วันศุกร์, มีนาคม 13, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกการเมืองสถาบันพระปกเกล้า เผยผลสำรวจ เรื่อง “ความพร้อมของประชาชนต่อการเลือกตั้ง 8 ก.พ. 69”

สถาบันพระปกเกล้า เผยผลสำรวจ เรื่อง “ความพร้อมของประชาชนต่อการเลือกตั้ง 8 ก.พ. 69”

เผยแพร่

spot_img

สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผยผลสำรวจ เรื่อง “ความพร้อมของประชาชนต่อการเลือกตั้ง 8 ก.พ. 69” โดย รองศาสตราจารย์ ดร.อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ในฐานะประธานศูนย์ KPI Poll มอบนโยบายสำคัญในการทำ KPI Poll ให้เป็นโพลเชิงวิชาการที่ออกแบบมาเพื่อสะท้อนความจริงทางการเมืองด้วยความ “เป็นกลาง เป็นจริง เป็นประโยชน์” มีมาตรฐานวิชาการและความแม่นยำ ไม่มุ่งเน้นให้เกิดการชี้นำการเมือง แต่จัดทำเพื่อ “ฟัง”การเมืองจากเสียงของประชาชน 

โดยให้ข้อมูลจาก KPI Poll เป็นฐานความรู้สำคัญสำหรับนักการเมือง พรรคการเมือง นักวิชาการ และสาธารณชนในการทำความเข้าใจภูมิทัศน์ความรู้สึกและความคาดหวังของประชาชนอย่างรอบด้าน เพื่อทำหน้าที่เป็น “คลังสมองทางประชาธิปไตย” ของสังคมไทยอย่างแท้จริง

การแถลงผลการสำรวจ KPI Poll ครั้งที่ 3 ที่ศูนย์ฯ ได้ทำการสำรวจ ระหว่างวันที่ 26 – 29 ธ.ค. 2568 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายตามภูมิภาคทั่วประเทศ จำนวน 2,000 ตัวอย่าง  โดยมีบทสรุปสำคัญจากผลสำรวจ ดังนี้ 

1. ภาพรวม คนไทย “พร้อมเลือกตั้ง” แต่ยัง “ไม่เชื่อมั่นระบบ”

• ความพร้อมโดยรวมของประชาชนอยู่ที่ ค่าเฉลี่ย 7.81 จาก 10 คะแนน

• ด้านความรู้ความเข้าใจในการเลือกตั้ง อยู่ในระดับค่อนข้างสูง (8.46 คะแนน)

• ด้านทัศนคติต่อการเลือกตั้ง ยังไม่สูง (7.81 คะแนน) โดยด้านความสุจริตและเที่ยงธรรมคะแนนค่อนข้างต่ำ 

• ด้านการมีส่วนร่วมค่าเฉลี่ยต่ำที่สุด (7.18 คะแนน) 

➡ สะท้อนว่า บรรยากาศการเลือกตั้งอยู่ในภาวะ “พร้อมเดินหน้า” ประชาชนรู้และเข้าใจระบบเลือกตั้ง แต่ยังไม่มั่นใจว่าเลือกแล้วจะยุติธรรมและยังไม่รู้สึกเป็นเจ้าของการเมืองอย่างแท้จริง

2. ประชาชนทุกภูมิภาคมีความพร้อมต่อการเลือกตั้งในระดับค่อนข้างสูงถึงสูงมาก แต่ไม่ได้กระจายอย่างเท่าเทียมตามพื้นที่

• กรุงเทพมหานคร (8.81 คะแนน) ภาคตะวันออก (8.35 คะแนน) ภาคกลาง (8.19 คะแนน)

• ภาคเหนือ (7.85 คะแนน) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (7.39 คะแนน) ภาคใต้ (7.36 คะแนน)

➡ กรุงเทพมหานคร ภาคตะวันออก และภาคกลาง มีคะแนนความพร้อมสูง สะท้อนบทบาทของพื้นที่เมือง ศูนย์กลางเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่เอื้อต่อความตื่นตัวทางการเมืองและการใช้สิทธิเลือกตั้ง ในขณะที่ ภาคอีสาน และ ภาคใต้ มีความพร้อมต่ำกว่าภาคอื่นสะท้อนถึงปัจจัยเชิงโครงสร้างและบริบททางสังคมที่จำกัดระดับความพร้อม เช่น ความเชื่อมั่นต่อการจัดการเลือกตั้ง

3. ความเชื่อมั่นต่อความสุจริตเที่ยงธรรมของการเลือกตั้ง “เหลื่อมล้ำเชิงพื้นที่” อย่างชัดเจน

• กรุงเทพฯ เชื่อมั่นสูงสุด (8.41 คะแนน)

• เชื่อมั่นต่ำกว่าค่าเฉลี่ยประเทศอย่างมีนัยสำคัญ คือ ภาคอีสาน (5.63 คะแนน) และ ภาคใต้ (4.30 คะแนน) 

➡ สะท้อนให้เห็นว่า กกต. ยังไม่สามารถซื้อใจคนในภูมิภาคได้เท่ากับคนเมืองหลวง โดยเฉพาะภาคใต้ ซึ่งแนวโน้มมองว่าการเลือกตั้งไม่โปร่งใสตั้งแต่แรก และความเชื่อมั่นไม่ได้ขึ้นกับ “ความพร้อมเลือกตั้ง” โดยตรง แต่ผูกโยงกับประสบการณ์และการรับรู้ต่อความเป็นธรรมของระบบ

4. ความกล้ารายงานทุจริตสูงกว่าความเชื่อมั่น แต่กระจุกตัวในบางพื้นที่ “คนกรุง” ตื่นตัวสูงลิ่ว

• กรุงเทพมหานคร สูงสุด (9.19 คะแนน)

• กล้าน้อยสุด คือ ภาคใต้ (6.13 คะแนน) และ ภาคอีสาน (5.80 คะแนน)

➡ ในหลายภูมิภาค ประชาชน “กล้ารายงาน” มากกว่า “เชื่อว่าระบบยุติธรรม” คน กทม. มีความตื่นตัวสูงมาก ในขณะที่ภาคอีสาน และ ภาคใต้อาจยังรู้สึกไม่มั่นใจว่ากระบวนการจะให้ผลที่เป็นธรรมและปลอดภัย การรายงานไปยัง กกต. อาจไม่เกิดผล หรือ เกรงกลัวอิทธิพลในพื้นที่ 

 บทสรุปจาก KPI Poll ครั้งที่ 3

 ผลสำรวจชี้ชัดว่า ประชาชนไทยพร้อมสำหรับการเลือกตั้งแล้วในทุกภูมิภาค ความท้าทายจึงไม่ใช่ “การกระตุ้นประชาชนให้พร้อม” แต่โจทย์เร่งด่วน คือ 

– กกต. และ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องเร่งฟื้นฟู “ความเชื่อมั่นต่อความสุจริตเที่ยงธรรม” ของการเลือกตั้ง โดยเฉพาะ ภาคใต้ และ ภาคอีสาน โดยต้องรณรงค์แบบมุ่งเป้า เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นมากกว่าการให้ความรู้ซ้ำ

–  การสร้างความเชื่อมั่นต้องไปไกลกว่าการรณรงค์ให้แจ้งเบาะแส แต่ต้องทำให้ประชาชนเห็นว่าการร้องเรียน “ปลอดภัยและเกิดผลจริง”

 -การรณรงค์ควรให้ความสำคัญกับกลุ่มเกษตรกรและผู้มีรายได้น้อย เพื่อกระตุ้นความพร้อมและการมีส่วนร่วมให้มากขึ้นและลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำทางการเมือง

KPI Poll – คลังความคิดจากเสียงประชาชน

เพื่อประชาธิปไตยที่ตั้งอยู่บนความจริง ไม่ใช่ความรู้สึก

รายละเอียดเพิ่มเติมติดตามได้ที่ 

https://kpi.ac.th/wp-content/uploads/2026/01/รายงานผล-KPI-Poll-_3-สำหรับเผยแพร่.pdf

#KPIPoll #KPI #สถาบันพระปกเกล้า

ข่าวล่าสุด

คดีของ Jeffrey Epstein คืออะไรและเกี่ยวอะไรกับประธานาธิบดี Donald Trump หรือไม่?

กระทรวงยุติธรรมสหรัฐ (Department of Justice) ได้เผยแพร่เอกสารเพิ่มเติมมากกว่า 3 ล้านหน้าในวันนั้น เพื่อตอบสนองต่อกฎหมาย Epstein Files Transparency Act

จีนได้ปฏิเสธคำเชิญอย่างเป็นทางการจาก โดนัลด์ ทรัมป์

ในความขัดแย้งที่กำลังดำเนินอยู่  ปักกิ่งได้ชี้แจงอย่างชัดเจนว่าต้องการหลีกเลี่ยงการเข้าร่วมการต่อสู,ต้องการมุ่งเน้นไปที่ความมั่นคงและการทูต การตอบสนองนี้แสดงให้เห็นถึงเจตนาของจีนในการหลีกเลี่ยงการถูกดึงเข้าไปในสงครามที่กว้างขึ้นในช่วงเวลาที่ความตึงเครียดทั่วโลกสูงอยู่แล้ว  เจ้าหน้าที่จีนได้เน้นย้ำว่าลำดับความสำคัญของพวกเขาคือการป้องกันการเพิ่มขึ้นของความตึงเครียดและการปกป้องเส้นทางการค้าและผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ  พวกเขายังย้ำว่าการเลือกข้างในความขัดแย้งครั้งใหญ่จะไม่สนับสนุนความมั่นคงในระยะยาวในภูมิภาค ตำแหน่งนี้สะท้อนถึงกลยุทธ์ที่กว้างขึ้นของจีนในการรักษาระยะห่างจากการมีส่วนร่วมทางทหารโดยตรงในขณะที่ยังคงมีอิทธิพลต่อกิจการระดับโลกผ่านการทูตและอำนาจทางเศรษฐกิจ  การปฏิเสธนี้เน้นให้เห็นว่าชาติใหญ่ในโลกกำลังเลือกบทบาทของตนอย่างระมัดระวังเมื่อความขัดแย้งขยายตัว การตัดสินใจของจีนส่งสัญญาณว่าต้องการหลีกเลี่ยงการแบ่งแยกที่ลึกซึ้งและแทนที่จะผลักดันให้เกิดการลดความตึงเครียด  ขณะที่สถานการณ์ยังคงพัฒนา ผู้นำระดับโลกกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิดเพื่อดูว่าท่าทีของจีนจะมีผลต่อความพยายามทางการทูตในอนาคตอย่างไร

ผลักดันกองเรืออเมริกัน AbrahamLincoln ออกห่างจากชายฝั่งของบาห์เรน

เราได้ผลักดันกองเรืออเมริกัน AbrahamLincoln ออกห่างจากชายฝั่งของบาห์เรนและโอมาน และทำให้มัน เสียหายบางส่วน เราได้ยิงเครื่องบินอเมริกัน 10 ลำใน คูเวต

IRGC ระบุว่าอิหร่าน จะเป็นผู้กำหนดว่าสงครามจะสิ้นสุดเมื่อใดไม่ใช่สหรัฐฯ

ปฏิบัติการ “Epic Fury” 10 วันผ่านไปแล้ว และรัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ พีต เฮกเซธ ยืนยันว่า สหรัฐฯ กำลัง “ชนะ” ต่อชาวอิหร่านที่เขาเรียกว่า “ป่าเถื่อน” และกล่าวว่าเตหะรานกำลัง “เร่งรีบ” พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์

ข่าวอื่นๆ

พ.ร.ฎ.เรียกประชุมรัฐสภา 14 มี.ค.2569 เป็นต้นไป

เมื่อวันที่ 11 มี.ค.2569 ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ประกาศพระราชกฤษฎีกา เรียกประชุมรัฐสภา พ.ศ. 2569 มีใจความดังนี้ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่ได้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป เมื่อวันที่ 8...

เลือกเพื่อไทย ทิ้งกล้าธรรม : เวรกรรมของอนุทิน

มีข่าวแพร่ออกไปอย่างกว้างขวางว่า การจัดตั้งรัฐบาลลงตัวแล้ว 300 เสียง โดยมีพรรคภูมิใจไทย 193 เสียง พรรคเพื่อไทย 74 เสียง และพรรคเล็กหลายพรรครวมกัน 33 เสียง ด้วยจำนวนเสียง 300 ถือได้ว่าเพียงพอแล้ว

ระเบียบ กกต. ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. พ.ศ. 2566

ข้อ 129 เป็นข้อกำหนดที่ให้อำนาจ กกต. เพิ่มรหัส, บาร์โค้ด หรือ QR Code ลงบนบัตรเลือกตั้งเพื่อป้องกันการปลอมแปลง