุทางถนน” ที่จมลงในความรู้สึกของเขาเหมือนตะกั่วร้อน ๆ

                         เมธีมองภาพของกล่องยาสูบนั้นอย่างไม่กะพริบตา เขารู้ดีว่านั่นอาจเป็นเพียงความบังเอิญที่ไร้สาระ แต่เสียงกระซิบในหัวบอกว่ามันคือ เบาะแส…

                         เมธีต้องประมูลให้ได้ โดยไม่สนใจว่าราคามันจะสูงลิบลิ่วเพียงใด และเขาก็ทำสำเร็จ

                         กล่องยาสูบเก่าแก่เย็นเฉียบอยู่ในมือของเขา ลวดลายแกะสลักคลื่นทะเลที่เขาเคยเห็นในตู้โชว์ของภรรยาเมื่อนานมาแล้ว เป็นของขวัญที่เธอบอกว่าได้มาจากเพื่อนเก่าเมื่อหลายปีก่อน เมธีไม่ได้สนใจความงามทางศิลปะ เขาสนใจเพียงความรู้สึกที่ว่า 

                        “มันต้องมีอะไรมากกว่านี้” 

                          เขาใช้ปลายนิ้วไล่ไปตามขอบกล่อง และพบร่องรอยที่ไม่สมมาตรเล็กน้อยตรงด้านล่าง เขาใช้มีดพับเล่มเล็กค่อย ๆ งัดมันออก

                         พื้นกล่องชั้นที่สองหลุดออกมา เผยให้เห็นช่องว่างแคบ ๆ ที่ซ่อนอยู่ ภายในนั้นไม่ใช่ผงยาสูบ หรือธนบัตรเก่า แต่เป็น กระดาษไขสีซีดแผ่นเล็กเท่าแสตมป์ ที่ถูกพับไว้อย่างบรรจง เมื่อเมธีคลี่มันออก แสงไฟนีออนสลัวๆ ของบ้านก็สาดกระทบกับ “แผนที่”

                        “แผนที่”  นั้น เต็มไปด้วยสัญลักษณ์แปลกตา มีเส้นทางที่ลากโยงกันไปมา และมีสี่เหลี่ยมผืนผ้าสามจุดที่ถูกวงกลมหนาแน่นด้วยหมึกสีดำ เมธีมองมันอย่างสับสน นี่คือแผนที่อาณาเขตของใคร? หรือเป็นเพียงลายเส้นที่คนเพี้ยน ๆ วาดขึ้น?

                        เขานำมันไปเทียบกับแผนที่เมืองขนาดใหญ่ที่แขวนอยู่ในห้องทำงานอย่างร้อนรน และพบว่าเส้นทางในกระดาษไขนั้นสอดคล้องกับถนนและซอยเปลี่ยวรอบนอกเมือง ที่เขาก็คุ้นเคยดี และจุดที่ถูกวงกลมนั้นก็ชี้ไปยัง พื้นที่ที่ถูกทิ้งร้างใกล้กับสุสานเก่า

                       เมธีรู้แล้วว่าเขาได้ก้าวข้ามจากนักสะสมไปสู่ ผู้ไขปริศนา ที่ไม่มีใครอนุญาต 

                      กล่องยาสูบนี้ไม่ใช่ทรัพย์สิน แต่เป็น “กุญแจ” และมันอาจนำไปสู่ความจริงเบื้องหลังการตายของภรรยาเขา… หรือนำไปสู่ความตายของตัวเขาเอง

                       เขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายรูปแผนที่ไว้เป็นหลักฐาน แต่ความคิดหนึ่งก็แล่นเข้ามา  

                      ถ้ามีใครรู้ว่าฉันมีแผนที่นี้… !!

                      เขาตัดสินใจ ลบรูปถ่ายนั้นทิ้งทันที เพื่อไม่ให้ใครตามรอยเขาได้… นี่จะเป็นการผจญภัยที่เขาจะต้องเดินอย่างโดดเดี่ยว ไม่มีหลักฐาน และไม่มีใครรู้

                       ความระทึกขวัญกำลังจะเริ่มต้นขึ้น !!

                      เมธีใช้เวลาทั้งคืนในการถอดรหัส แผนที่กระดาษไขถูกวางอยู่ใต้โคมไฟเก่า จนกระทั่งแสงแรกของวันสาดส่องเข้ามา สัญลักษณ์ที่เขาพบตามเส้นทางบนแผนที่ไม่ได้เป็นภาษาหรือรหัสลับใด ๆ แต่เป็น ชื่อเล่น มันคือคำสั้นๆ ที่ภรรยาเขาเคยใช้พูดถึงคนในแวดวงค้าของเก่าบางครั้ง เช่น “ไอ้หมาป่า” “นกฮูก”หรือ “อาจารย์”  ซึ่งเป็นชื่อที่ถูกเขียนกำกับไว้ในภาษาไทยด้วยลายมือหวัด ๆ

                     ความคิดที่ว่าภรรยาของเขา ซึ่งเป็นหญิงสาวผู้เรียบร้อยและมีรสนิยมดี ได้เข้าไปพัวพันกับคนกลุ่มนี้ ทำให้เมธีรู้สึกคลื่นไส้ เขายัดกล้องยาสูบไว้ในช่องลับของตู้เซฟที่บ้าน และนำแผนที่ที่เขาวาดซ้ำด้วยความรอบคอบใส่ไว้ในกระเป๋าสตางค์

                     วันรุ่งขึ้น เมธีขับรถเก่าของเขาไปยังจุดเริ่มต้นของเส้นทางตามแผนที่ มันคือโกดังร้างในย่านอุตสาหกรรมเก่าที่ถูกทิ้งร้างมานานหลายปี ทันทีที่เขาเลี้ยวรถเข้าไปในซอย ความรู้สึกถูกจ้องมองก็แล่นวาบไปทั่วร่าง เขาสังเกตเห็นรถตู้สีดำที่จอดอยู่ริมทาง ซึ่งดูเหมือนจะไม่มีใครอยู่ แต่กระจกหน้ารถสะท้อนแสงแดดจ้าจนทำให้มองไม่เห็นภายในช

                       เขาจอดรถและเดินไปตามซอยที่ระบุไว้ในแผนที่ และที่มุมตึกที่ผุพัง เขาพบสัญลักษณ์แรก…แล้ว

                      รอยขีดข่วนสีแดงบนกำแพงที่ดูเหมือน “หมาป่ากำลังเห่าฆ เหมือนกับชื่อที่ปรากฏในแผนที่ของเขา

                      เมธีรู้ทันทีว่านี่คือร่องรอยการสื่อสาร เขาไม่สามารถปล่อยให้หลักฐานนี้คงอยู่ได้ เพราะนั่นจะนำ “ใครบางคน” ให้ตามมายังกล้องยาสูบได้ 

                     เขาหยิบขวดน้ำและผ้าขี้ริ้วในรถออกมาอย่างรวดเร็ว เขายืนบังมุมตึกเอาไว้เพื่อบังสายตาจากรถตู้คันนั้น แล้วรีบเช็ดรอยขีดข่วนนั้นออกอย่างรุนแรง

                     การทำลายหลักฐานของคนอื่นเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นและน่ากลัวไปพร้อมกัน

                     เมื่อเขากลับมาถึง รถตู้คันดำก็ขับออกไปอย่างรวดเร็วราวกับว่ามันรออยู่แล้ว

                    เมธีรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง แต่เขาไม่สามารถหยุดได้ เขาขับรถลึกเข้าไปในเมืองเก่า จุดหมายต่อไปคืออาคารพาณิชย์เก่าแก่ที่ถูกระบุด้วยสัญลักษณ์“นกฮูก”

                   เมื่อมาถึง เมธีพบว่าอาคารแห่งนี้ถูกปิดตาย แต่ที่ตู้ไปรษณีย์ทองเหลืองเก่าแก่ มี รอยสติกเกอร์รูปนกฮูกตัวเล็กๆ ติดอยู่ เมธีต้องใช้เวลาถึงสิบนาทีในการแกะสติกเกอร์ที่เหนียวแน่นนั้นออกทั้งหมด จนเล็บมือเขาแทบฉีก 

                   และในขณะที่เขากำลังแกะอยู่นั้น ประตูร้านกาแฟที่อยู่ฝั่งตรงข้ามก็ถูกเปิดออก ชายร่างใหญ่คนหนึ่งจ้องมองมาที่เขาด้วยแววตาว่างเปล่า เมธีรีบทำท่าทางเหมือนกำลังผูกเชือกรองเท้า แล้วก้มหน้าเดินจากมาอย่างรวดเร็ว

                  ความตื่นตระหนกแผ่ซ่านในอก  ไม่ว่าชายคนนั้นจะเป็นใคร แต่มันคือ ความเสี่ยง ที่เกิดจากการกระทำของเขาเอง

                 เมธีรู้แล้วว่าการสืบสวนนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย การตามรอยแผนที่หมายถึงการทำลายระบบสื่อสารที่วางไว้ และการทำลายระบบย่อมหมายถึงการดึงดูดความสนใจจาก “เจ้าของระบบ” เขาเหลือจุดที่ถูกวงกลมอีกสองจุดที่ต้องไปถึง ซึ่งเป็นจุดสำคัญที่สุดในแผนที่ เขาเชื่อว่านั่นคือสถานที่ที่ภรรยาเขาถูกล่อไป… หรืออาจจะเป็นสถานที่ที่ฆาตกรซ่อนตัวอยู่

                เมธีขับรถต่อไปในยามเย็นที่ใกล้พลบค่ำ โดยมีแผนที่กระดาษไขที่เขาคัดลอกไว้ในกระเป๋าสตางค์ และมีเพียงความหวังเดียวคือการค้นพบความจริงเบื้องหลังรอยขีดข่วนและสติกเกอร์เหล่านี้… ก่อนที่ใครบางคนจะตามมาถึงตัวเขา

               เมธีขับรถผ่านเส้นทางสุดท้ายตามแผนที่ เมื่อพ้นเขตเมืองออกมา ความมืดก็เข้าปกคลุมอย่างรวดเร็ว เขากำลังมุ่งหน้าไปยัง เขตป่าช้าหรือสุสานเก่า ที่อยู่ติดกับพื้นที่ชนบทที่รกร้าง 

             สัญลักษณ์สุดท้ายในแผนที่คือ “อาจารย์”  ซึ่งเป็นชื่อที่เขาจำได้ว่าภรรยาเคยพูดถึงว่าเป็น “คนที่น่าเชื่อถือที่สุดในวงการ”

ถนนเส้นนี้แคบและเต็มไปด้วยหลุมบ่อ ไฟหน้ารถส่องไปเจอเพียงกิ่งไม้และเถาวัลย์ที่เลื้อยข้ามถนน เมธีรู้สึกเหมือนกำลังขับรถย้อนกลับไปยังคืนหกเดือนที่แล้ว

            คืนที่ภรรยาเขาเสียชีวิตบนถนนที่คล้ายกันนี้

                         ทันใดนั้น แสงไฟสว่างจ้าก็ปรากฏขึ้นในกระจกมองหลัง รถบรรทุกคันใหญ่คันหนึ่งขับตามมาอย่างกระชั้นชิดจนดูผิดปกติ เมธีเร่งความเร็ว แต่รถบรรทุกก็ยังคงตามมาติด ๆ มันไม่ได้พยายามแซง แต่มันพยายามเบียด แสงไฟสูงของมันจ้าจนแสบตา ทำให้เมธีเกือบมองไม่เห็นทางข้างหน้า

                        ความหวาดระแวงของเมธีกลายเป็นความจริงที่จับต้องได้ ใครบางคนรู้แล้วว่าเขาตามรอยมาถึงที่นี่

                       เมธีหักพวงมาลัยเข้าซอยเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยต้นไม้รกทึบอย่างรุนแรง เสียงกิ่งไม้เสียดสีกับตัวถังรถดังสนั่น แต่เขาไม่สนใจ รถบรรทุกขนาดใหญ่ไม่สามารถเลี้ยวตามมาได้ทัน เมธีจอดรถในความมืดมิดใต้ต้นไม้ใหญ่ที่ไม่มีแสงใด ๆ เข้าถึง เขาปิดไฟหน้าและเครื่องยนต์ แล้วนั่งนิ่ง หายใจหอบถี่ พยายามฟังเสียงภายนอก

                       ความเงียบกลับมาเยือนอีกครั้ง… เป็นความเงียบที่หนักอึ้งกว่าครั้งใด ๆ

                       เมื่อมั่นใจว่าปลอดภัยแล้ว เมธีจึงออกมาจากรถ เขากางแผนที่ที่วาดไว้ใต้แสงไฟฉายจากโทรศัพท์ และพบว่าเขาอยู่ห่างจากจุดหมายปลายทางที่ถูกวงกลมไว้เพียงไม่กี่ร้อยเมตรแล้ว เขาตัดสินใจเดินเท้าเข้าไป

                       เสียงฝีเท้าของเขาย่ำลงบนพื้นดินแห้ง ๆ ในความมืดมิด ทุกครั้งที่เขาก้าวเดิน เขาได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นดังกว่าเสียงใบไม้ไหว เขาเดินผ่านรั้วลวดหนามที่ผุพังเข้าไปในเขตของ สุสานส่วนตัว ที่เก่าแก่ สุสานแห่งนี้มีป้ายหินที่บอกว่าเพิ่งมีการฝังศพใหม่ ๆ เมื่อไม่นานมานี้

                       แผนที่พาเขามาหยุดที่หลุมศพที่ไม่มีป้ายสลักชื่อ ไม่มีรูปถ่าย แต่มีพวงหรีดแห้งเหี่ยววางอยู่ ดูเหมือนจะเป็น หลุมศพที่ถูกปกปิดเป็นความลับ

                       เมธีมองไปรอบๆ ในความมืด เขาหยิบพลั่วพับขนาดเล็กที่เตรียมมาด้วยจากท้ายรถ เขาไม่สนใจเรื่องความเคารพ เขาต้องรู้ให้ได้ว่า “ฆาตกร”  ซ่อนหลักฐานอะไรไว้ที่นี่

                       เขาเริ่มขุดดินรอบๆ หลุมศพนั้นอย่างบ้าคลั่ง ฅท่ามกลางเสียงดินที่ถูกตักขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมธีจินตนาการถึงใบหน้าของภรรยาเขา ใบหน้าที่กำลังร้องขอความช่วยเหลือจากเขา แต่เขามาถึงช้าเกินไป

                     พลั่วของเขากระทบกับวัตถุแข็งบางอย่าง เมธีแทบหยุดหายใจ เขาใช้มือเปล่าปัดดินออกอย่างรีบร้อน และพบกับ กล่องไม้เก่า ๆ ที่ดูเหมือนกล่องเครื่องประดับ

                      เมธีดึงกล่องออกมาจากหลุมดิน เขากอดมันไว้แน่น หัวใจเต้นแรงด้วยความรู้สึกชนะเหนือความตายและความมืดมิด เขากลับมาที่รถอย่างรวดเร็ว แล้วเปิดไฟในรถอย่างระมัดระวัง เพื่อดูสิ่งที่อยู่ข้างในกล่องไม้

                      กล่องถูกเปิดออก… ภายในมีวัตถุสองชิ้น !!

                     ชิ้นแรก ผงแป้งสีขาว ถูกบรรจุอยู่ในถุงซิปล็อกขนาดเล็กวางอยู่คู่กับ ตั๋วเครื่องบินเที่ยวเดียว ไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ที่ออกเดินทางเมื่อ หกเดือนที่แล้ว

                      เมธีมองวัตถุทั้งสองชิ้นด้วยความว่างเปล่า เขาไม่ได้พบหลักฐานการฆาตกรรม หรืออาวุธที่ใช้ในการทำร้ายภรรยา แต่เขาพบ… ความจริงอีกด้านหนึ่งของภรรยาเขา ที่เขาไม่เคยรู้มาก่อน

                      นั่นทำให้เขาตระหนักถึงสิ่งที่ถูกซ่อนไว้มาตลอด ความตายของเธออาจไม่ใช่ความบริสุทธิ์อย่างที่เขาเชื่อ

                      เมธีนั่งนิ่งอยู่ในรถ ท่ามกลางความมืดมิด มีเพียงแสงไฟในรถที่สาดส่องวัตถุบนตักของเขา 

                      ถุงผงแป้งสีขาว และตั๋วเครื่องบินที่ระบุชื่อผู้โดยสาร… ชื่อของภรรยาเขา วันเดินทางคือ คืนเดียวกับที่เธอเกิดอุบัติเหตุ

                      ความเงียบที่เคยดัง กลายเป็นเสียงโครมครามในหูของเมธี ทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาเชื่อมาตลอดหกเดือนได้พังทลายลงอย่างสิ้นเชิง

                 ภรรยาของเขาไม่ได้เป็นเหยื่อของการฆาตกรรม แต่เป็น ผู้ค้าของผิดกฎหมาย ที่กำลังจะหลบหนีไปพร้อมกับเงินก้อนสุดท้าย และในความรีบร้อน เธอใช้รถยนต์ของเธอเพื่อนำของชิ้นสุดท้ายนี้ไปซ่อน ก่อนที่จะไปถึงจุดนัดหมายเพื่อขึ้นเครื่องบิน

                     เธอเสียชีวิตเพราะ อุบัติเหตุที่เธอเป็นคนก่อเอง ขณะกำลังหลบหนีความผิด

                     แต่ทำไมกล้องยาสูบถึงไปอยู่กับศพของชายอีกคนในอุบัติเหตุเดียวกัน?

                     เมธีเปิดกล้องยาสูบที่วางอยู่ข้าง ๆ อย่างช้า ๆ เขาจ้องมองไปที่ร่องรอยการแกะสลักคลื่นทะเล และทันใดนั้น ความจริงสุดท้ายที่แสนเจ็บปวดก็แล่นเข้าสู่สมองของเขา

                    กล้องยาสูบนั้นไม่ได้เป็นของเธอ แต่เป็นของชายคนนั้น… ชายคนนั้นคือคนที่จะพาภรรยาของเขาหนีไปในคืนนั้น และเขาเสียชีวิตไปพร้อมกับความลับทั้งหมด

                     กล่องยาสูบไม่ได้เป็นกุญแจสู่การค้นหาฆาตกร แต่เป็น หลักฐานชิ้นสำคัญของตำรวจ ที่ยังตรวจไม่พบ เมธีไม่ได้สืบหาความจริง แต่เขากำลังทำสิ่งที่คนร้ายทำ นั่นคือ การตามทำลายหลักฐาน

                     ใบหน้าของภรรยาที่เคยใสซื่อในความทรงจำของเมธี บัดนี้กลายเป็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยความลับและความมืดมิด เขายอมรับไม่ได้ที่จะให้โลกรับรู้ว่าภรรยาของเขาเป็นอาชญากร

                      เมธีตัดสินใจโดยไม่มีความลังเลแม้แต่วินาทีเดียว เขาหยิบผงแป้งสีขาวออกจากกล่องไม้ แล้วเดินเข้าไปในความมืดที่โอบล้อมรอบตัวเขา เขาใช้พลั่วพับขุดหลุมเล็ก ๆ ใต้ต้นไม้ใหญ่ แล้วฝังกล่องไม้และตั๋วเครื่องบินนั้นลงไปอย่างรวดเร็ว     

                      ส่วนผงแป้งสีขาว… เขาเดินไปจนถึงลำธารที่อยู่ใกล้ ๆ และโยนถุงนั้นทิ้งลงไปในกระแสน้ำที่เชี่ยวกราก

                      เขาทำลายหลักฐานทุกชิ้นที่เชื่อมโยงภรรยาเขากับอาชญากรรมได้อย่างสมบูรณ์

                     เมื่อเสร็จสิ้น เมธีกลับมานั่งในรถอย่างเงียบ ๆ ความหวาดระแวงและความระทึกขวัญก่อนหน้านี้ได้หายไปหมดสิ้น ถูกแทนที่ด้วย ความว่างเปล่าเย็นเยือก เขาล้างมือด้วยขวดน้ำที่เหลือ แล้วขับรถออกจากความมืดอย่างเชื่องช้า

                    ไม่มีใครรู้เรื่องนี้ ไม่มีฆาตกร ไม่มีเบาะแสที่หลงเหลือ และที่สำคัญที่สุด โลกยังคงเชื่อว่าภรรยาของเขาเป็นเพียงเหยื่อผู้บริสุทธิ์ของอุบัติเหตุ

                    เขายิ้มให้กับเงาตัวเองในกระจกมองข้าง… เป็นรอยยิ้มที่รู้ถึง ความลับอันดำมืด ที่ถูกฝังไว้ในสุสานชนบทอย่างถาวร

                    เมธีหักพวงมาลัยรถยนต์เข้าสู่ถนนใหญ่ เขากำลังขับรถกลับบ้าน โดยที่ในกระเป๋าสตางค์ยังคงมีแผนที่ที่เขาคัดลอกไว้ 

                    แผนที่ที่ครั้งหนึ่งเขาตามรอยเพื่อจับ“ฆาตกร”

                    แต่บัดนี้มันคือ “แผนที่” ที่ทำให้เขากลายเป็น“อาชญากร” คนต่อไป

ข่าวล่าสุด

ฝนมา…ความเสียหายมาก่อน Cell Broadcast?  บททดสอบใหญ่ “ระบบเตือนภัย” เตือนทัน หรือช้าเกินไป

INSIDE INSIGHT | “ชัยทัศน์” ประจำวันที่ 27 กันยายน  2569                                ฝนกระหน่ำหนักระหว่างวันที่ 23–27 กันยายน 2569 ถูกกรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งเตือนล่วงหน้า ครอบคลุมทั้งภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง...

ศรัทธาสั่นคลอน… แต่จิตวิญญาณไม่เคยทิ้ง “ศาสนา”

INSIDE INSIGHT | “ชัยทัศน์” ประจำวันที่ 26 กันยายน  2569 วิกฤต “ผ้าเหลือง” เขย่าความเชื่อมั่น เมื่อโลกดิจิทัลทำให้ทุกความผิดถูกมองเห็น                          ข่าวพระภิกษุเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดวินัยหรือกฎหมาย ตั้งแต่เรื่องทรัพย์สิน ความสัมพันธ์ส่วนบุคคล ไปจนถึงคดีอาญา กำลังกลายเป็นบททดสอบสำคัญของความเชื่อมั่นต่อองค์กรสงฆ์ไทย...

“เนเน่ รอยัล” คว้าแชมป์โลก AGT  เด็กไทยใช้ “ฝีมือ” พิสูจน์ตัวเอง   แล้วรัฐบาลใช้ “ผลงาน” พิสูจน์ประชาชนอย่างไร ?

จากเด็กภูเก็ตวัย 16 ปี สู่แชมป์ America’s Got Talent คนแรกของไทย เงินรางวัล 1 ล้านดอลลาร์ และเวทีเดียวกับ Linkin Park ความสำเร็จที่เกิดจากความสามารถ กลายเป็นกระจกสะท้อนคำถามต่อการบริหารประเทศ

อนุทิน- “If I can make it there, I’ll make it anywhere”

“If I can make it there, I’ll make it anywhere” ประโยคดังจากเพลง New York, New York ที่ Frank Sinatra ร้อง ซึ่งมีความหมายว่า ”หากประสบความสำเร็จในนิวยอร์ก ก็สามารถประสบความสำเร็จได้ทุกแห่ง“

ข่าวอื่นๆ

เรื่องสั้น  “น้ำใจบนทางเปลี่ยว”

หนุ่มใหญ่กัดริมฝีปากจนห้อเลือด มือขวากำพวงมาลัยรถเก๋งเก่าๆ ไว้แน่นจนข้อนิ้วขาวซีด ส่วนมือซ้ายวางพาดอยู่บนขอบประตูรถ แสงจากฟ้าแลบสะท้อนให้เห็น "รอยแผลเป็นทางยาวตรงข้อมือซ้าย" มันขรุขระและลึกหนา ดูเป็นตำหนิที่น่าเกลียดที่สุดบนร่างกายของเขา

เรื่องสั้น  “ปริศนา ห้องริมสุด”

เงียบสงัดของเวลาใกล้รุ่งที่ความมืดเริ่มจางหายไปภายใต้เงาเมฆหนาครึ้มฝน เขาควรจะจมดิ่งอยู่ในห้วงนิทราให้นานกว่านี้กลับสะดุ้งตื่นขึ้นด้วยสัมผัสประหลาดที่กรีดผ่านความรู้สึก แอร์ในห้องยังคงทำงานส่งเสียงครางหึ่งเบา ๆ ทว่าอากาศรอบกายกลับเย็นเยียบผิดปกติจนรู้สึกได้ถึงไอหนาวที่ลามเลียไปตามแนวกระดูกสันหลัง

 เรื่องสั้น   “คืน…ฝนตก”  | “ชัยทัศน์”

เสียงเครื่องยนต์ครางกระหึ่มก่อนจะสำลักไอเสียออกมาเป็นจังหวะสุดท้ายแล้วดับสนิทลง ท่ามกลางเสียงคำรามของท้องฟ้ากัมปนาททั่วหุบเขา “เอก” ทุบพวงมาลัยด้วยความโมโห เข็มความร้อนของรถคันเก่งพุ่งสูงจนมิดเกจ์แดงฉานเหมือนคำเตือนจากนรก