ในภาพจะเห็นโครงสร้างภูมิประเทศอย่างชัดเจนว่า “เนิน 350” อยู่ในระดับที่สูงกว่า “ปราสาทตาควาย” อย่างมีนัยสำคัญ และนี่ไม่ใช่รายละเอียดเล็กน้อย แต่คือ หัวใจของเกมสงครามทั้งหมด
ผมตั้งข้อสังเกตว่า ฝ่ายกัมพูชามีความพยายาม ขุดหลุมขยายบังเกอร์ใต้ดินบริเวณเนิน 350
ในลักษณะเดียวกับโครงข่ายอุโมงค์เชื่อมต่อกันเป็นระบบ
ไม่ใช่แค่หลุมหลบภัยธรรมดา แต่เป็นการ “เตรียมพื้นที่ระยะยาว”
ทำไมเนิน 350 ต้องถูกยึดให้เบ็ดเสร็จ?
เพราะใครคุมที่สูง = คุมการมองเห็น
ใครคุมการมองเห็น = คุมการยิง
และใครขุดใต้ที่สูงได้ก่อน = ได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์แบบทวีคูณ
หากในช่วงที่มีการ เจรจาหยุดยิง
อีกฝ่ายสามารถ
ขยายบังเกอร์
ขุดอุโมงค์เชื่อมถึงกัน
วางระบบหลบซ่อนใต้เนิน 350 ได้ลึกและไกลกว่านี้
เมื่อนั้น การ “เจาะ” หรือ “เคลียร์พื้นที่” จะยากขึ้นหลายเท่า
ไม่ใช่แค่ยาก แต่ต้องแลกด้วย ชีวิตกำลังพลโดยตรง
เราสูญเสียทหารไปจำนวนมาก
ทั้งในพื้นที่ เนิน 350 และ ปราสาทตาควาย
ตั้งแต่การปะทะครั้งก่อน ต่อเนื่องมาจนถึงครั้งนี้
ทุกครั้งที่เวลาถูกยืดออก
ทุกวันที่พื้นที่ยังไม่ถูกปิดเกม
ความสูญเสียก็เพิ่มขึ้นตามลำดับ
*นี่คือเหตุผลที่ต้อง “จบให้เร็ว”
สงครามที่ยืดเยื้อ
ไม่ใช่สงครามที่ฉลาด
และไม่ใช่สงครามที่เมตตาต่อชีวิตคนของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
การยึดเนิน 350 ให้ได้อย่างเด็ดขาด
คือการลดการสูญเสียในระยะยาว
ไม่ใช่การเพิ่มความรุนแรง แต่คือการตัดไฟตั้งแต่ต้นลม
และวันนี้ 20 ธันวาคม 2568 พวกเราก็ทำมันสำเร็จ
เรายึดคืนได้แล้วทั้งเนิน 350 และปราสาทตาควาย
แหล่งอ้างอิง
– รายงานสถานการณ์จากกองทัพบก (วันที่ 20 ธันวาคม 68)
– google earth – แหล่งข่าวจากทหารในพื้นที่
เรียบเรียง : ศิษย์นายพล ภาพ : สมาคมคนรักข่าว #thaidigitalfootprint



