พรรคเพื่อไทยหมายเลข 9 -ปชป. เบอร์ 27 -ภท.เบอร์ 37 และพรรคประชาชนเบอร์ 46
เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศจากโรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนดเป็นสถานที่รับสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) แบบบัญชีรายชื่อ และให้พรรคการเมืองแจ้งรายชื่อบุคคลที่จะแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี โดยเปิดรับสมัครระหว่างวันที่ 28-30 ธันวาคม 2568 เวลา 08.30-16.30 น. และวันที่ 31 ธันวาคม 2568 เวลา 08.30-16.00 น.
ต่อมาเวลา 10.00 น. ภายหลังทั้ง 52 พรรคการเมืองที่มาลงทะเบียนก่อนเวลา 08.30 น. ผ่านการตรวจเอกสารการสมัครถูกต้องครบถ้วนทุกพรรคเรียบร้อยแล้ว ทางเลขาธิการ กกต.ได้จัดพรรคการเมืองหรือตัวแทนพรรคการเมืองที่ได้รับมอบหมายฯ เพื่อตกลงกำหนดลำดับการยื่นใบสมัครรับเลือกตั้ง ผลปรากฏว่าทั้ง 52 พรรคไม่สามารถตกลงกันได้ จึงได้เริ่มเข้าสู่ขั้นตอนการจับสลากหมายเลข
ซึ่งดำเนินการจับสลาก 2 รอบ โดยครั้งแรกประธาน กกต.จะจับสลากเพื่อหาทั้งลำดับพรรคการเมืองที่จะยื่นใบสมัคร จากนั้นการจับสลากครั้งที่ 2 โดยหัวหน้าพรรคการเมืองหรือตัวแทนพรรคการเมืองที่ได้รับมอบหมาย สำหรับผลการจับสลากหมายเลขพรรคการเมืองทั้ง 52 พรรค มีรายละเอียด ดังนี้
พรรคไทยทรัพย์ทวี 1
พรรคเพื่อชาติไทย 2
พรรคใหม่ 3
พรรคมิติใหม่ 4
พรรครวมใจไทย 5
พรรครวมไทยสร้างชาติ 6
พรรคพลวัต 7
พรรคประชาธิปไตยใหม่ 8
พรรคเพื่อไทย 9
พรรคทางเลือกใหม่ 10
พรรคเศรษฐกิจ 11
พรรคเสรีรวมไทย 12
พรรครวมพลังประชาชน 13
พรรคท้องที่ไทย 14
พรรคอนาคตไทย 15
พรรคพลังเพื่อไทย16
พรรคไทยชนะ 17
พรรคพลังสังคมใหม่ 18
พรรคสังคมประชาธิปไตยไทย 19
พรรคฟิวชั่น 20
พรรคไทรวมพลัง 21
พรรคก้าวอิสระ 22
พรรคปวงชนไทย 23
พรรควิชชั่นใหม่ 24
พรรคเพื่อชีวิตใหม่ 25
พรรคคลองไทย 26
พรรคประชาธิปัตย์ 27
พรรคไทยก้าวหน้า 28
พรรคไทยภักดี 29
พรรคแรงงานสร้างชาติ 30
พรรคประชากรไทย 31
พรรคครูไทยเพื่อประชาชน 32
พรรคประชาชาติ 33
พรรคสร้างอนาคตไทย34
พรรครักชาติ 35
พรรคไทยพร้อม 36
พรรคภูมิใจไทย 37
พรรคพลังธรรมใหม่ 38
พรรคกรีน 39
พรรคไทยธรรม 40
พรรคแผ่นดินธรรม 41
พรรคกล้าธรรม 42
พรรคพลังประชารัฐ 43
พรรคโอกาสใหม่ 44
พรรคเป็นธรรม 45
พรรคประชาชน 46
พรรคประชาไทย 47
พรรคไทยสร้างไทย 48
พรรคไทยก้าวใหม่ 49
พรรคประชาอาสาชาติ 50
พรรคพร้อม 51
พรรคเครือข่ายชาวนาแห่งประเทศไทย 52
ทั้งนี้ เมื่อกระบวนการหลังจับหมายเลขเรียบร้อยแล้ว แต่ละพรรคต้องชำระเงินค่าธรรมเนียมการสมัคร ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะออกใบรับสมัครและตรวจรับเอกสารนโยบายการหาเสียงเลือกตั้งของพรรคการเมือง ส่วนของค่าสมัคร คนละ 10,000 บาท โดยพรรคจะต้องชำระตามจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อที่ยื่นสมัคร ซึ่งสามารถชำระได้ทั้งเงินสด และ โอนเข้าบัญชีกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง



