วันเสาร์, พฤษภาคม 2, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHTยุคอินฟลูครองไมค์ เมื่อ“คนไม่รู้”ได้พูด-แทนคนรู้

ยุคอินฟลูครองไมค์ เมื่อ“คนไม่รู้”ได้พูด-แทนคนรู้

เผยแพร่

spot_img

สื่อไทยกำลังผลิตความเห็น จนความจริงหายไปจากจอ

                         จากเวทีผู้เชี่ยวชาญในโลกตะวันตก สู่จอไทยที่ความเห็นนำหน้าความเข้าใจ

                        การเปลี่ยนผ่านของสังคมไทยสู่ยุคโซเชียลมีเดีย ทำให้ “อินฟลูเอนเซอร์” กลายเป็นตัวกลางสำคัญในการรับรู้ข่าวสาร ไม่เพียงในแพลตฟอร์มออนไลน์ แต่ขยายบทบาทสู่โทรทัศน์และวิทยุในฐานะผู้แสดงความคิดเห็นต่อประเด็นสาธารณะอย่างต่อเนื่อง

                       อย่างไรก็ตาม ปรากฏการณ์นี้กำลังตั้งคำถามสำคัญต่อคุณภาพของพื้นที่สื่อว่า สิ่งที่ถูกนำเสนอคือ “ความรู้” หรือเป็นเพียง “ความเห็นที่ถูกเปิดไมค์ซ้ำ ๆ”

                       ในหลายประเทศ การเชิญบุคคลมาแสดงความคิดเห็นผ่านโทรทัศน์หรือวิทยุยังคงยึดหลักความเชี่ยวชาญเป็นแกนกลาง ผู้ที่ออกมาวิเคราะห์มักเป็นอดีตข้าราชการระดับสูง นักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน หรือผู้มีประสบการณ์ตรงในประเด็นนั้น ๆ แม้บางรายจะเป็นอินฟลูเอนเซอร์ในโลกออนไลน์ แต่ตัวตนของพวกเขาถูกสร้างบนฐาน “ความรู้และผลงาน” ไม่ใช่เพียงความสามารถในการพูด ในขณะเดียวกัน ระบบสื่อเหล่านั้นหลีกเลี่ยงการให้พื้นที่กับบุคคลที่ขาดความน่าเชื่อถือ หรือมีประวัติด้านกฎหมายและจริยธรรมที่อาจบิดเบือนความไว้วางใจของสาธารณะ

                        ตรงกันข้ามกับบริบทดังกล่าว ในสังคมไทยกลับพบภาพซ้ำ ๆ ของบุคคลที่ไม่มีความรู้เฉพาะทาง หรือแม้แต่เคยมีประวัติข้อพิพาททางกฎหมาย ถูกเชิญมาแสดงความคิดเห็นต่อประเด็นซับซ้อนระดับประเทศ การปรากฏตัวอย่างต่อเนื่องทำให้ความถี่ถูกเข้าใจผิดว่าเป็นความเชี่ยวชาญ และยิ่งออกสื่อบ่อยเท่าใด ผู้พูดยิ่งหลงเชื่อว่าตนเองมีอำนาจชี้นำสังคม ทั้งที่คำพูดจำนวนมากตั้งอยู่บนการคาดเดา อคติ หรือประสบการณ์ส่วนตัว มากกว่าข้อเท็จจริงที่ผ่านการกลั่นกรอง

                          แทบจะกล่าวได้ว่า ในระบบสื่อไทยปัจจุบัน คนที่มีความรู้เชิงลึกอย่างแท้จริงกลับไม่ปรากฏตัวในเวทีความคิดเห็น เหตุผลไม่ใช่เพราะไม่มีผู้เชี่ยวชาญ แต่เพราะพื้นที่สื่อไม่ได้เอื้อต่อการอธิบายความจริงที่ซับซ้อน การพูดสั้น ๆ ในรายการสดไม่สอดคล้องกับธรรมชาติขององค์ความรู้ และความเสี่ยงทางสังคม การเมืองทำให้ผู้รู้เลือกถอยออก ส่งผลให้พื้นที่สาธารณะถูกเติมเต็มด้วยเสียงที่ดังที่สุด ไม่ใช่เสียงที่ถูกต้องที่สุด

                        วันนี้ สังคมไทยดูเหมือนกำลังสร้างอาชีพใหม่ คือ

“นักออกความเห็นประจำจอ”     ถึงขนาดสร้างสตูดิโอ มีไฟ มีเสื้อผ้าพร้อม

                       ขาดเพียงอย่างเดียวคือ ความรู้ที่หนักพอจะรับผิดชอบต่อผลของคำพูด

                       เมื่อสื่อเปิดไมค์โดยไม่ตั้งคำถาม และผู้พูดพูดโดยไม่ตั้งหลัก   สังคมอาจกำลังเดินหน้าอย่างมั่นใจ  แต่หลงทาง โดยคิดว่าตนเองทำถูก

9/01/2569   “ชัยทัศน์“ 

ข่าวล่าสุด

เก้าอี้สั่นคลอน! ‘สุริยะ’ ส่อแววปลิว รมว.เกษตรฯ หลังอธิบดีฝนหลวงฯ แฉหมดเปลือก 

มีคำสั่งด่วนเด้งอธิบดีกรมฝนหลวงฯ พ้นเก้าอี้แบบสายฟ้าแลบ อธิบดีจึงตัดสินใจยื่นใบลาออกพร้อมแฉเบื้องหลังว่าโดนกดดันอย่างหนัก เพราะไม่ยอมเซ็นอนุมัติงบซ่อมบำรุงเครื่องบินปี 2570 ให้กับ "หลาน รมต."

ลิซ่า เดิมพันครั้งใหญ่ของ ฟีฟ่า

องค์กรจัดการลิขสิทธิ์เพลง (PRO) เพียงแห่งเดียวในสหรัฐอเมริกา ประกาศรายชื่อศิลปิน ที่จะแสดงใน ฟุตบอลโลก 2026 LISA นางฟ้าตัวน้อยจากประเทศไทย ลิซ่า ไม่ได้เดินตามเกมของใคร ลิซ่า กำลังสร้างเกมของตัวเอง กับมหาอำนาจกีฬาโลก

ใบไม้หนึ่งใบ กับสุนัขที่เข้าใจ “การแลกเปลี่ยน” เหมือนมนุษย์

เป็นสุนัขจรที่เจ้าหน้าที่ช่วยกันดูแล มันใช้ชีวิตปะปนกับนักเรียน เห็นกิจวัตรเดิมทุกวัน—การต่อแถว การยื่นเงิน การรับของตอบแทน ภาพเหล่านี้ค่อยๆ กลายเป็น “ข้อมูล” ที่มันสะสมโดยไม่ต้องมีใครบอก

ตระกูล “จุฬางกูร” กับ “จึงรุ่งเรืองกิจ” 

ตระกูล "จุฬางกูร" กับ "จึงรุ่งเรืองกิจ" เป็น 2 ตระกูลที่แตกกอมาจากรากเดียวกัน โดยต้นตระกูลเป็นทายาทของ "ฮั้งฮ้อ แซ่จึง" ซึ่งต้นตระกูล "จุฬางกูร" คือ "สรรเสริญ จุฬางกูร"

ข่าวอื่นๆ

ถอดรหัสฟ้าผ่า! “อธิบดีฝนหลวง” ลาออก  ทิ้งทวนศักดิ์ศรีข้าราชการ !

เปิดปูมฝูงบิน 77 ลำ กับงบประมาณปี 69 กว่า 2.7 พันล้าน เมื่อข้าราชการมืออาชีพถูกบีบให้เลือกระหว่าง "นโยบาย" หรือ "ความถูกต้อง"

ไทยจูงมือ “สิงคโปร์ ลงเรือ  “แลนด์บริดจ์”   พลิกกระดานภูมิรัฐศาสตร์

มีการเปิดทำเนียบรัฐบาลต้อนรับ นายชาง ชุน ชิง รัฐมนตรีจากสิงคโปร์ เพื่อเข้าเยี่ยมคารวะ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะนายกรัฐมนตรีคนใหม่

ป้าย  20 ล้าน ? สีน้ำเงิน ที่สนามบินบุรีรัมย์ยกระดับอินเตอร์ หรือ ปรับสีเพื่อ “ใคร ?“

เปิดเบื้องหลังงบประมาณกรมท่าอากาศยาน ท่ามกลางกระแสวิจารณ์สนั่นโซเชียล เมื่อ “อัตลักษณ์ภาครัฐ” กับ “เฉดสีที่คุ้นตา” พาดทับกันจนเป็นประเด็น